ย้อนดูจุดเริ่มต้นแห่งความชิบหายของ แมนยูไนเต็ด

ย้อนดูจุดเริ่มต้นแห่งความชิบหายของ แมนยูไนเต็ด
ย้อนเวลากลับไปตอนที่ไอ้พวก เกลเซอร์ ฟัคกลิ้ง แฟมิลี่ มันมาเทคโอเวอร์ สโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเป็นของตัวเอง

ณ จุดนั้น ผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดง และบรรณาธิการนิตยสาร แฟนผี Project อย่างผมมองว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว มันคงไม่ถึงขนาดทำให้สถาบันลูกหนังที่ยิ่งใหญ่อย่างปีศาจแดงต้องนั่งเบียดกับความตกต่ำหรอกมั้ง

กระทั่งวันหนึ่งถึงรู้ว่าตัวเองคิดผิดมหันต์ และต่อไปคือความชิบหายที่พวกมันสร้างขึ้นจนเป็นผลพวงมาถึงปัจจุบัน 

1. กู้เงินมหาศาลจากธนาคารมาเทคโอเวอร์ ส่งผลให้สโมสรเป็นหนี้ก้อนโตทันที ทั้งที่ก่อนการมาของพวกปลิงมะกัน แมนยูไนเต็ด คือสโมสรที่ไม่มีหนี้สิน

มิเท่านั้นพอเข้ามาเป็นเจ้าของทีมแล้ว ยังหน้าด้านสูบเงินปันผลออกไปเสวยสุขทุกปีพลางปล่อยให้ธนาคารกินดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ

หนี้สุทธิของสโมสร และนาทีนี้ ทะลุ 1,000 ล้านปอนด์ เรียบร้อยโรงเรียนนานาชาติ มาเธอร์ เกลเซอร์ ฟัคเกอร์

2. เป็นเจ้าของทีมที่ไม่ลงทุนด้วยเงินของตัวเองเลยสักปอนด์เดียวในช่วงที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังวางตูดอยู่บนบัลลังก์พ่อใหญ่แห่ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ขณะที่เจ้าของทีมคู่แข่งทีมอื่นๆ ควักเงินมาสร้างทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า 

ทีมที่มีเจ้าของเป็นโคตรมหาเศรษฐีอย่าง เชลซี และ แมนซิตี้ จึงแซงหน้า 'ปีศาจแดง' ไปในที่สุด

3. ฉวยโอกาสตอนที่ เดวิด กิลล์ ยกตูดออกจากตำแหน่งซีอีโอ แล้วแต่งตั้งนายธนาคารคนสนิทอย่าง เอ็ด วู้ดเวิร์ด เข้ามาเป็นหัวหน้าผู้บริหาร ทั้งที่ไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอล

คนนี้แหละที่บรรจงใช้ตีนกระทีบเพดานค่าตัวและค่าเหนื่อยของ แมนยูไนเต็ด จนแหลกสลาย ด้วยการสักแต่เอาเงินฟาดหัวผู้เล่นที่อยากได้

สโมสรจึงไม่มีโครงสร้าง และไม่มีแผนงานที่ชัดเจนใดๆ ทั้งสิ้นพลางปล่อยให้ผู้กำหนดทิศทางสโมสรอยู่กับตำแหน่งผู้จัดการทีมเท่านั้น

กุนซือแต่ละคนในยุคของไอ้เย็ดแม่เอ๊ด ทั้ง เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เสริมทัพตามที่ตนเองต้องการ เพราะเจ้าของทีมแม่งไม่ยอมควักเงินตัวเองมาช่วยสนับสนุน 

แล้ว แมนยูไนเต็ด ก็ไม่เคยได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกเลย

4. ปี 2021 พวกมันคิดการใหญ่ โดยจะเอาสโมสรของ เรด อาร์มี่ ออกไปเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ร่วมกับประธานสโมสรของ เรอัล มาดริด โดยไม่คำนึงถึงวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ และการเป็นสโมสรตัวแทนของประเทศ

แม้นแนวความคิดนี้จะพังทลายไปอย่างรวดเร็ว แต่ยิ่งทำให้เด็กผีแถวตำบล โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อต้านพวกเกลเซอร์อย่างหนักหน่วงมากขึ้น เพราะคำนึงถึงแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเองเพียงอย่างเดียว และอย่างน่าเกลียด

5. ปล่อยปละละเลย ไม่ยอมลงทุนพัฒนาศูนย์ฝึกเยาวชนลูกกรอกคะนอง และสนามฝึกซ้อมให้ทัดเทียมสโมสรชั้นนำ ซ้ำยังปล่อยให้ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทรุดโทรมอย่างจงหนักจนถึงขนาดหลังคารั่ว และเป็นที่วิ่งเล่นออกกำลังกายของพวก มิคกี้ เม้าส์ 

กว่าสโมสรคิดจะปรับปรุง แคร์ริงตัน และโรงละครแห่งความฝันก็ต้องรอให้ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เข้ามาเป็นเจ้าของร่วม ด้วยการเข้าซื้อหุ้น 27.7% เมื่อช่วงต้นปี 2024

...ว่าแล้วก็ต้องให้เครดิต 'ลุงจิ๋ม' เขานะครับที่เข้ามาช่วยปรับปรุงโครงสร้างเรื่องการเงิน และเพดานค่าใช้จ่ายในสโมสร ด้วยมันจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางบัญชีในระยะยาว

เพียงทว่าการตัดสินใจในเรื่องฟุตบอลของ Ineos มันก็ต้องวิจารณ์กันตรงๆ เช่นกันว่าเหมือนกำลังลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าสุดท้ายสโมสรจะไปอยู่จุดไหน

ย้อนไปก่อนที่ไอ้พวก อเมริกัน อันตราย มันจะเข้ามา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีทุกอย่างพร้อมที่จะผูกขาดความยิ่งใหญ่เอาไว้ตราบนานเท่านาน

สุดท้ายขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า...

จุดเริ่มต้นแห่งความชิบหายที่ส่งผลมาถึงทุกปัจจุบัน คือการมาของ 'เดอะ เกลเซอร์ส' นั่นแหละ

โบนัส แทร็ค: ข้อดีของการเป็นหนี้เยอะๆ คือบีบให้พวกมันจำยอมต้องขายสโมสรให้พวกราชันแห่งทะเลทรายในสักวันหนึ่ง



ที่มาของภาพ : Gettyimages
BY : บอ.บู๋
บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport