คอลัมน์ JACKIE : เมื่อผีแดงโดนหงส์แซงหน้า การเงินแมนยูถดถอยถึงจุดต้องรัดเข็มขัด

คอลัมน์ JACKIE : เมื่อผีแดงโดนหงส์แซงหน้า การเงินแมนยูถดถอยถึงจุดต้องรัดเข็มขัด
JACKIE วิเคราะห์เบื้องหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกลิเวอร์พูลแซงอันดับรายได้ Deloitte Football Money League ครั้งแรก เจาะปมปล่อยกาเซมิโร รัดเข็มขัดยุคเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และโจทย์ใหญ่ของ ไมเคิล คาร์ริค กับความหวังตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก

ข่าวการประกาศอำลาทีมล่วงหน้าของ กาเซมิโร ไม่แปลก

เป็นที่เข้าใจได้กับภาวะรัดเข็มขัดของ แมนยูไนเต็ด นับตั้งแต่ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เข้ามาบริหารส่วนฟุตบอล การดึง โอมาร์ เบรราด้า ผู้เชี่ยวชาญด้าน "โครงสร้างการเงิน" ถือว่าเป็นมือท็อปของ แมนฯ ซิตี้ และเชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวก "โนเนม" ไม่มีอะไร ซึ่งอันนี้ต้องรบกวนให้ไปอ่านเรื่องราวของเขาแบบเจาะลึก การเข้ามาของเบรราด้าก็เพื่อปรับโครงสร้างการเงินของทีม ทั้งการไล่ปลดพนักงาน และลดค่าใช้จ่ายจิปาถะ ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมในทีมพอสมควร

กระนั้น เซอร์ จิม ต้องทำ เพราะมันจำเป็นกับสิ่งที่ "บ้านเกลเซอร์" ก่อหนี้ไว้ กรณีของ กาเซมิโร กับค่าจ้างระดับ £350,000+ (บางกระแสว่า 375K) คงไม่สามารถไปต่อได้ แม้จะมีเงื่อนไขต่อสัญญาได้อีกหนึ่งปีก็ตาม มันถึงจุดที่ต้องแยกย้ายแล้วครับ ทั้งเรื่องเงินและเรื่องฟุตบอลในวัย 34 ปีของเขา

จะว่าไปถ้าค่าจ้างไม่แบกระดับ 3 แสนปอนด์ การเก็บเขาไว้ใช้งานก็พอได้อยู่นะ เป็นอะไหล่ที่ดีได้ แต่เมื่อมันเปลืองเงินเกินไป สู้ลดเงินส่วนนี้ปีละ £15 ล้าน จากนั้นไปไล่ล่า การ์ลอส บาเลบา, เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน รวมทั้ง อดัม วอร์ตัน ที่น่าจะย้ายทีมซัมเมอร์นี้แน่นอน (ซึ่งน่าจะมีคู่แข่งหลายทีมรุมจีบอยู่)

วิกฤตการเงิน: เมื่อ "ปีศาจแดง" โดน "หงส์แดง" แซงหน้า

เรื่องของกาเซมิโรก็พอเข้าใจได้ แต่ผลพวงจากความล้มเหลวในรอบปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการเงินของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างหนัก ล่าสุดทัพ "ปีศาจแดง" โดน ลิเวอร์พูล แซงหน้าเรื่องการเงินจากการจัดอันดับของ Deloitte Football Money League ประจำซีซั่น 2024-25 โดยพวกเขาร่วงลงไปอยู่อันดับ 8 เลยทีเดียว

จากที่เคยรั้งอันดับ 1 มากว่า 10 ซีซั่น พักหลังนอกจากโดน เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค และ บาร์เซโลนา แซงแล้ว ยังโดนทีมที่เคยถูกมองว่าไม่เก่งเรื่องการเงินการตลาดอย่าง ลิเวอร์พูล แซงหน้าไปเฉยๆ นี่คือครั้งแรกที่อันดับทำเงินของ "ปีศาจแดง" ต่ำกว่า "หงส์แดง"

จริงๆ อันดับทำเงินตกลงทุกปีนับจากปี 2017 จนล่าสุดที่น่าตกใจคือ พอการเงินตกลง กลับโดนลิเวอร์พูลแซงหน้า นี่แหละที่บ่งชี้ว่าความล้มเหลวในสนามส่งผลถึงนอกสนามอย่างชัดเจน โดยตัวเลขต่างๆ สามารถสรุปเปรียบเทียบระหว่าง แมนยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ในอันดับทำเงินปี 2024-25 ได้ดังนี้:

