คอลูกหนังคงได้เห็นแผ่นหลังของ โกดี้ คักโป ที่เป็นรอยช้ำคล้ายรูปวงกลม ซึ่งเกิดจากการบำบัดด้วยวิธีการ "ครอบแก้ว" ซึ่งไม่ใช่ "ผีถ้วยแก้ว" เป็นศาสตร์การรักษาในวงการแพทย์แผนจีน และได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
แล้วทำไมการครอบแก้วถึงเป็นวิธีการบำบัดร่างกายที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะบรรดานักกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อหนักมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแล และฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
ย้อนกลับไปสมัยโบราณบานบุรี การครอบแก้ว จะใช้เขาสัตว์หรือกระบอกไม้ไผ่ แต่ปัจจุบันวัสดุที่ใช้จะเป็นแก้วใสทรงกลม จุดไฟแล้วนำเปลวไฟเข้าไปในแก้วทรงกลมเพื่อให้เกิดสูญญากาศภายในแก้ว แล้วจึงนำมาวางครอบบริเวณส่วนต่างๆ บนร่างกาย เช่นแผ่นหลังเป็นต้น
ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนอธิบายไว้ว่าความร้อนจากไฟขณะทำการครอบจะช่วยขับไล่ความเย็นที่อยู่ในเส้นลมปราณ ความเย็นมีกลไกของโรคทำให้การไหลเวียนของลมปราณติดขัดเมื่อเกิดการติดขัดก็จะทำให้เกิดอาการปวด เมื่อครอบเเก้วเเล้วลมปราณภายในร่างกายจะไหลเวียนเป็นไปอย่างปกติ อาการปวดจึงหายไป
หากมองตามหลักวิทยาศาสตร์การใช้สูญญากาศ ครอบไปยังบริเวณผิวหนัง การที่ผิวหนัง ถูกดูดด้วยแก้วที่เป็นสูญญากาศจะทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดบริเวณนั้นอย่างมาก เป็นการปั๊มเลือดเข้าสู่ กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำการครอบเเก้ว หลอดเลือดฝอยขยายตัวขึ้น นำมาสู่การที่เนื้อเยื่อได้รับเลือดออกซิเจน มากขึ้น กระบวนการซ่อมแซมจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การรักษาโรคโดยการครอบแก้ว สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในบริเวณที่มีการติดขัดทำให้เลือดและพลังมีการไหลเวียนที่ดีขึ้น สามารถรักษาอาการปวด โดยเฉพาะบริเวณ บ่า หลัง และเอว
หลังจากการทำครอบแก้วแล้ว บริเวณผิวหนังอาจมีรอยคล้ำ แต่ไม่มีอันตราย รอยจะหายเองในเวลาประมาณ 5-7 วันและสามารถทำได้อีกเมื่อรอยจางหาย
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ คักโป มีรอยคล้ำอยู่เต็มแผ่นหลัง ตอนที่เขาถอดเสื้อแสดงความดีใจหลังยิงประตูได้ พร้อมกับรับใบเหลืองเป็นค่าตอบแทน แต่ที่น่าเจ็บปวดก็คือทีมดันโดนยิงตีเสมอในช่วงนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บด้วย ......ไม่คุ้นเลยจริงๆ