เสียเกินไปไหม? แมนซิตี้ เซ็น เซเมนโย่, ลุ้นคว้า เกฮี อาจไม่เพียงพอลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

เสียเกินไปไหม? แมนซิตี้ เซ็น เซเมนโย่, ลุ้นคว้า เกฮี อาจไม่เพียงพอลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศคว้าตัว อองตวน เซเมนโย่ มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ และกำลังไล่ล่า มาร์ค เกฮี จาก คริสตัล พาเลซ ในช่วงตลาดพ่อค้าแข้ง รอบ 2 เดือนมกราคมนี้ แต่การที่ "เรือใบสีฟ้า" ได้ทั้งสองคนมาร่วมทีม อาจจะไม่เพียงพอที่จะกอบกู้ความหวังในการลุ้นมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

 เซเมนโย่ อำลา บอร์นมัธ ได้อย่างสุดเพอร์เฟกต์ด้วยการซัดประตูชัยให้กับทีมในเกมชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต่อหน้าแฟนบอลที่สนามไวตาลิตี้ สเตเดี้ยม พร้อมกับยุติสถิติไร้ชัยชนะ 11 เกมติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ 

 จังหวะการจบสกอร์ที่เด็ดขาดของ เซเมนโญ่ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ แมนฯ ซิตี้ มีความสุขที่เอาชนะพวก "บิ๊กซิกซ์" ในการเซ็นสัญญากับ ดาวเตะทีมชาติกานา  โดยนั่นเป็นประตูที่ 10 ของเขาในฤดูกาลนี้ เป็นรองเพียง เออร์ลิง ฮาลันด์ (20 ประตู) และ อิกอร์ ติอาโก้ (16 ประตู) เท่านั้น

  คำถามก็คือ การย้ายทีมมูลค่า 64 ล้านปอนด์ (ราว 2,816 ล้านบาท) ของ เซเมนโย่ ไปยัง แมนฯ ซิตี้ มันช้าเกินไปหรือไม่ที่จะกอบกู้ความหวังลุ้นแชมป์ของพวกเขา เพราะในขณะที่แฟนบอลบอร์นมัธกำลังฉลองชัยชนะอันสำคัญในคืนวันพุธที่ผ่านมา แต่สาวก "เรือใบสีฟ้า" กลับต้องผิดหวังกับผลเสมอ ไบรท์ตัน 1-1  

- ปิดท้ายปี 2025 อย่างร้อนแรง

 หลังออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ด้วยฟอร์มที่สะดุดบ้างเป็นระยะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนปีด้วยฟอร์มที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง ทีมของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา คว้าชัยชนะได้ถึง 8 นัดในทุกรายการ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 27 ธันวาคม ซึ่งเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมที่รวมถึงชัยชนะเหนือ เรอัล มาดริด ถึงถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วย

 อย่างไรก็ตาม สถิติชนะรวด 6 นัดในศึกพรีเมียร์ลีกมีความหมายมากกว่านั้น เพราะมันช่วยให้แมนฯ ซิตี้ ไล่จี้ อาร์เซน่อล จ่าฝูง เหลือช่องว่างเพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่ปัจจุบันช่องว่างดังกล่าวอาจขยับเป็น 6 คะแนนแล้ว 

 ดังนั้น คำถามก็คือ แมนฯ ซิตี้ มาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ได้ยังไง ถึงขั้นต้องลุ้นให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะ อาร์เซน่อล เพื่อพยุงความหวังลุ้นแชมป์ที่กำลังสะดุดของตัวเอง แต่สุดท้าย "หงส์แดง" ก็ช่วยไม่ได้ !!!

