คาร์ริคสอนเชิงเป๊ป! แมนยูวินัยแน่น-สวนโหด ดาร์บี้สีแดงชนะขาด

คาร์ริคสอนเชิงเป๊ป! แมนยูวินัยแน่น-สวนโหด ดาร์บี้สีแดงชนะขาด
ไมเคิล คาร์ริค เปิดตัวคุมแมนยู ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยืดสถิติไร้พ่ายนัดที่ 4 กับสองช่วงรักษาการ หลังวางเกมแพลนเพรสเป็นทีม เกมรับแน่น แพสชั่นมาเต็ม สยบแมนซิตี้ ของเป๊ปแบบหมดทางสู้ในแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

Perfect Start ของไมเคิล คาร์ริค ยืดสถิติไร้พ่ายต่อเป็นนัดที่ 4 กับช่วงรักษาการครั้งที่สอง ยิ่งกว่านั้นเขาคือโค้ชคนที่ 3 ที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ครั้งแรก ต่อจาก รูเบน อโมริม และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้ที่ยิ้มอย่างมีความสุขบนสแตนด์ จากผลงานของศิษย์รักที่ทำได้อย่างสุดยอด

อะไรทำให้ คาร์ริค และทีมเดิมของอโมริม ชนะขาด?

1. เกมแพลน, วินัยเกมรับ และแพสชั่น

เริ่มจากเกมแพลนก่อนเลย แบ็กโฟร์จัด ดาโลต์, แม็กไกวร์, มาร์ติเนซ และ ชอว์ คุม บวกด้วย เมนู-กาเซมิโร ส่วนหน่วยรุกนี่น่าจะเซอร์ไพรส์หลายคน เอ็มเบอโม ยืนหน้าเป้า ปีกสองฝั่งเป็น ดอร์กู และ อาหมัด โดยมี บรูโน แฟร์นันด์ส ยืนเบอร์ 10 เชปยืนคุมพื้นที่แบบ 4-5-1

คาร์ริค สั่งเพรสแดนบนสลับแดนสอง และเป็นการ "เพรสจริง" ไม่ใช่วิ่งทีละคนสองคน แต่เพรสเป็นกลุ่มพร้อมกัน เข้าถึงเร็ว บีบพื้นที่ รุมแย่ง จนทำให้เด็กเรือใบเสียบอล

เมื่อโดนบุก วินัยเกมรับแน่นมาก ยืนชิดจนช่องไฟไม่มี พื้นที่จึงมีน้อย ปล่อยให้เล่นแค่ด้านกว้าง หน้าไลน์เขตโทษแน่นจนมองไม่เห็นรูหรือช่อง ที่สำคัญ "แพสชั่น" นักเตะมาเต็ม เหมือนได้ไฟเขียวจากคาร์ริคให้ปลุกวิญญาณเด็กผี ผมว่าสิ่งที่นักเตะแสดงในสนามคือการเล่นได้อย่าง "ธรรมชาติ"

จากนั้นเมื่อเรือใบเสียบอล... การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกทำได้เร็วมาก พื้นที่หลังไลน์แบ็กโฟร์ของซิตี้คือ "ทุ่งหญ้าแห่งความฝัน" ที่โล่งโจ้ง!

ถ้าแบ็กโฟร์มี รูเบน ดิอาส ตัวเก๋าหรือคนอื่นๆ ไม่ใช่ แม็กซ์ อัลลีน หรือ คูชานอฟ จะดีกว่านี้ไหม? ผมคิดว่า... ไม่ต่างครับ! มันไม่ใช่ตัวนักเตะ แต่มันคือ "พื้นที่" ใช้สอยของเด็กผี ขนาดบรูโนยังหลุดเดี่ยวได้เลย ต่อให้มีตัวหลักก็เหนื่อยแน่

• 1-0 เอ็มเบอโม: จากจังหวะเรือใบเล่นฟรีคิกแท้ๆ แต่โดนสกัดออกมาได้ เด็กผีสวนกลับ 4 ต่อ 2 จบที่เอ็มเบอโม

• 2-0 ดอร์กู: วิ่งตัดหน้า ริโค ลูอิส เข้าไปชาร์จ บอลจากด้านข้างที่แบ็กโฟร์ซิตี้ยืนเป็นกรวย

2. ดาโลต์ "แดงไหม?"

เจตนาเข้าบอลแต่ไม่ได้หนักแบบเอาเรื่อง ลักษณะแบบนี้มีการตีความมาหลายคนแล้ว ไม่น่ามีอะไรติดใจ

3. VAR และ ดอนนารุมม่า ช่วยเซฟเรือใบ

ด้วยเกมแพลนเปลี่ยนรับเป็นรุกเร็ว โอกาสจึงเยอะมาก ไม่นับลูกชนคานของ แม็กไกวร์ ซึ่ง ดอนนารุมม่า ช่วยเซฟลูกยากๆ ได้ 2-3 ครั้ง ส่วน VAR เช็กล้ำหน้าแบบก้ำกึ่งทำให้รอดตัวไป ถ้ากฎล้ำหน้าใหม่ของเวนเกอร์ถูกนำมาใช้คง "ไม่ล้ำ" เฉพาะจังหวะจาก VAR ก็ 3 ลูกแล้ว (รวมถึงลูกปิดท้ายที่ เมสัน เมาท์ ยิงจ่อๆ)

4. บอลเป๊ป "ทื่อ" ไร้แพสชั่น

กลายเป็นบอลหน้าเดียวไปซะอย่างนั้นสำหรับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปีกสองข้างอย่าง โดกู และ เซเมนโย เฉพาะเกมนี้คือ "กริบ" แพสชั่นในการเล่นเกมดาร์บี้ไม่มีเลย ครองบอลไปเรื่อยๆ จนเด็กผีคาดเดาได้ว่าจะมาไม้ไหน ป้องกันไม่ยาก เข้าคนซ้อนคนก็เอาอยู่ ส่วน เออร์ลิง ฮาลันด์ แทบไม่มีบทบาทเมื่อคืนนี้

เมื่อดูจากโอกาสของเด็กผี ถ้าวีเออาร์และดอนนารุมม่าไม่ช่วยเซฟ แมนยูไนเต็ด น่าจะชนะ แมนซิตี้ ไปถึง 5-0

การเริ่มต้นที่สวยงามของ คาร์ริค คล้ายๆ กับ "น้าลูกอม" (โอเล กุนนาร์ โซลชา) ที่มาออกตัวได้ดีชนะรวด 10 นัด จนสุดท้ายได้สัญญาถาวร นี่มันพล็อตเรื่องเดิมหรือเปล่า? ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลงานนับจากนี้และการวัดใจ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์

เกมหน้าวันที่ 25 ม.ค. ต้องไปเยือน อาร์เซนอล ที่กำลังหัวเสีย เพราะมีโอกาสทิ้งห่างเรือใบเป็น 9 แต้มแต่ทำไม่ได้ คาร์ริคจะได้งัดเกมแพลนมาใช้อีกครั้ง ซึ่งบอลของ "ปืนใหญ่" และเป๊ปมีความคล้ายกันอยู่ ต้องดูว่าการเล่นแบบนี้จะเข้าทางผีแดงของคาร์ริคอีกหรือไม่

บอลชนะแล้วชนะขาดอย่างสวยงาม นัดต่อไปค่อยว่ากัน... ตอนนี้บรรยากาศกลับมามีชีวิตชีวา ทั้งนักเตะ แฟนบอล และเบื้องบน จุดนี้สำคัญที่สุด

เรื่องอื่นๆ คือ... เมืองแมนเชสเตอร์เป็น "สีแดง" และเพื่อนบ้าน 115 "เสียงเริ่มเบาลงแล้ว"

#JACKIE



ที่มาของภาพ : Reuters
BY : JACKIE
อดิสรณ์ พึ่งยา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport