ไมเคิ่ล คาร์ริค กลับมาคุม แมนยูไนเต็ด แบบชั่วคราวอีกครั้ง ตอนแรกก็คิดว่าไม่น่ารอด เพราะเจอโคตรทีมอันตรายทันที แต่ที่ไหนได้นะครับ พลพรรคปีศาจแดงเอาชนะ แมนซิตี้ แบบไม่ระบมหัวแม่ตีนด้วยซ้ำ 5555
ต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. 'ท่านปลัด' จัด 11 ตัวจริงได้ถูกใจ
เฉพาะอย่างยิ่งการเอา ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เป็นกองหน้าตัวเป้าแทนที่ เบนยามิน เชชโก้ ที่ทำ 3 ประตูจาก 2 นัดล่าสุด
คือเกมที่เป็นรองแบบนี้ หัวหอกทีมชาติสโลวีเนียจะไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะเก็บบอล ครองบอลไม่ดี และเหมาะกับการพุ่งเข้าชาร์จประตูจากการเปิดป้อนของเพื่อนร่วมทีมมากกว่า
นอกจากนี้ การส่ง แพทริค ดอร์กู กับ อาหมัด ดิยัลโล่ ลงในตำแหน่ง 'หน้าซ้าย' กับ 'หน้าขวา' ยังหมายถึงการถอยลงไปช่วยฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างในเกมรับอีกต่างหาก
2.คาดเดาได้ไม่ยากอยู่แล้วนะครับว่า แมนซิตี้ จะเป็นฝ่ายที่ครองบอลบุกมากกว่า แม้นจะเล่นที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็เถอะ
แต่เจ้าบ้านกลับเล่นเกมรับกันได้ไฉไลเป็นบ้าแบบไม่น่าเชื่อ !!!
พวกเขาถอยลงไปปิดพื้นที่หน้าปากประตูกันแน่นหนา โดยยืนตำแหน่งได้กระชับดี และมีวินัย ไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างมากเกินไป
ไบรอัน เอ็มเบอโม่ กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังขยับลงมาช่วยปิดพื้นที่ในแดนกลาง ขณะที่ 'คุณหำ' กับ 'คุณหมัด' ก็ลงมาซ้อนแบ็คตลอดเวลา
ที่สำคัญคือไม่แสดงความผิดพลาดแบบน่าเกลียดออกมาเลย
ตลอดทั้งเกม แมนซิตี้ ยิงตรงกรอบเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้นเอง
3.เมื่อขันเกมรับจนแน่น ทีนี้มาดูเกมรุกบ้าง
ไมเคิ่ล คาร์ริค วางแผนให้ลูกทีมใช้การจู่โจมแบบฉาบฉวย หลังต่อบอลทำชิ่งกัน 4-5 จังหวะ ก็จะพยายามทิ้งบอลยาวไปยังพื้นที่ว่างข้างหน้าโดยพลัน
การมีอยู่ของ ค๊อบบี้ เมนู ในแดนกลางนี่แหละคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ แมนยูไนเต็ด เอาตัวรอดเวลาถูกคู่แข่งบีบอัดเข้าหา สามารถหลุดเล็ดรอดออกมาได้ตลอด
ขณะที่ตัวรุกอย่าง แพทริค ดอร์กู กับ อาหมัด ดิยัลโล่ ก็ใช้ความรวดเร็ว และคล่องตัวเล่นงานกองหลังของผู้มาเยือนที่ไม่ใช่ตัวหลัก
หัวหอกอย่าง 'เอ็มโม่' นอกจากพักบอลในแดนหน้ายังส่ายหาที่ว่างไปรับบอลได้อีก
แม้จะครองบอลน้อยกว่า แต่จังหวะการบุกแต่ละจังหวะของ 'อสูรสามง่าม' มันได้น้ำได้เนื้อมากกว่าชัดเจน
4. ทีมสีฟ้าเองก็ดูเกร็งๆ กันชอบกล
การปราศจากเซ็นเตอร์แบ็คตัวหลักพร้อมกันส่งผลเสียหายอย่างจงหนัก เพราะเด็กๆ วัยละอ่อนที่เอาลงมาออกอาการตื่นตระหนก เมื่อเจอบอลยาวจู่โจมใส่มักจะแสดงอาการตะกุกตะกักออกมาเป็นระยะ
พวกตัวขับเคลื่อนเกมรุกอย่าง ฟิล โฟเด้น ก็เล่นไม่ออก ขนาดเอา รายาน แชร์กี ลงมาแทนก็ยังเล่นไม่ออก ส่วนปีก 2 ข้างที่มหากาฬยิ่งนัก ทั้ง เฌเรมี่ โดกู และ อองตวน เซเมนโย่ ก็แผลงฤทธิ์ไม่ได้ เพราะถูกการจับตายแบบ 'ดับเบิ้ลทีม'
เมื่อแผนกห้องเครื่องทำงานไม่สะดวก หัวหอกมหาวินาศอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ก็ไม่ต่างจากเสาไฟฟ้าที่ปักเอาไว้ในสนามเฉยๆ
5. ตั้งแต่เปิดฤดูกาล เกมนี้คือเกมที่ แมนยูไนเต็ด เล่นกันได้แบบ 'สะเด่าไปเลยอีน้องส์' มากที่สุด
อันดับแรก พวกเขาเล่นกันได้อย่างมีชีวิตชีวาบนความมุ่งมั่นและทุ่มเทเต็ม 80,000 ตีนถีบ โดยเฉพาะจังหวะบวกกับอริร่วมเมืองที่ถึงลูกถึงเมียดีนักแล
อันดับต่อมาคือพยายามเน้นทุกจังหวะอย่างมีสมาธิมากที่สุด นี่คือเหตุผลที่บอกว่าทำไมถึงไม่แสดงความผิดพลาดออกมาง่ายๆ
พอตั้งอกตั้งใจ ผลงานของนักเตะแต่ละคนก็ออกมาดี ไม่มีใครได้คะแนนความสามารถต่ำกว่า 6 เลยสักคน ซึ่งหาดูได้ยากซ์ซ์ซ์
อย่างไรก็ตาม
กรุณาอย่าเพิ่งวางใจ แมนยูไนเต็ด เด็ดขาด เพราะพวกปีศาจมันชอบหักหลัง แถมหักหลังแฟนบอลมาหลายครั้งหลายหนแล้ว
เคลิบเคลิ้มเมื่อไหร่จะถูกหักหลังทันที เพียงแต่นัดนี้ทำดี มันก็ต้องชื่นชม