- จุดเปลี่ยนที่ถูกคาดหมายไว้

  การที่แมนฯ ซิตี้ ปิดท้ายปี 2025 ด้วยชัยชนะ 2-1 เหนือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ ซิตี้ กราวด์ ถูกมองว่ามีความหมายอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา แต่กระนั้นทีมต้องเค้นฟอร์มอย่างหนักกว่าจะเอาชนะคู่แข่งได้ โดยประตูชัยของ รายาน แชร์กี ในช่วงเวลาเหลืออีกเพียง 7 นาทีก่อนจบการแข่งขัน

 กวาร์ดิโอล่า มั่นใจอย่างไม่มีข้อสงสัยว่า หากเป็นฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาคงแพ้เกมนี้ไปแล้ว ซึ่งยิ่งตอกย้ำความเชื่อของเขาว่า ทีมกำลังกลับมาอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง หลังจากฤดูกาล 2024/25 ที่จบลงแบบไร้ถ้วยรางวัล

  อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เปิดฉากปี 2026 ผลงานของ แมนฯ ซิตี้ สะดุดอย่างน่าใจหาย โดยพวกเขาไม่สามารถสะกดคำว่าชัยชนะได้เลย ไล่ตั้งแต่การเสมอ ซันเดอร์แลนด์ (0-0), เชลซี (1-1) และล่าสุด ไบรท์ตัน (1-1) การเก็บได้เพียงสามแต้มจาก 3 นัด ทำให้ทีมโดน อาร์เซน่อล ทำคะแนนหนีห่าง 

- ไล่ล่าอย่างมุ่งมั่น

 ในเกมชนะ ฟอเรสต์ หลายคนมองว่า แมนฯ ซิตี้ โชว์ฟอร์มได้อันตรายมากๆ และบางคนยกให้เป็น "ฟอร์มแชมป์" เลยทีเดียว ขณะที่นักเตะ "เรือใบสีฟ้า" บางคนถึงขนาดส่งเสียงขู่ อาร์เซน่อล ว่าระวังให้ดีจะโดนพวกเขาแซงหน้า 

 เมื่อพิจารณาจากผลงานการไล่ล่าความสำเร็จที่ แมนฯ ซิตี้ ทำได้อย่างสม่ำเสมอ ก็ยากจะไม่รู้สึกกังวลแทนทีมอาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า ที่มักถูกปรามาสมาตลอดว่าชอบพลาดท่าเสียทีในช่วงโค้งสุดท้าย 

 อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้บรรดาเกจิลูกหนังเริ่มรู้สึกกันแล้วว่าการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอาจแทบปิดฉากลงตั้งแต่เพียง 8 วันแรกของปีมะเมีย เมื่อ แมนฯ ซิตี้ ทำได้เพียงเก็บ 3 คะแนนจากผลเสมอ 3 แมตช์ติดต่อกัน 

- ผลเสมอ 3 เกมติดต่อกันสร้างความเสียหาย

 หลังจากเปิดปีใหม่ด้วยการเสมอแบบไร้สกอร์กับซันเดอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม แมนฯ ซิตี้ ก็ปล่อยให้ เชลซี บุกมาแบ่งแต้มจากเอติฮัด สเตเดี้ยม ได้ในอีกสามวันถัดมา ก่อนที่ไบรท์ตันจะทำแบบเดียวกันในคืนวันพุธ

 สาระสำคัญก็คือ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ โมเมนตัมทั้งหมดที่ทัพ "สำเภาทอง" สร้างไว้ในช่วงปลายปีก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง และ กวาร์ดิโอล่า มองว่าสาเหตุของผลเสมอที่สร้างความเสียหายอย่างหนักเหล่านี้เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนมาก

 ตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ ตามหลัง อาร์เซน่อล 6 คะแนน จากการลงสนาม 21 เกม และตอนนี้ "ปืนใหญ่" รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา ที่สำคัญพวกเขาเรียนรู้จากความผิดพลาดในช่วงที่ผ่านมา และไม่ยอมให้มันตามมาหลอกหลอนอีกต่อไป 

- เกมรับน่ากังวล

 การโทษว่าปัญหาของแมนฯ ซิตี้ เกิดจากการใช้โอกาสสิ้นเปลื้องเพียงอย่างเดียวดูจะเป็นการสรุปปัญหาที่ง่ายเกินไปอย่างชัดเจน เพราะจริงๆ แล้วเกมรับของพวกเขาก็มีส่วนกับผลงานที่น่าผิดหวังนับตั้งแต่ต้นปี 2026

 คงจำกันได้ว่า เชลซี ได้ประตูตีเสมอจาก เอ็นโซ่ เฟร์นาเดซ ในนาทีที่ 94 ทั้งๆ ที่พวกเขาสร้างโอกาสจะแจ้งได้เพียง 3 ครั้งตลอดทั้งหมดของเกมนั้น ขณะที่เกมกับ ไบรท์ตัน จะเห็นได้ว่า "เดอะ ซีกัลส์" ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งแรก และจริงๆ แล้วควรจะเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนเสียด้วยซ้ำ ก่อนที่ ฮาลันด์ จะมายิงจุดโทษให้ แมนฯ ซิตี้  ขึ้นนำก่อนหมดครึ่งแรก

 ดังนั้น แม้แมนฯ ซิตี้ จะมีสถิติเกมรับดีที่สุดเป็นอันดับสองในพรีเมียร์ลีก (เสียเพียง 19 ประตูจาก 21 นัด) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีบรรยากาศแห่งความไม่แน่นอนปกคลุมแนวรับของทีมอยู่อย่างชัดเจน 

 อาการบาดเจ็บมีส่วนอย่างชัดเจนต่อผลงานในเกมรับของ แมนฯ ซิตี้ ทั้ง ยอสโก้ กวาร์ดิโอล และ รูเบน ดิอาส ไม่สามารถลงสนามได้ เช่นเดียวกับ จอห์น สโตนส์ ที่บาดเจ็บเรื้อรังและหมดสิทธิ์ใช้งานมาโดยตลอด

 ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้ทัพ "เรือใบสีฟ้า" กำลังพิจารณาอย่างจริงจังในการเดินหน้าคว้าตัว มาร์ค เกฮี ซึ่งสัญญากับคริสตัล พาเลซ กำลังจะหมดลงหลังจบฤดูกาล โดย เกฮี อาจจะแข็งแกร่งและสร้างผลงานดีกับ "ดิ อีเกิ้ลส์" แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนเกมรับที่น่ากังวลของ แมนฯ ซิตี้ ให้กลับแข็งแกร่งได้ในช่วงระยะเวลาเพียงแป๊บเดียว 

- อย่าคาดหวังเกินไปกับการลุ้นแชมป์ลีก

 การคว้าตัว เซเมนโย่ ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนการดึงตัว เกฮี เข้ามาเสริมทัพยังไม่มีการยืนยัน แต่มีแนวโน้มว่าน่าจะได้สวมชุดแมนฯ ซิตี้  จะช่วยแก้ไขปัญหาขอทีมได้อย่างมากทั้งในเกมรุกและเกมรับ

 เซเมนโย่ ซึ่งมีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่งทางร่างกาย และความยืดหยุ่นในการเล่นหลายตำแหน่ง จะช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้กับแนวรุกของ "เรือใบสีฟ้า" ขณะที่ เกฮี ถูกมองว่าเป็นการเสริมทัพที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแผงแบ็กโฟร์

 ความจริงแล้ว แมนฯ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางในการรับมือจังหวะสวนกลับหลายครั้ง ดังนั้นการได้ เกฮี มาร่วมทีมย่อมทำให้พวกเขาสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว 

 แม้การเสริมทัพด้วยการดึง เซเมนโย่ และ เกฮี จะช่วยเพิ่มโอกาสของ แมนฯ ซิตี้ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอาจปิดฉากลงไปแล้ว และ กวาร์ดิโอล่า ก็น่าจะรับรู้เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

 

  ✍️ 𝐓𝐎𝐌𝐌𝐘 𝐓𝐄𝐄



ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport