หลังได้เห็นผลงานของ เชลซี ในเกมแพ้ ฟูแล่ม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เลียม โรซีเนียร์ รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องแบกรับความกดดันอย่างหนัก ในการนำทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" กลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
โรซีเนียร์ ได้รับโอกาสก้าวเข้าสู่ตำแหน่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเส้นทางผู้จัดการทีมอันแสนสั้นของเขา เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่กุนซือเชลซี แทนที่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ซึ่งแยกทางกับสโมสรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
การคว้าตั๋วไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า คือเป้าหมายขั้นต่ำที่ โรซีเนียร์ ต้องเข้ามาสานต่อจาก มาเรสก้า อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นเขาจำเป็นต้องหยุดยั้งฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวัง หลังจากผลงานอันย่ำแย่ในเดือนธันวาคม ซึ่งทำให้ "สิงห์บลูส์" ต้องดิ้นรนเพื่อลุ้นอันดับท็อปโฟร์
แน่นอนว่าความสำเร็จที่เป็นโทรฟี่แชมป์ย่อมส่งผลดีกับ โรซีเนียร์ ดังนั้นเจ้าตัวต้องพยายามนำทีมรักษาโอกาสในการลุ้นความสำเร็จให้ได้ และถ้าจะทำแบบนั้นได้เขาต้องจัดการแก้ปัญหา 5 สิ่งนำสโมสรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
1. เอาชนะใจแฟนบอลให้ได้
บรรยากาศในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ค่อนข้างเงียบเหงาตลอดช่วงครึ่งซีซั่นแรกของฤดูกาลนี้ ยกเว้นเกมใหญ่ๆ อย่างการพบอาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า
แฟนบอลเชลซี จำนวนไม่น้อยไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง โรซีเนียร์ เพราะไม่เชื่อความสามารถ แม้จะสร้าง สตราส์บูร์ก ได้โดดเด่น แต่สำหรับการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก มันไม่หมู ดังนั้นการพลิกกระแสแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างไรก็ตาม การออกสตาร์ทด้วยฟอร์มที่รวดเร็ว และเล่นด้วยความดุดันตั้งแต่นาทีแรก จะช่วยได้อย่างมาก ดังนั้นกุนซือคนใหม่และนักเตะจำเป็นต้องได้รับแรงหนุนจากแฟนบอล และต้องทำให้สแตมฟอร์ด บริดจ์ กลายเป็นสนามที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับทีมเยือน
2. หยุดทำแต้มหลุดมือ
จาก 15 คะแนนที่ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ปล่อยหลุดมือไปนั้น มีถึง 13 คะแนนเกิดขึ้นในเกมเหย้า ซึ่งยิ่งสะท้อนถึงปัญหาเรื่องบรรยากาศของแฟนบอลในสแตมฟอร์ด บริดจ์
ก่อนหน้านี้ มาเรสก้า ยอมรับว่าทีมพลังหนุ่มของเขาต้องพบกับความยากลำบากในการรักษาความได้เปรียบ หรือทวงคืนการคุมเกม โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งตามตีเสมอได้
โรซีเนียร์ จำเป็นต้องปลูกฝังความนิ่ง และความมั่นใจให้กับทีมมากขึ้น และจะเป็นผลดีไม่น้อย หากเขาสามารถแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ มาเรสก้า เคยทำในบางครั้ง
3. จุดระเบิดฟอร์ม "โคล" ให้พุ่งกระฉูด
โคล พาลเมอร์ ลงเล่นครบ 90 นาทีครั้งแรกของฤดูกาลในแมตช์พบ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ โรซีเนียร์ จำเป็นต้องทำให้เขาฟิตสมบูรณ์ และงัดฟอร์มที่ร้อนแรงออกมาให้ได้
เชลซี ขาดความสร้างสรรค์และความนิ่งของ สตาร์ทีมชาติอังกฤษ ไปตลอดช่วงเกือบทั้งฤดูกาล โดยทีมของมาเรสก้า ประสบปัญหาอย่างชัดเจนเวลาเจอกับคู่แข่งที่ใช้แผงหลัง 5 คน และ/หรือถอยลงไปตั้งรับลึก
ความสามารถของ พาลเมอร์ ในการเลือกจ่ายบอลอย่างเฉียบคม และดึงแนวรับคู่แข่งให้เสียรูปขบวน จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนการครองบอลให้กลายเป็นโอกาสและประตู รวมถึงช่วยจุดประกายเส้นทางอาชีพของ เลียม ดีแลป ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
4. ส่ง อันเดรย์ ลงสนาม หรือหามิดฟิลด์คนใหม่
เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ มอยเซส ไกเซโด้ เป็นสองคีย์แมนสำคัญในแผงกองกลางของ เชลซี แต่แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากในการลงเล่นสัปดาห์ละสองนัดด้วยฟอร์มระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
"สิงห์บลูส์" ดึงตัว อันเดรย์ ซานโตส กลับมาจากกาเล่นยืมตัวที่ สตราส์บูร์ก หลังนักเตะทำผลงานได้อย่างสุดยอดภายใต้การทำงานร่วมกับ โรซีเนียร์ แต่กองกลางชาวบราซิเลียนยังมีฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวา
โรซีเนียร์ จำเป็นต้องทำให้ ซานโตส เค้นฟอร์มระดับเดียวกับที่เขาเล่นในครึ่งหลังเกมพบแมนฯ ซิตี้ ออกมาให้ได้อย่างสม่ำเสมอ หรือไม่ก็ต้องกดดันผู้บริหารให้เสริมมิดฟิลด์ชั้นยอดในเดือนมกราคม บางทีอาจเป็นในรูปแบบยืมตัวก็ได้
5. วิวัฒนาการ ไม่ใช่การปฏิวัติ
ไม่มีเวลามากพอสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ เชลซี เลือกแต่งตั้งโรซีเนียร์ เพราะเขารู้วิธีทำงานภายใต้เจ้าของสโมสร และสตราส์บูร์กของเขาก็เล่นในแนวทางที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่าง และคงเป็นเรื่องน่าแปลกใจหากเจ้าตัวหันไปใช้ระบบวิงแบ็กแบบที่เคยใช้บ่อยๆ ในฝรั่งเศส แต่การยกระดับการต่อบอลขึ้นเกมจากแนวรับของเชลซีก็น่าลองทำดู แม้จะมีข้อกังขาเกี่ยวกับคุณภาพการจ่ายบอลของโรเบิร์ต ซานเชซ และกองหลังบางคนก็ตาม
นอกจากนี้ โรซีเนียร์ อาจทดลองใช้โครงสร้างทีมที่เน้นความรัดกุมมากขึ้นในยามที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" ไม่ได้ครองบอล เพื่อควบคุมเกมให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง
✍️ 𝐓𝐎𝐌𝐌𝐘 𝐓𝐄𝐄