1. Matchday Income (รายได้วันแข่งขัน)

รายได้จากตั๋ว, สินค้าที่ระลึก, อาหารและเครื่องดื่มในวันแข่ง

แมนยูไนเต็ด : ยอดรวม £160 ล้าน (ยอดแฟนบอลเฉลี่ย 73,000 ต่อเกม)

ลิเวอร์พูล: ยอดรวม £125 ล้าน (ยอดแฟนบอลเฉลี่ย 60,000 คน)

ส่วนนี้ แมนยู ยังคงชนะขาดลอยด้วยฐานแฟนบอลที่มากกว่า

2. Broadcast (รายได้จากการถ่ายทอดสด)

ค่าลิขสิทธิ์จาก พรีเมียร์ลีก, ชปล. และถ้วยอื่นๆ

แมนยูไนเต็ด: ได้รับ £172 ล้าน (ปีที่แล้วเตะ ยูโรปา ลีก แม้เข้าถึงรอบลึก แต่เงินน้อยกว่า ชปล.)

ลิเวอร์พูล: ได้รับ £260 ล้าน (ฐานะเจ้าพ่อเรตติ้งพรีเมียร์ลีก และรายได้จาก ชปล.)

ส่วนนี้แมนยู แพ้ ลิเวอร์พูล เกือบ £90 ล้าน

3. Commercial (รายได้จากการตลาด)

ผู้สนับสนุนทีมและพันธมิตรต่างๆ

แมนยูไนเต็ด: รับ £333.1 ล้าน

ลิเวอร์พูล: รับ £307.2 ล้าน

แม้แบรนด์จะอ่อนตัวลง แต่ในเชิงการตลาด แมนยู ยังคงแข็งแกร่งกว่า

บทสรุปรายได้รวม

ลิเวอร์พูล: £702.3 ล้าน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: £666.2 ล้าน

นี่คือครั้งแรกที่ลิเวอร์พูลมีรายได้แซงหน้าแมนยูไนเต็ด แน่นอนว่าปีที่แล้วผลงานในสนามทั้งการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกและการเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้สัดส่วนรายได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของหงส์แดงพุ่งสูงขึ้นมาก

ที่สำคัญ นับจากปี 2017 การเงินของแมนยูไนเต็ดเริ่มถดถอย จนปีล่าสุดร่วงมาอยู่อันดับ 8 โดนทั้ง หงส์, ปืน และเรือใบ แซงหมด รายได้หาย รายจ่ายเพิ่ม จึงไม่แปลกที่ เซอร์ จิม ต้องรัดเข็มขัดสุดๆ

ยังดีที่ชื่อของ แมนยูไนเต็ด ยังการันตี "สินเชื่อ" จากธนาคารได้ จึงมีเงินระดับ £300-400 ล้านมาซื้อนักเตะ แต่นั่นคือการกู้ยืม ซึ่งย่อมไม่ดีต่อธุรกิจฟุตบอลในระยะยาว

ดังนั้น ในซีซั่นนี้กับ 4 เดือนที่เหลือ ไมเคิล คาร์ริค (รักษาการโค้ช) เจอโจทย์ยากสุดๆ แต่คำว่า "รักษาการ" อาจมีความกดดันน้อยกว่า เพราะความคาดหวังไม่ได้สูงมาก หากก้มหน้าก้มตาเล่น รวบรวมสปิริตทีมกลับคืนมาได้ เหมือนการชนะแมนซิตี้ ที่ดีทั้งวิธีเล่นและสกอร์ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดี

ถ้าวันอาทิตย์นี้เกิดไปเก็บ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ถึงบ้าน หรือแบ่งแต้มกลับมาได้ เป้าหมายไป ชปล. ก็อยู่แค่เอื้อม และถ้าหากผ่านไปเตะแชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้าได้ นักวิเคราะห์เชื่อว่าสถานภาพทางการเงินของผีแดงจะค่อยๆ ดีดตัวกลับขึ้นมาอยู่แถวหน้าอีกครั้ง 

แต่ถ้า "วืด" พื้นที่ ชปล. ในซีซั่นนี้ ตัวใครตัวมันนะ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์!



ที่มาของภาพ : Gettyimages
BY : JACKIE
อดิสรณ์ พึ่งยา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport