การศึกระหว่าง อาร์เซน่อล กับ ลิเวอร์พูล ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จบลงด้วยการเสมอกันแบบไข่ไม่แตก ไม่แจกทีวีสี
และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. ก่อนเกม 'ไอ้ปืนใหญ่' ถือว่าเป็นต่ออยู่พอสมควร ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรง กะซวกชัยมา 5 เกมติดต่อกัน และขุมกำลังที่เต็มอัตราศึกมากกว่า
ขณะที่ทีมเยือนฟอร์มตื้อๆ ตันๆ แต่ก็ไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกมา 8 นัดติดต่อกันและมักจะได้รับผลการแข่งขันที่ดียามปะทะกับ อาร์เซน่อล
2. เกมแพลนของ ลิเวอร์พูล จากการวางแผนของ อาร์เน่อ สล็อต ก็ชัดเจนมาก คือถอยลงไปตั้งรับในระบบ 4-4-2 โดยไม่มีกองหน้าขนานแท้
เวลาเล่นเกมรับ พวกพรี่ๆ รับทั้งทีมเลยนะครับ ปิดพื้นที่แน่นหนามาก แถมไม่แสดงความผิดพลาดออกมาเลย แม้เจ้าบ้านจะครองบอลบุกอยู่แทบจะข้างเดียว แต่ก็เจาะไม่เข้า
3. ช่วงหนึ่งของครึ่งแรก คือนับตั้งแต่นาทีที่ 20 กลายเป็น ลิเวอร์พูล ที่ครองบอลบุกกดเจ้าบ้านถึง 80% จนเกือบได้ประตู (คอร์เนอร์ แบร็ดลี่ย์ ยิงชนคาน) ก่อนจะถอยลงไปเน้นเกมรับเหมือนเดิม
จุดนี้แสดงให้เห็นว่าถ้า 'หงส์แดง' จะครองบอลสู้กับลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ก็ทำได้นี่หว่า เพราะจะว่าไปคุณภาพผู้เล่นก็มิได้แตกต่างกันมากมาย
4. นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม ท่านเจ้าอาวาสแห่งวัดห้วยพญาหงส์ถึงเปลี่ยนแผนการเล่นในครึ่งหลัง ด้วยการให้ลูกทีมครองบอลบุกใส่ อาร์เซน่อล แบบ 'กูไม่กลัวมึง' เลย
ครึ่งแรกกับครึ่งหลังจึงกลายเป็นหนังคนละม้วน
ไปๆ มาๆ เกมของทีมสีหนาทปืนโตเป็นรองจนต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ข้างเดียว แถมหาจังหวะสวนกลับไปทำประตูไม่ได้ซะด้วย
กว่าจะมีโอกาสจบสกอร์เป็นครั้งแรกต้องรอถึงนาทีที่ 90 คิดเอา !!!
5. อาร์เซน่อล เสียหายเล็กน้อยที่ยัดเยียดความปราชัยให้ผู้มาเยือนไม่สำเร็จ อดทิ้งห่าง 2 ทีมไล่ล่าเป็น 8 แต้ม แต่มองอีกมุมหนึ่ง การรอดพ้นจากการ 'คาบ้าน' ได้ก็ถือว่าไม่เสียหายอะไรมากนัก
ส่วน ลิเวอร์พูล ที่ 'เด็กหงส์' บ่นเรื่องวิธีการเล่นอันน่าเบื่อในช่วงหลัง กลับเหมาะกับเกมแบบนี้ที่ต้องการผลการแข่งขัน
เรื่องมันจึงเอวังด้วยประการฉะนี้