มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ รูเบน อาโมริม เก็บข้าวของและเดินออกจากสนามซ้อมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า เพราะมันราวกับว่าเขาได้ปลดเปลี้ยงภาระอันหนักอึ้งออกไปซะที
กุนซือชาวโปรตุกีส แบกภาระในการทำหน้าที่กุมบังเหียน "ปีศาจแดง" ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโล แต่ปัจจุบันกลายเป็นทีมที่มีความไร้ระเบียบและมีปัญหามากที่สุดในวงการลูกหนัง
การบริหารที่น่าผิดหวังของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และ อิเนออส (INEOS) ยิ่งตอกย้ำให้ชัดเจน เพราะนับตั้งแต่เข้ามาถือหุ้นในสโมสรเมื่อเกือบสองปีก่อน ทีมก็ไม่ได้มีพัฒนาการอะไรมากนัก แถมผู้จัดการทีมอย่าง อโมริม ต้องตกงานเมื่อทำผลงานไม่เป็นไปตามเป้า
สวนทางกับพวกผู้บริหารที่มีอำนาจและอิทธิพลกลับได้รับอนุญาตให้ทำผิดพลาดได้ โดยไม่มีใครเข้ามาแตะต้อง และนั่นเป็นเหตุผลให้ โอมาร์ เบร์ราด้า (ประธานบริหาร) และ เจสัน วิลค็อกซ์ (ผู้อำนวยการฟุตบอล) ยังได้รับโอกาสทำงานต่อ
ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา เบร์ราด้า กับ วิลค็อกซ์ ปล่อยให้ เอริค เทน ฮาก ถลุงเงินกว่า 300 ล้านปอนด์ (ราว 13,200 ล้านบาท) ในการเสริมทัพ ก่อนจะปลดเขาออกจากตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือนถัดมา
ระบอบการบริหารของ แรตคลิฟฟ์ ยังมีการจ้างและไล่ แดน แอชเวิร์ธ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาภายในเวลาแค่ 6 เดือน เนื่องจากคำแนะนำของเขาไม่ได้รับการยอมรับ
จากนั้น อโมริม ก็ถูกแต่งตั้ง หลังจาก แรตคลิฟฟ์ ล้มเหลวในการดึง โธมัส ทูเคิ่ล มาคุมทีม การได้กุนซือที่ถนัดระบบ 3-4-3 แต่กลับไม่ได้รับนักเตะที่มีคุณภาพเหมาะสมพอจะทำให้ระบบนั้นได้ผล สุดท้ายเขาถูกปลดหลังคุมทีมได้เพียง 14 เดือน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องความไม่พอใจของสาวก "เร้ด อาร์มี่" ที่มีต่อบอร์ดบริหารในการอนุมัติการเซ็นสัญญานักเตะอย่าง โจชัว เซิร์กซี, มานูเอล อูการ์เต้ และ เบนยามิน เชชโก้ ด้วย
เงินหลายล้านปอนด์ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องสูญเปล่าไปกับค่าชดเชยและนักเตะไร้ประสิทธิภาพนั้นชวนให้ต้องตกตะลึง และยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีกเมื่อพิจารณาว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ แรตคลิฟฟ์ ตัดสินใจเลิกจ้างพนักงานหลายร้อยชีวิตเพื่อประหยัดต้นทุน
สำหรับตอนนี้บอร์ดบริหารกำลังพิจารณาเลือก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หรือ ไมเคิ่ล คาร์ริค ในการเข้ามารับหน้าที่กุมบังเหียนชั่วคาว เพื่อนำ "ปีศาจแดง" ให้หลุดพ้นช่วงเวลาวิกฤติไปจนกระทั่งจบซีซั่นนี้
โซลชา เคยได้รับโอกาสคุม แมนฯ ยูฯ มาแล้ว และเขาก็พิสูจน์แล้วว่ายังไม่ดีพอ ส่วน คาร์ริค ซึ่งเคยรับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ 3 นัด หลังจาก "น้าลูกอม" ถูกปลดในเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 ก็ผลงานไม่ได้ดีเด่ในฐานะผู้จัดการทีมของมิดเดิ้ลสโบรห์ ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ จนสุดท้ายก็โดนไล่ออก
ที่น่าเหลือเชื่อก็คือคนอย่าง วิลค็อกซ์ และ เบร์ราด้า ยังได้รับอนุญาตให้ตัดสินใจครั้งใหญ่ในการสรรหากุนซือคนใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้แฟนผีโปรเจ็กซ์ยังคงสงสัยและสับสนบอร์ดบริหารอย่างมาก
จริงๆ แล้ว อโมริม ไม่ได้ถูกปลดเพราะผลงานในสนาม อย่างการแพ้ กริมสบี้ ทาวน์ หรือการเอาชนะ วูล์ฟส์ และ เวสต์แฮม ไม่ได้ แต่เขาถูกปลดเพราะปฏิเสธที่จะกลายเป็นหุ่นเชิดให้กับ วิลค็อกซ์ กับ เบร์ราด้า และ แรตคลิฟฟ์ ต่างหาก
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม กุนซือพี่เจ๋ง ถึงออกมาให้สัมภาษณ์อย่างดุเดือดเพื่อมุ่งเป้าโจตีพวกเขาทั้งหมด หลังเกมเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เอลแลนด์ โร้ด
จากสิ่งที่เกิดขึ้นแฟนบอลแมนฯ ยูฯ คงตระหนักได้ว่าปัญหาที่แท้จริงของ "ปีศาจแดง" ไม่ได้อยู่ที่กุนซือ แต่จริงๆ แล้วมันมาจากบอร์ดบริหาร ดังนั้นถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปสโมสรคงยากจะกลับมาสู่วันคืนแห่งความสำเร็จอย่างที่พวกเขาต้องการได้อีกเลย
✍️ 𝐓𝐎𝐌𝐌𝐘 𝐓𝐄𝐄