ถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือเป้าหมายเดียวในซีซั่นนี้ให้ลุ้นเท่านั้นคือการคว้าโควต้าลงเล่นถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า
หลังแต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค ให้คุมทีมแทน รูเบน อโมริม เป็นการชั่วคราว ภารกิจของกุนซือวัย 44 ปีหนีไม่พ้นต้องพาทีมตีตั๋วลงเล่นเกมหูใหญ่ซีซั่นหน้าให้ได้โดยเขามีโปรแกรมคุมทีมลงสนามรวม 17 นัด
จากอันดับตารางล่าสุด ปีศาจแดง แขวนตัวเองอยู่ในอันดับเจ็ดโดยมีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล ทีมอันดับสี่แค่สามแต้มเท่านั้นมันจึงหมายความว่าสโมสรของเมืองแมนเชสเตอร์ยังสามารถวาดฝันถึงเป้าหมายหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ได้
อย่างไรก็ดี หากมองดูโปรแกรมของ แมนฯ ยูไนเต็ด คาร์ริค จะเจอกับงานยากติดๆกันสองเกมแรกไล่ตั้งแต่การคุมทีมทำศึกดาร์บี้แมตช์ฟัดกับ แมนฯ ซิตี้ ในบ้าน และต่อด้วยการบุกไปบู๊กับ อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูงซึ่งแน่นอนว่าหากกุนซือขัดตาทัพเริ่มต้นได้อย่างเลวร้าย โอกาสที่ทีมจะสมหวังในบั้นปลายก็ย่อมริบหรี่ลงไป
ถึงกระนั้น หลังจาก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เพิ่มโควต้าถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ชาติยักษ์ใหญ่เป็นห้าราย แมนฯ ยูไนเต็ด อาจตีตั๋วได้สำเร็จหากจบซีซั่นในอันดับท็อปไฟฟ์
ต่อกรณีดังกล่าว แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ มองว่า คาร์ริค อาจทำงานได้ลุล่วงหากเขาพาทีมคว้าชัยในเกม พรีเมียร์ลีก ได้ 11 จาก 17 นัด
ถึงขณะนี้ ปีศาจแดง ลงบู๊ไปแล้ว 21 นัด และเก็บได้ 32 แต้มเท่ากับ นิวคาสเซิ่ล ทีมอันดับหกซึ่งมีผลต่างประตูได้เสียเหนือกว่าแค่เม็ดเดียวเท่านั้น
ขณะเดียวกัน หากจะมองย้อนอดีตไปถึงศึก พรีเมียร์ลีก ห้าซีซั่นที่ผ่านมา ทีมที่จบอันดับห้าจะเก็บแต้มได้ราว 66-69 แต้มซึ่งเป็นตัวเลขที่ คาร์ริค ต้องทำให้ได้หากหวังพา ปีศาจแดง ลงเล่นเกมหูใหญ่ในซีซั่นหน้า
หากจะยึดตัวเลข 66 แต้มเป็นตัวตั้งเพื่อจบอันดับห้าในซีซั่นนี้ คาร์ริค ต้องคุมทีมคว้าให้ได้อีก 34 แต้มจาก 17 นัดที่เหลือซึ่งหมายถึงการกำชัย 10 นัด เสมอ 4 นัดหรือชนะ 11 นัด เสมอ 1 นัด
อย่างไรก็ดี เมื่อมองกันถึงความเป็นไปได้ และประเมินตัวเองให้ต่ำที่สุด ผีแดง อาจแพ้ทั้งสองเกมหน้าซึ่งหมายความว่า คาร์ริค จะต้องพาทีมชนะ 11 จาก 15 นัดที่เหลือ
และเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ นี่คือโปรแกรม พรีเมียร์ลีก 17 นัดของ ผีแดง ภายใต้การคุมทีมของกุนซือขัดตาทัพ
17 ม.ค.:แมนฯ ซิตี้ (เหย้า)
25 ม.ค.: อาร์เซน่อล (เยือน)
1 ก.พ.: ฟูแล่ม (เหย้า)
7 ก.พ.: สเปอร์ส (เหย้า)
10 ก.พ.: เวสต์แฮม (เยือน)
23 ก.พ.: เอฟเวอร์ตัน (เยือน)
28 ก.พ.: คริสตัล พาเลซ (เหย้า)
4 มี.ค.: นิวคาสเซิ่ล (เยือน)
14 มี.ค.: แอสตัน วิลล่า (เหย้า)
21 มี.ค.: บอร์นัธ (เยือน)
11 เม.ย.: ลีดส์ (เหย้า)
18 เม.ย.: เชลซี (เยือน)
25 เม.ย.: เบรนท์ฟอร์ด (เหย้า)
2 พ.ค.: ลิเวอร์พูล (เหย้า)
9 พ.ค.: ซันเดอร์แลนด์ (เยือน)
17 พ.ค.: ฟอเรสต์ (เหย้า)
24 พ.ค.: ไบรท์ตัน (เยือน)