ไม่ใช่แค่รีเซต แต่ต้องยกเครื่อง! ทำไมชื่อ ทูเคิ่ล ยังใช่สำหรับ แมนยู

ไม่ใช่แค่รีเซต แต่ต้องยกเครื่อง! ทำไมชื่อ ทูเคิ่ล ยังใช่สำหรับ แมนยู
แม้ตลาดกุนซือยังไร้ตัวเลือกระดับท็อปในเวลานี้ และแม้ชื่อของ โธมัส ทูเคิ่ล อาจจะยังไม่ใช่คำตอบในปัจจุบัน แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่มีเวลารอหรือทดลองมากนัก เมื่อสิ่งที่สโมสรต้องการคือ “ผลลัพธ์ทันที” คาแรกเตอร์แข็ง แท็กติกยืดหยุ่น และความกล้าชนโครงสร้างเดิม คือคุณสมบัติที่ทำให้ชื่อของกุนซือเยอรมันยังถูกจับตา และอาจกลับมาอยู่ในสมการของผีแดงได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาล 2025/26 หลังปลด รูเบน อโมริม โดยภารกิจสำคัญของสโมสรยังคงเป็นการมองหากุนซือถาวรที่จะพาทีมกลับสู่ความสำเร็จ

 ในบรรดาแคนดิเดตทั้งหมด ชื่อของ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือทีมชาติอังกฤษ ถูกยกให้โดดเด่นคนหนึ่ง หลังเคยมีการเจรจากับยูไนเต็ดมาแล้ว แต่ถูกปัดตกจากการตัดสินใจต่อสัญญาให้กับ เอริก เทน ฮาก ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสโมสร

 รายงานระบุว่า ทูเคิ่ล เคยปฏิเสธงานดังกล่าวจากทั้งประเด็นอำนาจในการทำทีม และความอ่อนล้าจากช่วงเวลาที่กดดันกับ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนจะหันไปรับงานคุมทีมชาติอังกฤษแทน

 อย่างไรก็ตาม แม้ ยูไนเต็ด จะเปลี่ยนกุนซือมาหลายราย แต่ทิศทางของทีมยังไร้ความชัดเจน และทูเคิ่ล ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีศักยภาพพอจะพา “ปีศาจแดง” หลุดพ้นจากความวุ่นวายนี้ได้ แม้การทาบทามเขาในช่วงใกล้ฟุตบอลโลกจะเป็นความเสี่ยงที่ต้องคิดให้รอบคอบก็ตาม

 -ยูไนเต็ด ต้องการความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่การเริ่มใหม่

 การที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลือกใช้ ไมเคิล คาร์ริค เป็นกุนซือชั่วคราว สะท้อนชัดว่าตลาดผู้จัดการทีมในเวลานี้ยังขาดตัวเลือกระดับท็อป อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ รายชื่อที่น่าสนใจจะเพิ่มขึ้นทันที ทั้ง อันโดนี่ อิราโอล่า ที่สัญญากับ บอร์นมัธ ใกล้หมด, โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ของคริสตัล พาเลซ รวมถึง มาร์โก ซิลวา จาก ฟูแล่ม

 ขณะเดียวกัน เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ก็อาจกลับสู่ตลาดอีกครั้งหลังจบภารกิจกับทีมชาติสหรัฐฯ ส่วน ชาบี อลอนโซ่ และ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ก็ยังถูกมองเป็นตัวเลือกที่ยังน่าจับตามอง

 แต่หากพูดถึงกุนซือที่ “เข้ามาแล้วเห็นผลเร็ว” ทูเคิ่ล คือชื่อที่โดดเด่นที่สุด กุนซือชาวเยอรมันพิสูจน์มาแล้วว่าแรงกดดันไม่เคยเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะการรับช่วงต่อจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล หรือการคุม เปแอสเช คว้าแชมป์ ลีก เอิง สองสมัยซ้อน พร้อมพาทีมทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงพา บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกา และล่าสุดกับบทบาทกุนซือทีมชาติอังกฤษ เขาก็เริ่มต้นอย่างยอดเยี่ยมกับทีมสิงโตคำราม สามารถเก็บชนะในเกมคัดบอลโลกโดยไม่เสียประตูเลยแม้แต่นัดเดียว 

 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการไม่ใช่แค่การรีเซตทีมอีกครั้ง แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลทันที และเมื่อมองจากตัวเลือกทั้งหมด ชื่อของ ทูเคิ่ล ยังถูกมองว่าเป็นคำตอบที่ตรงโจทย์ที่สุดในสถานการณ์ที่ “ผีแดง” ไม่มีเวลาลองผิดลองถูกอีกต่อไป

 แม้ในปัจจุบัน ทูเคิ่ล จะยังคงมีภารกิจคุมทีมชาติอังกฤษจนถึงศึกฟุตบอลโลก 2026 และยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ยูไนเต็ดสามารถดึงตัวมาใช้งานได้ทันที แต่หลังจากทัวร์นาเมนต์ใหญ่ปิดฉากลง สัญญาของกุนซือชาวเยอรมันก็จะสิ้นสุดลงเช่นกัน และนั่นอาจเป็นจังหวะที่ชื่อของเขากลับมาอยู่ในเรดาร์ของถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้งอย่างจริงจัง

 -แท็กติกยืดหยุ่น อ่านเกมขาด เปลี่ยนทีมได้จริง

 หาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังมองหากุนซือที่เข้ามา “เปลี่ยนทีม” ได้ทันที ชื่อของ ทูเคิ่ล คือหนึ่งในตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้ แม้จะไม่ใช่โค้ชสายระยะยาว แต่จุดเด่นของกุนซือชาวเยอรมันคือการสร้างอิมแพ็กอย่างรวดเร็ว และรับมือกับแรงกดดันได้แบบไม่สะทกสะท้าน 

ทูเคิ่ล ขึ้นชื่อเรื่องความยืดหยุ่นทางแท็กติก การแก้เกมระหว่างการแข่งขันคืออาวุธสำคัญที่ทำให้เขาถูกยกให้เป็นหนึ่งในโค้ชที่อ่านเกมขาดที่สุดในยุคนี้ แฟนผีที่อึดอัดกับความยึดติดระบบของ อโมริม ย่อมมองเห็นความแตกต่างได้ไม่ยาก

 แน่นอน จุดที่ต้องยอมรับคือ ทูเคิ่ล ไม่ใช่กุนซือที่อยู่กับสโมสรใดนานนัก แต่ในช่วงเวลาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการ “ผู้นำที่เอาอยู่” และกล้าชนกับโครงสร้างเดิมของสโมสร คาแรกเตอร์แบบนี้อาจเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าความมั่นคงระยะยาว

 -คาแรกเตอร์แรง แต่ได้ผลไว จุดเสี่ยง–จุดขายของ ‘ทูเคิ่ล’ ที่ผีแดงต้องคิดให้ขาด

จุดที่อาจทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องชั่งใจในการดึง ทูเคิ่ล เข้ามาคุมทีม คือประวัติการทำงานที่ไม่ค่อยยืนระยะกับสโมสรใดนานนัก กุนซือชาวเยอรมันมักอยู่คุมทีมเพียงไม่กี่ฤดูกาล ก่อนแยกทางกันไปตามบริบทของสโมสร

 อย่างไรก็ตาม ทูเคิ่ล เองก็ยอมรับแบบติดตลกในวันเปิดตัวกับทีมชาติอังกฤษว่า เขากำลัง “พัฒนาการทำงานระยะยาว” ของตัวเองอยู่ ซึ่งในมุมของยูไนเต็ด นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะสิ่งที่สโมสรต้องการในตอนนี้คือผลลัพธ์ระยะสั้น และการยกระดับทีมอย่างเร่งด่วน มากกว่าการวางแผนหลายปี 

บอร์ดบริหารนำโดย เซอร์ จิม แร็ตคลิฟฟ์  อาจลังเลกับคาแรกเตอร์แข็งกร้าวของ ทูเคิ่ล ที่ขึ้นชื่อเรื่องการยืนหยัดในแนวทางของตัวเองและไม่เกรงใจเจ้าของทีม แต่จากบทเรียนความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในยุคของ อโมริม โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งภายในสโมสร อาจถึงเวลาที่ผู้บริหารต้องทบทวนรูปแบบการทำงานใหม่อย่างจริงจัง

 อลัน เชียเรอร์ ตำนานทีมชาติอังกฤษ เคยชี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “คุณจะหยุดวงจรปัญหาได้ ก็ต่อเมื่อคุณมีผู้นำที่แข็งแกร่งจริงๆ และปล่อยให้เขาทำงานอย่างเต็มที่” พร้อมยกตัวอย่างว่า สโมสรระดับหัวตารางในพรีเมียร์ลีก ล้วนขับเคลื่อนโดยผู้จัดการทีมเป็นศูนย์กลาง แม้จะมีผู้อำนวยการฟุตบอล แต่ทุกฝ่ายต้องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน 

หากปีศาจแดงหวังกลับมายืนในแถวหน้าของวงการลูกหนังอีกครั้ง บางทีการดึงคนอย่าง ทูเคิ่ล เข้ามาถืออำนาจเบ็ดเสร็จบนเส้นข้างสนาม อาจเป็นการเดิมพันที่สโมสรไม่อาจปฏิเสธได้



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport