ลิเวอร์พูล ต้องกับปัญหาอีกครั้ง เมื่อ คอเนอร์ แบรดลี่ย์ ได้รับบาดเจ็บในเกมบุกเสมอ อาร์เซน่อล แบบไร้สกอร์ และทำให้ อาร์เน่อ สล็อต มีเรื่องให้ขบคิดจากการเสียฟูลแบ็กตัวเก่ง
ทัพ "หงส์แดง" จำเป็นต้องตัดสินใจครั้งสำคัญแทบทุกสัปดาห์ในเวลานี้ เพราะสถานการณ์ไม่ได้ราบรื่นเหมือนเดิม และหากตัดสินใจผิดพลาดก็อาจส่งผลเลวร้ายตามมาได้
ยิ่งตอนนี้ แบรดลี่ย์ ที่กำลังเล่นได้อย่างเข้าฟอร์มต้องมาเจอกับอาการบาดเจ็บที่ค่อนข้างรุนแรง และเรื่องนี้กลายเป็นงานเร่งด่วนที่ โค้ชอาร์เน่อ ต้องแก้ปัญหา
ขณะนี้มี กุนซือชาวดัตช์ มีออปชั่นฉุกเฉินอยู่ 3 ทาง ได้แก่ การกลับไปใช้งาน โดมินิค โซโบซไล ในบทบาทฟูลแบ็กอีกครั้ง, การยุติโปรเจ็กต์ดัน เจเรมี ฟริมปง ไปเล่นเป็นปีก, หรือการใช้งาน โจ โกเมซ กลับมาทำหน้าที่แบ็กขวา
ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกทางไหน ก็ดูเหมือนว่าเป็นการตัดสินใจที่ต้องทำ และต้องทุ่มเทยึดมั่นกับมันอย่างเต็มที่
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทัพ "เดอะ เร้ดส์" เต็มไปด้วยการลังเล การคิดซ้ำคิดซ้อน และความไม่สม่ำเสมอมากเกินไป แม้เพิ่งได้ผลการแข่งขันที่น่าพอใจในการเยือนอาร์เซน่อล แต่ผลงานในช่วงที่ผ่านมามันเป็นเรื่องที่สาวก "เดอะ ค็อป" รับไม่ได้
แผงมิดฟิลด์ต้องแบกรับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์นี้ เนื่องจากมีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง และในเกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม กุนซือหัวใสยึดติดกับแท็กติกของตัวเองอย่างเคร่งครัดจนทำให้ ลิเวอร์พูล เกือบจะเล่นครบ 90 นาทีบวกช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โดยไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นแม้แต่คนเดียว เป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้
จากผู้จัดการทีมที่มักเปลี่ยนตัวพลาดจนทำให้ทีมเสียรูปแบบการเล่นและประตู แต่สำหรับเกมกับ อาร์เซน่อล เขาเลือกที่จะยึดติดกับ 11 ผู้เล่นหลักที่เลือกเอาไว้ซึ่งถือว่าผิดไปจากแนวทางเดิมอย่างชัดเจน
การใช้แผงมิดฟิลด์คู่อย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ ไรอัน กราเฟนแบร์ก เปิดโอกาสให้สามประสานที่เปี่ยมพลังอย่าง ฟริมปง, โซโบซไล และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ขยับขึ้นไปเล่นเกมรุกด้านหน้า โดยในรายของ สตาร์ชาวเยอรมัน ได้รับบทบาทฟอลส์ไนน์สลับกับ โกดี้ คักโป
จากอาการบาดเจ็บของ แบรดลี่ย์ ทำให้ โค้ชอาร์เน่อ จำเป็นต้องระมัดระวังในการเลือกผู้เล่นที่จะลงมาแทนในแมตช์ต่อไป และจำเป็นต้องยึดมั่นกับแนวทางหรือระบบที่เขาตัดสินใจจะใช้ต่อไปให้ชัดเจน แนวทางที่ดีที่สุด และสมเหตุสมผล นั่นก็คือการเลือก โกเมซ กลับมาใช้งาน
โกเมซ มีประสบการณ์และความแข็งแกร่งในการเล่นเกมรับ ขณะเดียวกันเขายังมีศักยภาพในการเติมเกมรุกและเปิดบอลจากริมเส้นได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น โค้ชอาร์เน่อ ต้องยึดแผงมิดฟิลด์ชุดปัจจุบัน ไม่สลับ "โซโบ" ไปยืนเป็นแบ็กขวาเพราะมันเป็นการลดทอนศักยภาพและประโยชน์ของเขาที่จะมอบให้ทีม ส่วนว ฟริมปง มีจุดเด่นในการเล่นเกมรุก การจับเขาไปยืนฟูลแบ็กถือว่าเสียดายของ
การยึดแกนหลักในแดนกลางชุดปัจจุบัน พร้อมให้ ฟริมปง เล่นเป็นปีกขวาซึ่งกำลังคุ้นเคยและเต็มไปด้วยความมั่นใจกับบทบาทนี้ต่อไป และเมื่อ เอกิติเก้ ฟิตสมบูรณ์พร้อมกลับมาลงสนาม แท็กติกนี้จะทำให้ "หงส์แดง" กลับมาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ยุทธวิธีที่ให้ ฟริมปง ไปยืนฟูลแบ็กสัปดาห์หนึ่ง จากนั้นสัปดาห์ถัดมาเปลี่ยนเป็นโซโบซไล โดยให้ เคอร์ติส โจนส์ คอยอุดช่องว่างแดนกลาง ก่อนจะทดลองใช้ โกเมซ อีก การสลับผู้เล่นไปมาในตำแหน่งนี้แทบทุกเกมทำให้ทีมเกิดความสับสนวุ่นวายซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเลย
โค้ชอาร์เน่อ เห็นชัดแล้วว่าแดนกลางและแนวรุกของทีมชุดล่าสุดที่บุกเสมอ อาร์เซน่อล เต็มไปด้วยพลังและสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ ดังนั้นเขาไม่ควรปรับเปลี่ยนโดยไม่จำเป็น แต่ควรไว้วางใจกองหลังอาชีพ เพื่อทำให้ทีมเกิดความสมดุล และเล่นอย่างคงเส้นคงวา