เหลือแค่5ราย! เปิดชื่อผู้จัดการทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ไม่ใช่แค่เฮดโค้ช

เหลือแค่5ราย! เปิดชื่อผู้จัดการทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ไม่ใช่แค่เฮดโค้ช
กลายเป็นประเด็นร้อนของ พรีเมียร์ลีก ในเวลานี้ไปแล้วสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมและเฮดโค้ชซึ่งทำให้ เอ็นโซ่ มาเรสก้า และ รูเบน อโมริม ตกเก้าอี้ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

สำหรับเกมฟุตบอลลีกอังกฤษยุคนี้ ความแตกต่างระหว่างตำแหน่งผู้จัดการทีมและเฮดโค้ชเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นว่าไม่ใช่ตำแหน่งเดียวกัน และมีบทบาทตลอดจนเพาเวอร์ที่ต่างกันด้วย

หลังเข้าใจว่าตัวเองสมควรเป็นผู้จัดการทีมมากกว่าแค่บทบาทเฮดโค้ช ทั้ง มาเรสก้า และ อโมริม กลายเป็นอดีตกุนซือทีม เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ทันทีหลังต่างก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยไม่พอใจบอร์ดบริหารที่ไม่ให้การสนับสนุนมากพอโดยเฉพาะประเด็นการเลือกซื้อนักเตะ

นั่นเป็นเพราะว่าหลังจากทีมใน พรีเมียร์ลีก หลายรายหันมาว่าจ้างผู้อำนวยการกีฬาหรือจะเรียกว่าผู้อำนวยการฟุตบอลก็ตามแต่ส่งผลให้บรรดากุนซือมีบทบาทน้อยลงในด้านการเลือกซื้อนักเตะ

แน่นอนว่ากุนซือสามารถเสนอชื่อนักเตะให้บอร์ดรับรู้ได้ว่าพวกเขาต้องการได้ใครมาเสริมทัพ แต่สุดท้ายสโมสรอาจไม่เห็นด้วยก็เป็นได้ และมีสิทธิ์คว้านักเตะรายอื่นที่ผู้อำนวยการกีฬาเห็นว่ามีความเหมาะสมมากกว่ามาร่วมทีมแทน

ด้วยเหตุนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้อำนวยการกีฬาและกุนซือของบางสโมสรจึงไม่สู้ดีโดยเฉพาะทีมใหญ่ซึ่งต้องการความสำเร็จแบบเร่งด่วน

ไม่เฉพาะใน พรีเมียร์ลีก เท่านั้น แต่ลีกอื่นๆในยุโรปล้วนมีโครงสร้างแบบนี้อย่างใน เซเรีย อา กุนซือบางรายกล้าระบุกับสื่อเมื่อไม่นานมานี้ด้วยซ้ำไปว่าเขาไม่รู้จักนักเตะใหม่ที่สโมสรดึงมาร่วมทีมซึ่งก็เป็นเพราะบอร์ดจัดการเรื่องนี้เองในบางเคส

ย้อนกลับไปในยุคที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ อาร์แซน เวนเกอร์ ประสบความสำเร็จกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล มันเป็นเพราะว่าสองผู้จัดการทีมมีอำนาจแทบจะเบ็ดเสร็จถึงการตัดสินใจเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ซึ่งเอื้อให้พวกเขาพาทีมคว้าแชมป์ได้มากมายอย่างที่เห็น

อย่างไรก็ดี หลังจากหลายทีมใน พรีเมียร์ลีก เริ่มมีมหาเศรษฐีต่างชาติเทคโอเวอร์เป็นเจ้าของสโมสร โมเดลแบบเดิมก็เริ่มสูญพันธ์โดยกุนซือถูกมองว่าสมควรมีบทบาทแค่คุมทีมซ้อมและลงแข่งเท่านั้นไม่สมควรยุ่มย่ามเรื่องธุรกิจในตลาดนักเตะ

แม้กระทั่ง ผีแดง เองหลังจาก เฟอร์กี้ สละเก้าอี้ สโมสรก็ไร้ความสำเร็จมานานกระทั่งบอร์ดชุดปัจจุบันเริ่มเดินตามกระแสสังคมด้วยการกำหนดบทบาทกุนซือเป็นเพียงแค่เฮดโค้ช

จวบจนถึงซีซั่นนี้ อีเอสพีเอ็น เผยว่าสโมสรใน พรีเมียร์ลีก เหลือผู้จัดการทีมแค่ห้ารายเท่านั้นอันประกอบไปด้วย อาร์เซน่อล , เอฟเวอร์ตัน ,แมนฯ ซิตี้ , คริสตัล พาเลซ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ในรายของ มิเกล อาร์เตต้า อันที่จริงแรกทีเดียวกุนซือสแปนิชมีตำแหน่งเป็นเฮดโค้ชเช่นกันหลังเข้ามารับงานแทน อูไน เอเมรี่ ในเดือนธ.ค.2019 แต่หลังพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ เป็นผลสำเร็จ เขาก็ได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมในเดือนก.ย.2020 โดยทีม ปืนใหญ่ หวังเจริญรอยตามโมเดลเดิมสมัยที่ เวนเกอร์ พาทีมประสบความสำเร็จ

ด้วยเหตุนี้ อาร์เตต้า จึงมีอำนาจในการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ดังจะเห็นว่าเขาสมใจกับการดึง มาร์ติน ซูบีเมนดี้ มาเสริมทัพแม้ เดอะ กันเนอร์ส จะตั้ง อันเดรีย แบร์ต้า ให้นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการกีฬาแทน เอดู ที่ขออำลาสโมสรก็ตาม

ด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้จัดการทีมสแปนิชได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดมากแค่ไหนหลังพาทีม เรือใบสีฟ้า แปรสภาพจาก "เพื่อนบ้านที่น่ารำคาญ" ยิ่งใหญ่แซงหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว

ดังจะเห็นว่าล่าสุด แมนฯ ซิตี้ ดึง อองตวน เซเมนโย่ ปีกทีม บอร์นมัธ มาเสริมทัพได้ไม่ยากแม้ดาวเตะทีมชาติ กาน่า จะเป็นเป้าหมายของ ลิเวอร์พูล อยู่ก่อน

สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือขัดตาทัพจะได้รับงานอย่างถาวรในซีซั่นหน้าหรือไม่ สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือหากสโมสรประสบความสำเร็จในการดึงโค้ชบิ๊กเนมมากุมบังเหียน เขาคนนั้นจะเป็นแค่เฮดโค้ชหรือเปล่า และจะมีอำนาจในการเลือกนักเตะมากแค่ไหน

อีกทั้งคำถามสำคัญก็คือเขาจะสามารถพา แมนฯ ยูไนเต็ด กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่หลังจาก ผีแดง ตกต่ำอย่างหนักนับตั้งแต่ไม่มีผู้จัดการทีมนาม เซอร์ เฟอร์กี้



ที่มาของภาพ : getty images
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport