การย้ายทีมของ อองตวน เซเมนโย่ ส่งผลทั้งบวกและลบต่อแมนฯ ซิตี้, บอร์นมัธ หรือกระทั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด และกลุ่มทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว
การย้ายทีมของ อองตวน เซเมนโย่ จาก บอร์นมัธ สู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 62.5 ล้านปอนด์ (ราว 2,900 ล้านบาท) ไม่ใช่เพียงดีลเสริมทัพตามปกติ แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในดีลที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างการแข่งขันของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้
ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เกม แนวรุกวัย 26 ปี เริ่มแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลในทีมใหม่อย่างชัดเจน ทั้งการทำประตูและแอสซิสต์ ซึ่งสะท้อนว่า ซิตี้ ไม่ได้ซื้อผู้เล่นเพื่อเป็น “ตัวหมุนเวียน” แต่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในช่วงโค้งตัดสินของฤดูกาล
เซเมนโย่ เปิดฉากอย่างเร้่าใจกับ แมนฯ ซิตี้ด้วยผลงาน ยิง 1 ประตู และทำ 1 แอสซิสต์ ในเกม เอฟเอ คัพ รอบสาม ที่ถล่ม เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 10-1 ก่อนทำประตูได้อีกในเกม คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่บุกชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 แม้จะมีอีกหนึ่งประตูถูกริบคืนหลังเช็ก VAR ก็ตาม
สิ่งที่ทำให้ดีลนี้มีความหมายมากกว่าแค่ผลงานเฉพาะหน้า คือการที่ เซเมนโย่ เข้ามาแบ่งเบาภาระการทำประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ซึ่งตลอดฤดูกาลนี้ ทีมเรือใบสีฟ้าต้องพึ่งพาดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์เป็นหลัก
ฮาลันด์ ยิงไปแล้ว 39 ประตูจาก 34 นัด ให้สโมสรและทีมชาติ แต่ช่วงหลังฟอร์มดร็อป ยิงได้เพียงครั้งเดียวจาก 6 เกมหลังสุด และไม่ยิงจากโอเพ่นเพลย์ตั้งแต่เกมพบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม
ด้าน เซเมนโย่ ก่อนย้ายสู่รั้ว เอติฮัด สเตเดี้ยม ยิงในพรีเมียร์ลีกให้บอร์นมัธไปแล้ว 10 ประตู รั้งอันดับ 3 ดาวซัลโวลีก รวมทุกรายการซัดทั้งสิ้น 12 เป็นรองเพียงเพื่อนใหม่ ฮาลันด์ (26) และ อีกอร์ ติอาโก้ (17) ของเบรนท์ฟอร์ด
ความสามารถในการเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก ยิ่งทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีตัวเลือกเชิงแท็กติกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงลุ้นแชมป์
ผลกระทบของดีลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝั่งเอติฮัด สเตเดี้ยม เท่านั้น
สำหรับ บอร์นมัธ แม้จะเสียหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญ แต่การขายสตาร์ทีมชาติกานาถือเป็นกำไรเชิงโครงสร้าง หลังซื้อมาจาก บริสตอล ซิตี้ ด้วยค่าตัวเพียง 10 ล้านปอนด์ (ราว 465 ล้านบาท) ผ่านไปเพียง 3 ปีขายด้วยกำไรเกิน 6 เท่าตัว ทำให้สโมสรมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเสริมทีมในหลายตำแหน่ง ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี อิราโอล่า
ในมุมของคู่แข่ง การย้ายทีมครั้งนี้สร้างแรงกดดันโดยตรงต่อทีมลุ้นแชมป์อย่าง อาร์เซน่อล ซึ่งแม้จะนำเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนห่าง 6 แต้ม แต่ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าหนึ่งในผู้ท้าชิงหลักได้ยกระดับขุมกำลังในช่วงสำคัญของฤดูกาล
ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นฝ่ายเสียประโยชน์จากตลาดนักเตะ หลังเคยมีข่าวเชื่อมโยงกับ เซเมนโย่ อย่างจริงจัง แต่สุดท้ายต้องเห็นนักเตะย้ายไปอยู่กับคู่ปรับร่วมเมือง และอาจลงสนามที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในฐานะผู้มาเยือนใน แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ สุดสัปดาห์นี้
ดีลนี้ยังส่งผลต่อโครงสร้างภายในของ แมนฯ ซิตี้ เอง เมื่อแนวรุกฝั่งขวาเริ่มแน่นขึ้น ส่งผลต่ออนาคตของผู้เล่นอย่าง ออสการ์ บ็อบบ์ และ ซาวินโญ่ โดยเฉพาะรายหลังที่ย้ายมาจาก จีโรน่า ด้วยค่าตัว 31 ล้านปอนด์ (ราว 1,440 ล้านบาท) แต่ยังทำได้เพียง 2 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จาก 23 นัดในฤดูกาลนี้
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การย้ายทีมของ อองตวน เซเมนโย่ ไม่ใช่แค่การเสริมผู้เล่นรายหนึ่ง แต่เป็นดีลที่เปลี่ยนสมดุลการแข่งขัน ทั้งในแง่การลุ้นแชมป์ การขับเคี่ยวของคู่แข่ง และทิศทางของตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีกในช่วงที่ทุกแต้มมีความหมาย