โค้ชชั่วคราวคือใคร? เจาะบทบาทกุนซือขัดตาทัพในฟุตบอลอาชีพ

โค้ชชั่วคราวคือใคร? เจาะบทบาทกุนซือขัดตาทัพในฟุตบอลอาชีพ
การแต่งตั้งผู้จัดการทีมชั่วคราวกลายเป็นทางเลือกสำคัญของสโมสรฟุตบอลยุคใหม่ ทั้งเพื่อกู้วิกฤต, ปลุกทีม และรอคำตอบระยะยาว

ในโลกฟุตบอลอาชีพ การปลดผู้จัดการทีมระหว่างฤดูกาลไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป และสิ่งที่ตามมาทันทีในหลายกรณีคือการแต่งตั้งผู้จัดการทีมชั่วคราว หรือโค้ชขัดตาทัพ เพื่อเข้ามาประคองสถานการณ์ในช่วงเวลาที่สโมสรอยู่ในภาวะเปราะบางที่สุด

ยกตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดก็ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งแต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตมิดฟิลด์สโมสรกลับมากอบกู้สถานการณ์หลังจากแยกทางกับ รูเบน อโมริม นั่นเอง

ว่าด้วยบทบาทของโค้ชชั่วคราวแตกต่างจากกุนซือถาวรอย่างชัดเจน หน้าที่หลักไม่ใช่การวางรากฐานระยะยาวหรือสร้างปรัชญาการเล่นใหม่ทั้งหมด แต่คือการ รักษาเสถียรภาพ, ฟื้นความเชื่อมั่นของนักเตะ และ หยุดผลงานตกต่ำให้ได้เร็วที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร

สโมสรฟุตบอลจำนวนมากเลือกใช้โมเดลนี้ เพราะช่วยเปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารมีเวลาในการสรรหากุนซือถาวรอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกันยังลดแรงสั่นสะเทือนในห้องแต่งตัว โดยเฉพาะในกรณีที่โค้ชชั่วคราวเป็นบุคคลที่นักเตะคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น โค้ชทีมเยาวชน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม หรืออดีตนักเตะของสโมสร

ตัวอย่างความสำเร็จของโค้ชชั่วคราวมีให้เห็นในหลายยุคหลายสมัย กุส ฮิดดิ้งค์ เคยเข้ามารับงานระยะสั้นกับเชลซี และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ปี 2009 ขณะที่ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เริ่มต้นจากสถานะกุนซือขัดตาทัพ ก่อนสร้างผลงานประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2012

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในสนามไม่ได้รับประกันตำแหน่งถาวรเสมอไป หลายกรณีสะท้อนให้เห็นว่า การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับแผนระยะยาวของบอร์ดบริหาร ภาพลักษณ์ของสโมสร และทิศทางที่ผู้บริหารต้องการพาทีมไป

นีล วอร์น็อค กุนซือจอมเก๋าซึ่งผ่านบทบาทโค้ชชั่วคราวมาแล้วกับหลายสโมสร มองว่าหัวใจของงานขัดตาทัพคือการ “กลับสู่พื้นฐาน” มากกว่าการใช้แท็กติกซับซ้อน การสื่อสารตรงไปตรงมา และการสร้างความเชื่อมั่นในห้องแต่งตัว คือสิ่งที่ช่วยปลุกทีมได้เร็วที่สุดในช่วงเวลาวิกฤต

ในบางกรณี งานโค้ชชั่วคราวกลับกลายเป็นภาระทางจิตใจอย่างหนัก เช่น โจบี แม็คอะนัฟฟ์ ที่ก้าวจากบทบาทกัปตันทีมขึ้นมาคุมทีมชั่วคราว ต้องเผชิญความยากลำบากในการปรับความสัมพันธ์กับอดีตเพื่อนร่วมทีม และจำเป็นต้องตัดสินใจแขวนสตั๊ดเพื่อโฟกัสกับงานโค้ชอย่างเต็มตัว

ด้าน ฟิล บราวน์ คืออีกตัวอย่างที่สะท้อนความไม่แน่นอนของตำแหน่งนี้ แม้จะทำผลงานได้ดีในช่วงแรก แต่ก็ยังต้องยอมรับการตัดสินใจของสโมสร ก่อนจะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งและคว้าโอกาสคุมทีมแบบถาวรในเวลาต่อมา

อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของโค้ชชั่วคราวคือการรับมือกับสื่อและแรงกดดันภายนอก ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การวางตัวอย่างระมัดระวังมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกคำพูดอาจถูกตีความว่าเป็นการแสดงความทะเยอทะยานเกินบทบาท ซึ่งอาจส่งผลต่ออนาคตการทำงานกับผู้จัดการทีมคนถัดไป

ท้ายที่สุด บทบาทของโค้ชขัดตาทัพจึงเป็นตำแหน่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง โอกาส และ ความเสี่ยง บางคนใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้เป็นบันไดสู่ตำแหน่งถาวร ขณะที่อีกหลายคนต้องยอมรับบทบาทของ “ผู้ประคองสถานการณ์” ก่อนถอยกลับไปอยู่เบื้องหลัง

ในโลกฟุตบอลที่ผลการแข่งขันคือทุกสิ่ง โค้ชชั่วคราวอาจไม่มีเวลามากพอสำหรับการสร้างทีมในฝัน แต่สิ่งที่พวกเขาทำได้คือการสร้าง “ประกายไฟ” เพื่อพาสโมสรผ่านพ้นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของฤดูกาลให้ได้



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport