ในตลาดมกราคม แม้ ลิเวอร์พูล จะยังไม่ได้เดินหน้าคว้าตัว มาร์ก เกฮี อย่างจริงจังตามที่แฟนบอลปรารถนา แต่หลายคนก็เห็นว่าพวกเขาเคลื่อนไหวตลาดปราการหลังตัวกลางอย่างคึกคัก
ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงคว้าตัว อิเฟอานยี่ เอ็นดุกเว่ จาก ออสเตรีย เวียนนา โดยเซ็นเตอร์ ออสเตรีย วัย 17 ปีจะย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ 2026
และล่าสุดเพิ่งปิดดีลคว้ากับ มอร์ ตัลลา เอ็นดิยาย กองหลัง เซเนกัล อายุ 18 ปีจาก อามิติเย เอฟซี เข้ามา
ขณะเดียวกัน เซ็นเตอร์รายที่สาม โนอาห์ อาเดโคย่า วัย 19 ปี ก็ย้ายมาจาก เบิร์นลีย์ เรียบร้อยแล้ว
เท่านั้นไม่พอ ลิเวอร์พูล ก็จริงจังเพื่อล่าตัว ดาร่า จิกิเอมี่ กองหลังวัย 15 ปีของ เซลติก อีกด้วย
การเคลื่อนไหวต่อเนื่องนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า นี่คือการเดินตามยุทธศาสตร์ใหม่ที่ถูกวางไว้เพื่อสะสมกองหลังดาวรุ่งไว้เป็นสต๊อก หรือเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
กรณี เอ็นดุกเว่ และ เอ็นดิอาย จังหวะเวลาของสองดีลนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับความจริงที่ว่า ทั้งคู่ต่างโดดเด่นในศึกฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ออสเตรีย ของ เอ็นดุกเว่ ทะลุไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะพ่ายแก่ โปรตุเกส
ส่วน เอ็นดิอาย กับทีมชาติเซเนกัล คว้าแชมป์รอบแบ่งกลุ่ม แต่ไปตกรอบ 32 ทีมสุดท้าย แพ้ต่อ อูกันด้า
ทั้ง เอ็นดุกเว่ กับ เอ็นดิอาย ได้รับการจับตาจาก แมตต์ นิวเบอร์รี่ หัวหน้าฝ่ายค้นหาและพัฒนาพรสวรรค์ระดับโลก (Head of Global Talent) ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์
หน้าที่หลักของ นิวเบอร์รี่ คือการค้นหานักเตะดาวรุ่งที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งทั้ง เอ็นดุกเว่ และ เอ็นดิอาย ต่างมีสเปคตรงตามที่สโมสรมองหา เช่นเดียวกับ จิกิเอมี่ เพียงแต่รายหลัง ดีลยังไม่ลุล่วงเนื่องจาก เซลติก ไม่พอใจกับแพคเกจค่าชดเชยที่ถูกเสนอเข้ามา
ส่วน อาเดโคย่า เป็นดาวรุ่งที่ต่างออกไป เพราะหลัก ๆ เขาถูกเซ็นเข้ามาเพื่อเพิ่มจำนวนผู้เล่นทีม U21 ดยเป็นการเปิดทางให้ อมาร่า นัลโล่ มีโอกาสย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับทีมอื่นได้
อย่างไรก็ตาม คงจะตัดโอกาสที่ อาเดโคย่า จะพัฒนาไปไกลกว่านั้นไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ แนต ฟิลลิปส์ ก็เคยย้ายมาด้วยสถานะที่คล้ายกัน ก่อนจะได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไปถึง 29 นัด รวมถึงเกมระดับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ทีมชนะถึง ซาน ซิโร่ ด้วย
แนวคิดเบื้องหลังการเซ็นสัญญากองหลังดาวรุ่งชุดนี้ของ ลิเวอร์พูล คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้อย่างน้อยหนึ่งคนจากทั้งหมด สามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชุดใหญ่ได้
แม้สโมสรจะยอมรับกันภายในว่านี่คือภารกิจที่ยากอย่างยิ่งก็ตาม
จาเรลล์ ควอนซาห์ อาจจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ แต่การที่นักเตะย่านท้องถิ่นอย่างเขายังอยากย้ายออกไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเพื่อหาโอกาสลงเล่นมากขึ้นก็อาจจะทำให้แฟนบอลบางคนแปลกใจ
เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ก็คล้าย ๆ กัน แต่เขาก็เป็นอีก 1 คนที่ทำเงินให้ทีมได้เยอะ (ลิเวอร์พูล ซื้อมา 4.4 ล้านปอนด์ ขายได้ 25 ล้านปอนด์) ก่อนที่เขาจะไปรุ่งกับที่ เบรนต์ฟอร์ด
คนอื่นๆ อย่างเช่น นัลโล่, บิลลี่ คูเมติโอ้ และ คาร์เตอร์ พินนิงตัน ไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ก็ไม่ได้จะทำให้ ลิเวอร์พูล หยุดพยายามอยู่ดี
เพราะสุดท้ายแล้ว หากกองหลังดาวรุ่งเพียงแค่ 1 คนจากกลุ่มนี้สามารถก้าวขึ้นมาช่วยทีมชุดใหญ่ได้ หรือสามารถย้ายออกไปด้วยค่าตัวก้อนงามเพื่อทำเงินให้กับทีมได้ ก็จะถือว่าการเอาเด็กเหล่านี้มาร่วมทัพเป็นดีลที่คุ้มค่า
HOSSALONSO