เกินต้านทาน! มิเกล อาร์เตต้า สร้าง อาร์เซน่อล กลายเป็นทีมที่แกร่งที่สุดในยุโรป

เกินต้านทาน! มิเกล อาร์เตต้า สร้าง อาร์เซน่อล กลายเป็นทีมที่แกร่งที่สุดในยุโรป
ตอนนี้ มิเกล อาร์เตต้า สามารถเปลี่ยน อาร์เซน่อล ให้กลายเป็นสโมสรที่แกร่งที่สุดในยุโรป หลังทัพ "ปืนใหญ่" โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการกวาดชัยชนะเหนือคู่แข่งทั้งหมด พร้อมสร้างสถิติใหม่ของสโมสรด้วยการคว้าชัยชนะ 7 เกมติดต่อกันในทัวร์นาเมนต์ "บิ๊กเอียร์"

แม้ผลงานของ "เดอะ กันเนอร์ส" จะโดดเด่นบทเวทีลูกหนังยุโรป แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับ อาร์เตต้า ก็คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ในฤดูกาลนี้ มากกว่าโทรฟี่แชมป์รายการอื่นๆ 

แน่นอนว่าหากสามารถนำ อาร์เซน่อล คว้าแชมป์ลีกได้ โอกาสที่ทีมจะก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการครองความยิ่งใหญ่ของวงการฟุตบอลอังกฤษย่อมมีมากขึ้น และความสำเร็จจะเข้ามาอีกมากมาย  

อย่างไรก็ตาม มันอาจจะดูเป็นการยกยอปอปั้นเกินไปบ้าง เพราะความจริงแล้วตลอด 6 ปีที่ อาร์เซน่อล อยู่ในมือของ อาร์เตต้า พวกเขาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ แค่รายการเดียวเท่านั้น

สำหรับฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล มีลุ้นความสำเร็จถึง 4 รายการ ดังนั้นนี่เป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมที่จะสร้างประวัติศาสตร์ เพราะ อาร์เตต้า ได้สร้างทีมที่แข็งแกร่ง น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยคุณภาพ จนเวลานี้ "ปืนใหญ่" ดูเหมือนจะเป็นทีมที่แกร่งที่สุดในยุโรป

เรื่องนี้ไม่ใช่การอวยกันเกินจริงๆ เพราะ อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งไล่ทุบ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งครองจ่าฝูงกัลโช่ เซเรีย อา ถึงถิ่นซาน ซีโร่ นอกจากนี้พวกเขายังเคยถล่ม บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังบุนเดสลีกา 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน อาร์เซน่อล ยังบุกคว้าชัยชนะเหนือ แอธเลติก บิลเบา แม้พวกเขาจะไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดในสเปน แต่ อาร์เตต้า ก็ควรมีความมั่นใจว่า อาร์เซน่อล ดีพอจะรับมือและเอาชนะทีมระดับท็อปของ ลา ลีกา ได้ 

ก่อนหน้านี้ อาร์เตต้า เคยพา อาร์เซน่อล เขี่ย เรอัล มาดริด ตกรอบมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว และการเดินหน้าถึงรอบรองชนะเลิศในครั้งนั้นก็ชัดเจนว่าได้มอบทั้งประสบการณ์และความรู้ให้กับทีมสำหรับฤดูกาลนี้ 

ตอนนี้ อาร์เซน่อล แข็งแกร่งมากในเกมรับ เพราะ วิลเลียม ซาลิบา และ กาเบรียล มากัญเญส เป็นกำลังหลักที่เหนียวแน่นในแนวหลัง ขณะที่ ดาบิด ราย่า ก็เป็นผู้รักษาประตูชั้นยอด และมักจะมีชอตเซฟเหลือเชื่อหลายต่อหลายครั้ง

ในส่วนของแผงมิดฟิลด์ ทั้ง เดแคลน ไรซ์ และ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ส่วน บูกาโย่ ซาก้า ก็พิสูจน์มาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเขาเป็นนักเตะที่ยกระดับฟอร์มได้บนเวทีใหญ่

แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องความเฉียบคมในการจบสกอร์ แต่ทั้ง กาเบรียล เชซุส และ วิคตอร์ โยเคเรส ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถยิงประตูได้ในเกมใหญ่  แถมตอนนี้ทีมได้ ไค ฮาแวร์ตซ์ กลับมาแล้ว ยิ่งทำให้ทีมอันตรายมากขึ้นในการกระซวกตาข่ายคู่แข่ง  

เชื่อว่าจากผลงานของ "เดอะ กันเนอร์ส" ในเวลานี้ คงไม่มีทีมใดในยุโรปอยากเผชิญหน้ากับพวกเขา 

แต่ภัยคุกคามที่อันตรายที่สุดสำหรับ อาร์เซน่อล ก็อาจเป็นตัวของพวกเขาเอง เพราะสามซีซั่นก่อนหน้านี้ ทีมสะดุดขาตัวเองจนชวดแชมป์ลีก 3 ฤดูกาลติดต่อกัน และสิ่งนั้นอาจจะตามมาหลอกหลอนพวกเขาอีกก็ได้ 

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันจะเป็นแชมป์แรกในรอบ 22 ปี และจะช่วยพา อาร์เซน่อล ก้าวข้ามกำแพงทางจิตวิทยาครั้งใหญ่ได้สำเร็จ

ส่วน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อาจต้องอาศัยโชคเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ยกตัวอย่าง ลิเวอร์พูล ในปี 2005 พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดจริงหรือไม่ ? เชลซี ก็อาจพูดได้ว่าโชคช่วยอยู่บ้างในปี 2012 แต่ทั้งสองทีมต่างก็เป็นทีมที่ดีที่สุดตลอดทั้งฤดูกาลในปีที่พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แม้แต่ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ยังไม่สามารถคว้าโทรฟี่ "หูกาง" ร่วมกับทีมชุดไร้พ่ายซีซั่น 2003/04 ทั้งที่พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในยุโรปอย่างแท้จริง ดังนั้นหาก อาร์เซน่อล สามารถคว้าแชมป์ลีกในซีซั่นนี้ได้ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการแชมป์  แชมเปี้ยนส์ ลีก มีโอกาสตามมาได้ภายใต้การกุมบังเหียนของ อาร์เตต้า

TOMMY TEE



ที่มาของภาพ : getty images
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport