ยังมีเรื่องที่ค้างคาใจอยู่สำหรับเดอะค็อปในวันที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เดินทางไปโมร็อกโก
ซาลาห์สั่งลาเกมสุดท้ายในอังกฤษก่อนไปร่วมศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ด้วยผลงานน่าพอใจ ถูกส่งลงสนามเร็วด้วยเงื่อนไขพิเศษเพื่อนร่วมทีมเจ็บ (แทน โจ โกเมซ ตั้งแต่นาทีที่ 26) และแสดงให้เห็นถึงความพยายามมีส่วนร่วมกับเกม ลงไปช่วยเกมรับ และไม่ฝืนเล่น มองหาเพื่อนร่วมทีมเพื่อส่งบอลให้
เป็นการตอบสนองที่น่าสนใจหลังถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง 3 เกมในลีกก่อนหน้าที่บุกชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เสมอซันเดอร์แลนด์ที่แอนฟิลด์ และเสมอลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนถูกลงโทษจากสโมสรไม่ให้ร่วมเดินทางไปเยือนมิลานในเกมบุกชนะอินเตอร์ มิลานถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกหลังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ด้วยบทสัมภาษณ์ที่เอลแลนด์ โร้ด
เท่ากับว่าซาลาห์หลุดจากตำแหน่งตัวจริงทั้ง 5 เกมนับตั้งแต่ อาร์เน่อ ตัดสินใจปรับเปลี่ยนทีมหลังจากที่เละเทะ 3 นัดถูกถลุง 10 ประตู (แพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 แพ้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-3 แพ้พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 1-4) จนทำให้เก้าอี้ของนายใหญ่ดัตช์ร้อนระอุ
ใน 5 เกมนั้น 'โม' ได้ลงสนาม 2 นัด คือลงต้นครึ่งหลังเกมเสมอซันเดอร์แลนด์ และลงตั้งแต่นาที 26 เกมชนะไบรท์ตัน นั่งยาวตั้งแต่ต้นเกมจนจบเกมอีก 2 นัดที่ชนะขุนค้อนกับเสมอยูงทอง และไม่มีชื่ออยู่ในทีมอีก 1 เกมคือนัดเยือนทีมงูใหญ่
อีก 7 เกมต่อมาที่ลิเวอร์พูลลงสนาม ไล่ตั้งแต่เกมชนะสเปอร์ส (เยือน) ชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน (เหย้า) เสมอลีดส์ ยูไนเต็ด (เหย้า) เสมอฟูแล่ม (เยือน) เสมออาร์เซน่อล (เยือน) ชนะบาร์นส์ลี่ย์ (เหย้า) และเสมอเบิร์นลี่ย์ (เหย้า) คือช่วงที่ลิเวอร์พูลเล่นโดยไม่มีซาลาห์
ทั้ง 12 เกมนั้นลิเวอร์พูลไม่แพ้ใคร มีผลงานดีแย่ปะปนกัน ไม่ใช่ว่าแย่ทั้งหมด หรือดีเยี่ยมทุกนัด
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ อาร์เน่อ ใช้รูปแบบการเล่นที่ดูเหมือนจะเหมาะสมกับช่วงเวลานี้ที่เขาต้องการหยุดความพ่ายแพ้ไว้ก่อน การขาดไปของซาลาห์หมายถึงการมีผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางธรรมชาติลงสนามเพิ่มหนึ่งคน
จากทีมที่มีปีกกึ่งกองหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ซาลาห์ทางขวา โกดี้ กักโปทางซ้าย ก็เหลือแค่ฝั่งเดียวคือทางซ้าย และมีบางเกมที่ไม่ได้ใช้ปีกเลยไม่ว่าจะเป็นช่วงที่กักโปเจ็บหรือถูกจับไปเล่นในบทบาทฟอลส์ไนน์
ให้เกมแน่นตรงกลาง มีมิดฟิลด์ตัวบน 2 คนอยู่หน้ามิดฟิลด์ตัวล่างอีก 2 คน ส่วนใหญ่คือ โฟลเรียน เวียร์ทซ์ กับ โดมินิก โซโบซไล ด้านบนคล้ายเบอร์ 10 คู่ และไรอัน กราเฟนแบร์ก กับ เคอร์ติส โจนส์ หรือ อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ เป็นคู่กลางต่ำ โดยที่ทั้งหมดสามารถสลับตำแหน่งการเล่นในระหว่างเกมได้ตลอดเวลา
ตรงนี้น่าคิดว่าการเล่น 4-2-3-1 ที่มีซาลาห์กับกักโปอยู่ชิดริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งจะยังเป็นรูปแบบหลักของอาร์เน่ออยู่ไหม เมื่อกัปตันทีมชาติอียิปต์กลับมาสมทบกับทีมแล้ว
รวมถึงความสงสัยที่ยังค้างคาอยู่ในใจ.. อาร์เน่อกับซาลาห์เคลียร์ปัญหากันแล้วหรือยัง แต่กระนั้นคำพูดของอาร์เน่อก็ทำให้บรรยากาศดีขึ้นมาก "ผมยินดีมากที่ได้โมกลับมาอยู่กับทีมเพราะเขาเป็นคนสำคัญเสมอ ต่อให้ผมมีกองหน้าอยู่ 15 คนในตอนนี้ผมก็ยังดีใจที่ได้เขากลับมา"
ท่าทีเป็นไปในทางบวก อีกทั้งอาร์เน่อยังยืนยันว่าได้พูดคุยกับ 'โม' ตั้งแต่ก่อนดาวเตะไอยคุปต์เดินทางกลับเมอร์ซี่ย์ไซด์
หวังว่ามันจะเป็นฟ้าหลังฝนระหว่างทั้งคู่ ถึงอย่างไรการได้นักเตะคุณภาพระดับซาลาห์กลับมาสมทบย่อมเป็นเรื่องดีต่อทีมในภาพรวม มีหลายครั้งอยู่เหมือนกันใน 12 เกมที่ผ่านมาที่แฟนบอลนึกถึงการมีเขาอยู่ในสนาม อย่างเช่นเกมล่าสุดกับเบิร์นลี่ย์ที่โอกาสยิง 32 ครั้งลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1
แล้วลิเวอร์พูลจะเล่นอย่างไรเมื่อมีซาลาห์อยู่ในทีมอีกครั้ง ผมคิดว่า 3-4 เกมจากนี้คงเห็นภาพชัด
เยือนโอลิมปิก มาร์กเซยคืนนี้ เยือนบอร์นมัธวันเสาร์ เหย้าคาราบัคพุธหน้า และเหย้านิวคาสเซิ่ลเสาร์หน้า ก่อนเกมใหญ่รับมือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์
อาร์เน่อจะกลับไปใช้ปีกกึ่งกองหน้าทั้ง 2 ฟากเหมือนช่วงแรก หรือจะใช้แค่ฝั่งเดียว หรือจะไม่ใช้เลย ตรงนี้ต้องรอดู เพราะทุกรูปแบบล้วนมีข้อดีข้อด้อย
ฟอร์มของนักเตะก็สำคัญ นาทีนี้ 4 คนที่ยึดตัวจริงแน่ ๆ ในเกมรุกมีเพียง กราเฟนแบร์ก โซโบซไล เวียร์ทซ์ และอูโก้ เอกิติเก้ ขณะที่ กักโป คล้ายจะตอบโจทย์ความต้องการของอาร์เน่อทางฝั่งซ้ายตลอดเป็นอีกคนที่อยู่ในทีมตัวจริงเสมอ
เท่ากับว่า 5 จาก 6 ตำแหน่งในเกมรุกมีคนจับจองอยู่แล้ว ความเป็นไปได้ที่ 5 คนนี้จะออกสตาร์ทพร้อมกันอยู่ในระดับ 80-90 เปอร์เซนต์สำหรับทีมในตอนนี้
ที่เหลืออีก 1 ตำแหน่งต้องเลือกระหว่าง ซาลาห์ เคอร์ติส โจนส์ และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ในตำแหน่งมิดฟิลด์คู่กลางหรือไม่ก็ปีกขวาแล้วแต่การจัดตัว..
ถ้าเลือกซาลาห์เล่น โจนส์กับแมกกาก็หลุด ถอยโซโบยืนคู่กลางกับกราฟ.. ถ้าเลือกโจนส์หรือแมกกาเล่น ซาลาห์ก็นั่ง ให้โซโบเล่นตัวบนกับเวียร์ทซ์
แต่แน่นอน มันไม่ใช่เรื่องตายตัว อาจมีสูตรยืดหยุ่นอื่นก็ได้ เพราะบอลไม่ได้เตะแค่เกมเดียว แต่ลิเวอร์พูลต้องลงสนามเสาร์-พุธ-เสาร์-พุธ-เสาร์ ต่อเนื่อง
มีหลายรูปแบบอยู่เหมือนกันครับ คิดแบบเร็ว ๆ ในระบบ 4-2-3-1 ก็ 4 ทางแล้ว
A ใช้ทั้งซาลาห์และกักโป (คู่กลาง โซโบ, กราฟ // ตัวรุก ซาลาห์, เวียร์ทซ์, กักโป // หน้าเป้า เอกิติเก้ // โจนส์ กับ แมกกา นั่ง)
B ไม่ใช้ทั้งซาลาห์และกักโป (คู่กลาง โจนส์, กราฟ // ตัวรุก โซโบ, โจนส์, เวียร์ทซ์ // หน้าเป้า เอกิติเก้ // ซาลาห์ กับ กักโป นั่ง)
C ใช้กักโป ไม่ใช้ซาลาห์ (คู่กลาง โจนส์ หรือ แมกกา กับ กราฟ // ตัวรุก โซโบ-เวียร์ทซ์-กักโป // หน้าเป้า เอกิติเก้ // ซาลาห์ กับ โจนส์ หรือ แมกกา นั่ง)
D ใช้ซาลาห์ ไม่ใช้กักโป (คู่กลาง โจนส์ หรือ แมกกา กับ กราฟ // ตัวรุก ซาลาห์-โซโบ-เวียร์ทซ์ // หน้าเป้า เอกิติเก้ // กักโป กับ โจนส์ หรือ แมกกา นั่ง)
แต่มันยังอาจมีรูปแบบอื่นเกิดขึ้นได้เหมือนกัน โดยเฉพาะรูปแบบ 4-4-2 ไม่ว่าจะเป็นกองกลางยืนแบบแนวราบหรือไดมอนด์มีเบอร์ 10 หนึ่งคนอยู่หลังคู่กองหน้า ที่อาร์เน่อล้วนเคยใช้ในบางเกมมาแล้ว
E หน้าคู่ (กองกลางจากขวาไปซ้าย โซโบ-กราฟ-เวียร์ทซ์-กักโป // คู่หน้า ซาลาห์-เอกิติเก้ // โจนส์ กับ แมกกา นั่ง)
F ไดมอนด์หน้าคู่ (กองกลาง โซโบ-กราฟ-โจนส์หรือแมกกา // มิดฟิลด์ตัวรุก เวียร์ทซ์ // คู่หน้า ซาลาห์-เอกิติเก้ // โจนส์หรือแมกกา กับ กักโป นั่ง)
แน่นอนครับ ไม่เพียงแค่ 5-6 รูปแบบนี้เท่านั้น มันยังมีโอกาสที่เราจะได้เห็นรูปแบบอื่นอีก รวมถึงตัวนักเตะที่ถูกส่งลงสนามด้วย เพราะยังไม่รวมคุณสมบัติของ เฌเรมี่ ฟริมปง ที่สามารถขยับขึ้นมาเล่นเป็นปีกขวาได้อีกคน เพียงแต่เวลานี้ดาวเตะดัตช์น่าจะรับบทบาทแบ๊กขวาเป็นหลักไปก่อนเพราะ คอเนอร์ แบร๊ดลี่ย์ เจ็บยาว
ลองเดาใจอาร์เน่อกันดูครับ เริ่มต้นที่เกมเยือนโอแอ็มคืนนี้เลยก็ได้
ตังกุย