แม้ฟุตบอลยุคใหม่จะมีเทคโนโลยีวีเออาร์ถูกนำมาใช้ช่วยเหลือผู้ตัดสินให้เป่านกหวีดได้อย่างถูกต้อง
แต่ผ่านมาถึงวันนี้ยังคงเกิดข้อถกเถียงถึงการทำหน้าที่ผิดพลาดของผู้ตัดสินวีเออาร์ แถมหลังจากศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2025/26 ผ่านมาได้ครึ่งทาง บีบีซี เผยว่าวีเออาร์ก่อความผิดพลาดมากกว่าครึ่งแรกของซีซั่นก่อนด้วยซ้ำคิดได้เป็นเรต 30%
จากครึ่งแรกของซีซั่นก่อนที่มีการระบุว่าวีเออาร์ก่อความผิดพลาด 10 นัด มาคราวนี้วีเออาร์ก่อความผิดพลาดมากขึ้นรวม 13 นัด
สื่อใหญ่ของอังกฤษเผยว่าหลังจากคณะกรรมการ คีย์ แมตช์ อินซิเดนต์ส (เคเอ็มไอ) ของ พรีเมียร์ลีก ทั้งห้ารายซึ่งประกอบด้วยอดีตนักเตะและโค้ช รวมทั้งตัวแทนจากสโมสรของ พรีเมียร์ลีก และ องค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพ (พีจีเอ็มโอแอล) พิจารณาการตัดสินของวีเออาร์ในจังหวะสำคัญ พวกเขาได้บทสรุปจากเสียงโหวตส่วนใหญ่ของคณะกรรมการว่าเกิดความผิดพลาดตั้งแต่เกมเปิดซีซั่นดังนี้
1. ลิเวอร์พูล 4-2 บอร์นมัธ : เซเนซี่ ต้องได้ใบแดง
บอลลอยมากระทบแขน มาร์กอส เซเนซี่ อย่างเป็นอุบัติเหตุ แต่เขาเจตนาสลัดบอลให้พ้นทาง อูโก้ เอกิติเก้ ที่พยายามกระโจนเข้าหาปากประตู ผู้ตัดสินไม่ได้แจกใบแดงให้ เซเนซี่ ด้วยมองว่ามันไม่ได้เป็นการทำฟาวล์
คณะกรรมการลงความเห็น : มีแอคชั่นหนสองจาก เซเนซี่ ซึ่งขยับแขนสกัดบอล และเป็นเจตนาทำแฮนด์บอลซึ่งเป็นการปฏิเสธโอกาสทำประตู
2. เชลซี 2-0 ฟูแล่ม : คิง ถูกปฏิเสธประตู
ขณะที่เกมยังเสมอกัน 0-0 จอช คิง ตะบันให้ เจ้าสัวน้อย บุกไปนำก่อนในนาทีที่ 21 แรกทีเดียวผู้ตัดสิน ร็อบ โจนส์ เป่าให้เป็นประตู แต่วีเออาร์บ่งชี้ว่าท่านเปาตัดสินพลาดเนื่องจากก่อนที่ทีมเยือนได้ประตู โรดริโก้ มูนยิซ ทำฟาวล์ เทรโวห์ ชาโลบาห์ ก่อน
คณะกรรมการลงความเห็น :มูนยิช ครองบอลได้ก็จริง และ ชาโลบาห์ พยายามเข้าแย่งบอล การเข้าปะทะเป็นไปอย่างปกติ
3. วูล์ฟส์ 2-3 เอฟเวอร์ตัน : บวยโน่ ถูกปฏิเสธลูกโทษ
อูโก้ บวยโน่ ถูก อิลิมาน เอ็นดิยาย เข้าปะทะล้มในนาทีที่ 70 โดยทีม หมาป่า ตกเป็นรอง 3-1 ในครึ่งแรก ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ปล่อยให้เกมดำเนินต่อ ขณะที่ เคร็ก พอว์สัน ผู้ตัดสินวีเออาร์เห็นพ้องโดยไม่คิดแทรกแซง
คณะกรรมการลงความเห็น : เอ็นดิยาย เข้าปะทะอย่างสะเพร่า และมันสมควรเป็นลูกโทษของ บวยโน่
4. เบรนท์ฟอร์ด 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด: คอลลินส์ สมควรได้ใบแดง
เนธาน คอลลินส์ วิ่งไล่กวด ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และดึงกองหน้า ผีแดง ล้มจากด้านหลังในนาทีที่ 71 โดย เดอะ บีส์ นำหน้าอยู่ 2-1 ผู้ตัดสิน เคร็ก พอว์สัน มอบลูกโทษ แต่แจกแค่ใบเหลืองให้ดาวเตะเจ้าบ้าน ขณะที่ แอนดี้ แมดลีย์ ผู้ตัดสินวีเออาร์พิจารณาว่าสตาร์ทีมชาติ แคเมอรูน ยังไม่ได้ครองบอลจึงไม่ได้ถูกปฏิเสธโอกาสทำประตู เจ้าบ้านจึงยังมีนักเตะครบ 11 รายก่อนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะสังหารลูกโทษพลาดถูก ควีวิน เคลเลเฮอร์ ปัดได้
คณะกรรมการลงความเห็น : มีการเข้าปะทะจาก คอลลินส์ ซึ่งไม่พยายามเล่นบอลอย่างเห็นได้ชัด และทำให้ เอ็มเบอโม่ ถูกปฏิเสธโอกาสทำสกอร์
5. เชลซี 1-3 ไบรท์ตัน : กุสโต้ ยกเท้าสูง
มาโล กุสโต้ ยกเท้าสูงเข้าสกัดบอลจาก ยานคูบา มินเตห์ และทำให้ดาวเตะ นกนางนวล ล้มลงพร้อมทั้งกุมศีรษะ แต่ผู้ตัดสิน ไซม่อน ฮูเปอร์ ไม่เชื่อว่ามีการปะทะ และ ดาร์เรน อิงแลนด์ ผู้ตัดสินวีเออาร์พิจารณาว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องเข้าแทรกแซง แม้ช่วงนั้นในนาทีที่ 87 สกอร์ยังเป็น 1-1 แต่ทีมเยือนยิงสองเม็ดซ้อนในช่วงทดเวลาแซงชนะได้สำเร็จ
คณะกรรมการลงความเห็น : กุสโต้ ยกเท้าสูงเข้าสกัดอย่างชัดเจน และมีการปะทะเข้าที่หัวไหล่ รวมทั้งศีรษะของ มินเตห์ วีเออาร์จึงสมควรเข้าแทรกแซง
6. คริสตัล พาเลซ 3-3 บอร์นมัธ : เซเนซี่ รอดใบแดงอีกหน
ผู้ตัดสิน จาร์เร็ด จิลเล็ตต์ ได้รับคำแนะนำจาก อเล็กซ์ ชิโลวิซ ผู้ตัดสินวีเออาร์ให้วิ่งไปดูจอมอนิเตอร์ข้างสนามก่อนที่สิงห์เชิ้ตดำจะปฏิเสธความเห็นของ ชิโลวิซ ว่า เซเนซี่ สมควรได้ใบแดงจากการปฏิเสธโอกาสทำประตูที่ชัดแจ้งของ อิสไมลา ซาร์ ด้วยมองว่าบอลอยู่ห่างจากตัวสตาร์ทีม อินทรีผงาดฟ้า โดยในตอนนั้น เดอะ เชอร์รีส์ นำหน้า 2-0 ในนาทีที่ 51
คณะกรรมการลงความเห็น : ซาร์ มีโอกาสครองบอล และมีสิทธิ์ยิงประตูอย่างชัดเจน
7. เบรนท์ฟอร์ด 3:1 นิวคาสเซิ่ล : เบิร์น ทำฟาวล์ วัตตาร่า
แดน เบิร์น เหยียบเท้า ดังโก้ วัตตาร่า จนล้มลงกับพื้น แต่ดาวเตะเจ้าบ้านได้ใบเหลืองข้อหาพุ่งล้มโดย พอล เทียร์นีย์ ผู้ตัดสินวีเออาร์ไม่คิดแทรกแซงก่อนที่ถัดมาไม่นาน เบรนท์ฟอร์ด จะได้ลูกโทษหลังสองนักเตะคู่เดิมปะทะกันอีกรอบ
คณะกรรมการลงความเห็น : เบิร์น ทำฟาวล์อย่างชัดเจน และผู้ตัดสินควรมอบลูกโทษให้ เบรนท์ฟอร์ด ในจังหวะนี้ด้วย
8. บอร์นมัธ 2-2 เวสต์แฮม : คิลแมน ใช้มือปัดบอล
บอร์นมัธ ตกเป็นรอง เวสต์แฮม 2-0 ก่อนที่พวกเขาจะได้ลูกโทษในนาทีที่ 66 จากจังหวะที่ แม็กซ์ คิลแมน ใช้มือปัดบอลขณะล้มอยู่กับพื้นปฏิเสธโอกาสสับไกของ เอวานิลสัน ผู้ตัดสิน โธมัส บรามอลล์ แจกแค่ใบเหลืองให้ดาวเตะ ขุนค้อน และ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินวีเออาร์เห็นพ้อง
คณะกรรมการลงความเห็น : ชัดเจนว่า คิลแมน เจตนาใช้มือปัดบอลปฏิเสธโอกาสยิงประตู และสมควรได้ใบแดง
9. นิวคาสเซิ่ล 2-1 แมนฯ ซิตี้ : โฟเด้น โดนเสียบคว่ำ
หลังผ่านไป 17 นาทีโดยที่เกมยังเสมอกัน 0-0 ฟิล โฟเด้น หลุดไปสับไก และโดน ฟาเบียน แชร์ เข้ามาสกัดล้ม แต่ เรือใบสีฟ้า พลาดได้ลูกโทษโดยมีการตัดสินว่ากองหลัง สาลิกาดง เข้าปะทะอย่างถูกกฏกติกา
คณะกรรมการลงความเห็น : แชร์ ทำฟาวล์ชัดเจน และมีการเข้าปะทะจนทำให้ โฟเด้น พลาดโอกาสทำสกอร์ซึ่งสมควรเป็นลูกโทษ
10. วูล์ฟส์ 1-4 แมนฯ ยูไนเต็ด:อักบาดู ทำแฮนด์บอล
เอ็มมานูเอล อักบาดู เอียงตัวไปบล็อกลูกยิง แต่ สจ๊วร์ต แอตต์เวลล์ ผู้ตัดสินวีเออาร์ ไม่ได้สะกิดให้ ไมเคิ่ล ซาลิสบิวรี่ ออกไปดูจอมอนิเตอร์
คณะกรรมการลงความเห็น : อักบาดู เอนตัวไปหาบอลโดยยื่นแขนไปบล็อกลูกยิง และสมควรเป็นลูกโทษ
11. เอฟเวอร์ตัน 0-1 อาร์เซน่อล :ปืนโตดวงดี
หลังจาก อาร์เซน่อล นำหน้า 1-0 วิลเลี่ยม ซาลิบา กับ เธียร์โน่ แบร์รีย์ ปรี่เข้าหาบอลโดยกองหน้า เอฟเวอร์ตัน ถึงบอลก่อน และถูกกองหลัง ท็อปกัน เตะใส่ แต่ ไมเคิ่ล ซาลิสบิวรี่ ผู้ตัดสินวีเออาร์ไม่คิดว่าการเข้าปะทะรุนแรงมากพอถึงขนาดที่ แซม บาร์ร็อตต์ สมควรออกไปดูจอมอนิเตอร์
คณะกรรมการลงความเห็น : ซาลิบา เข้าถึงบอลช้า และเตะใส่ แบร์รีย์ โดยที่สตาร์ ปืนใหญ่ สกัดไม่โดนบอล และต้องเป็นลุกโทษสถานเดียว
12. เชลซี 2-2 บอร์นมัธ : กุสโต้ รอดพ้นการเสียลูกโทษอีกหน
นับเป็นครั้งที่สองที่วีเออาร์ไม่มอบลูกโทษในจังหวะที่ กุสโต้ ทำฟาวล์โดยขณะที่สกอร์เสมอกัน 2-2 ในนาทีที่ 54 มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ สาดบอลยาวไปให้ เดวิด บรู๊คส์ และ กุสโต้ พยายามโขกสกัด แต่บอลตกใส่แขนของเขาที่ยื่นออกมา เคร็ก พอว์สัน ผู้ตัดสินวีเออาร์ไม่มองว่าเป็นการทำแฮนด์บอลโดยเจตนา
คณะกรรมการลงความเห็น : ลูกบอลกระทบแขนเต็มๆ และสมควรเป็นลูกโทษ
13. เบรนท์ฟอร์ด 0-0 สเปอร์ส : โรเมโร่ รอดการได้ใบแดง
อิกอร์ ติอาโก้ วิ่งเข้าหาบอลในนาทีที่ 56 ก่อนถูก คริสเตียน โรเมโร่ กองหลัง สเปอร์ส ปะทะล้มโดยไม่สกัดถูกบอล แต่ อเล็กซ์ ชิโลวิซ ผู้ตัดสินวีเออาร์ระบุว่าการทำฟาวล์ไม่ชัดเจนมากพอที่จะแจกใบแดง
คณะกรรมการลงความเห็น : โรเมโร่ ไม่ได้เล่นบอลเลย และอัด ติอาโก้ ล้มขณะหลุดไปหาประตูซึ่งต้องเป็นใบแดง