ผ่านไปแล้วสองนัดสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ กุนซือขัดตาทัพที่รับเผือกร้อนต่อจาก รูเบน อโมริม ที่โดนตะเพิด
หลังทำได้แค่พา ผีแดง บุกไปเสมอกับ เบิร์นลีย์ ทีมรองบ๊วยของ พรีเมียร์ลีก ด้วยสกอร์ 2-2 อดีตกองกลางทีมชาติ สกอตแลนด์กลับมาคุมทีมลงเล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน และปรากฏว่าดาวเตะ เร้ด เดวิลส์ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังพ่ายต่อ นกนางนวล 2-1 ร่วงตกรอบสามถ้วยน็อกเอาต์อย่างรวดเร็ว
ถึงตอนนี้ ทีมดังของเมืองแมนเชสเตอร์ไม่เหลือรายการไหนให้ลงเล่นอีกแล้วนอกเหนือจากฟุตบอลลีกทั้งๆที่ซีซั่นเพิ่งก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังหมาดๆเนื่องจากพวกเขาไม่มีเกมฟุตบอลยุโรปให้ฟาดแข้ง แถมตกรอบถ้วย คาราบาว คัพ ตั้งแต่รอบสองเช่นกัน
จากการเหลือเกม พรีเมียร์ลีก ให้เล่นแค่รายการเดียว มันหมายความว่า ผีแดง มีคิวลงสนามในซีซั่นนี้เบาบางที่สุดรวมทั้งสิ้นแค่ 40 นัดเท่านั้นซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยที่สุดของสโมสรก่อนหน้ายุคสงครามโลกครั้งที่หนึ่งด้วยซ้ำ
ถึงตอนนี้ เป้าหมายสำคัญของ ผีแดง จึงอยู่ที่การคว้าอันดับลงเล่นถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นถ้วยใบเล็กอีกสองใบ
อย่างไรก็ดี แม้ปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด จะรั้งอันดับเจ็ดของตาราง และมีแต้มน้อยกว่า ลิเวอร์พูล ทีมอันดับสี่แค่สามแต้ม แต่จากฟอร์มที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างที่เห็นทั้งเสียประตูง่ายเนื่องจากมีเกมรับที่เปราะบาง อีกทั้งสอยตาข่ายได้ไม่เด็ดขาดมากพอจึงไม่น่าจะมีใครกล้าการันตีว่า เร้ด เดวิลส์ จะสมหวังกับการคว้าโควต้าฟุตบอลยุโรป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมองดูโปรแกรม พรีเมียร์ลีก ห้านัดต่อไปที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องลงสนามก็ชวนให้หวาดผวาว่าแทนที่พวกเขาจะเก็บแต้มได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย มันอาจเป็นไปในทางกลับกันก็ได้ว่า ผีแดง มีสิทธิ์ถูกทีมที่ตามหลังมาเก็บแต้มทำอันดับแซงหน้าได้ซะมากกว่า
ทั้งนี้เพราะหลังช้ำใจกับการตกรอบสามถ้วย เอฟเอ คัพ คารัง แมนฯ ยูไนเต็ด จะเจองานโหดด้วยการเปิดบ้านทำศึก ดาร์บี้แมตช์ กับ แมนฯ ซิตี้ ทีมรองจ่าฝูง
หลังสะดุดเสมอกับคู่แข่งในเกมลีกสามนัดรวด ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เรือใบสีฟ้า จำเป็นต้องกลับมาคว้าชัยชนะให้ได้หากพวกเขาหวังลุ้นแย่งแชมป์กับ อาร์เซน่อล ซึ่งทำแต้มหนีไปเป็นหกแต้มแล้ว
และที่สำคัญ ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาด้วยการเฝ้าบ้านต้อนตือ เอ็กเซเตอร์ ยับเยิน 10-1 ในเกม เอฟเอ ค้พ รอบสามเมื่อวันก่อน
ถัดจากศึกผ่าเมือง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังหนีไม่พ้นพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกที่ต้องออกไปเยือน อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูงที่หมายมั่นปั่นมือว่าซีซั่นนี้จะต้องคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ให้ได้หลังจากสามปีที่ผ่านมาพวกเขาคว้าน้ำเหลวอย่างไม่น่าเชื่อ
ถัดจากเกมฉะกับทีม ปืนใหญ่ ผีแดง จะได้เล่นในบ้านรับการมาเยือนของ ฟูแล่ม ซึ่งเป็นอีกทีมจากลอนดอน และกำลังมีฟอร์มที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
นับรวมจากเจ็ดนัดหลังในทุกรายการ เจ้าสัวน้อย ไม่ได้ลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้เลย แถมเป็นการคว้าชัยได้ 5 นัดด้วยรวมถึงเกม เอฟเอ คัพ รอบสามที่พวกเขาเปิดบ้านทุบ มิดเดิ้ลส์โบรช์ แดดิ้น 3-1
อาจมีเกมถัดมาแมตช์เปิดบ้านฟัดกับ สเปอร์ส ที่อาจชวนให้สาวก เร้ด อาร์มี่ พอจะอุ่นใจได้ว่าทีมรักมีโอกาสเก็บสามแต้มเต็มเนื่องจาก ไก่เดือยทอง มีซีซั่นที่สุดเลวร้าย และตกรอบสามถ้วย เอฟเอ คัพ ไปแล้วเช่นกันจากการโดน แอสตัน วิลล่า บุกมาอัดคาถิ่น 2-1
และที่สำคัญ โธมัส แฟร้งค์ กลายเป็นกุนซือ สเปอร์ส ที่คุมทีมเก็บแต้มเฉลี่ยต่อนัดได้น้อยสุดในบรรดานายใหญ่ 10 รายหลังของสโมสรจนทำให้เชื่อกันว่าอดีตกุนซือทีม เบรนท์ฟอร์ด มีโอกาสตกงานตาม อโมริม ไม่น้อย
มองดูแล้ว ไม่ว่าถึงเวลานั้น ผีแดง จะมอบเก้าอี้กุนซือให้ใครรับผิดชอบ มันก็น่าจะเป็นเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด สมควรเก็บสามแต้มให้ได้หากพวกเขาหวังได้ตั๋วเล่นฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้า
สำหรับเกมสุดท้ายในอีกห้านัดหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขาจำเป็นต้องชนะสถานเดียวเท่านั้นเนื่องจากจะเป็นเกมบู๊กับ เวสต์แฮม แม้จะต้องลงเล่นในลอนดอนก็ตาม
จากผลงานของ เดอะ แฮมเมอร์ส ในซีซั่นนี้ เห็นกันได้ว่าพวกเขาเสี่ยงต่อการตกชั้นในฐานะทีมอันดับสามจากท้ายตารางซึ่งถูก ฟอเรสต์ ทีมอันดับ 17 ทำแต้มหนีไปเป็นเจ็ดแต้มหมาดๆ
แม้จะมีชัยเหนือ คิวพีอาร์ แบบเฉียดฉิว 2-1 ในช่วงต่อเวลาของศึก เอฟเอ คัพ รอบสาม แต่ในเกมลีก ทีมของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ไม่ชนะนานสิบนัดติดต่อกันแล้วนับตั้งแต่เปิดบ้านพิชิต เบิร์นลีย์ แบบหวุดหวิด 3-2 ช่วงต้นเดือนพ.ย.
จะอย่างไรก็ตาม ไม่ผิดแน่กับการระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีงานหินในศึก พรีเมียร์ลีก รออยู่สำหรับโปรแกรมอีกห้านัดถัดไปแม้สองเกมหลังอาจไม่ถึงกับเป็นงานที่ยากเกินไป แต่หาก ผีแดง ยังเล่นกันได้อย่างไม่เข้าท่าเหมือนที่เห็น ทุกเกมก็ย่อมยากสำหรับพวกเขาทั้งนั้น
- โปรแกรม พรีเมียร์ลีก 5 นัดหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ซิตี้ (เหย้า) 17 ม.ค.
อาร์เซน่อล (เยือน) 25 ม.ค.
ฟูแล่ม (เหย้า) 1 ก.พ.
สเปอร์ส (เหย้า) 7 ก.พ.
เวสต์แฮม (เยือน) 10 ก.พ.