มีได้ย่อมมีเสีย! ใครได้-เสียประโยชน์หลังแมนยูปลด รูเบน อโมริม

มีได้ย่อมมีเสีย! ใครได้-เสียประโยชน์หลังแมนยูปลด รูเบน อโมริม
การปลด รูเบน อโมริม เขย่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครั้งใหญ่ ส่งผลทั้งบวกและลบต่อหลายฝ่าย ตั้งแต่นักเตะตัวหลัก, ระบบทีม ไปจนถึงผู้บริหารและงบการเงิน มาดูว่าใครได้ประโยชน์ และใครต้องรับผลกระทบมากที่สุด

สำหรับการมาของ อโมริม นั้นสร้างความปั่นป่วนให้กับสาวก "เร้ด อาร์มี่" อย่างมาก โดยเฉพาะผลงานในสนาม และระบบการเล่น 3-4-3 ที่มันย่ำแย่เกินห้ามใจ ซึ่งนำไปสู่ฟอร์มที่ไม่พัฒนาขึ้นเลยตลอดระยะเวลา 14 เดือนที่พี่เจ๋งนั่งกุมบังเหียน 

แน่นอนว่าไม่มีข้อสงสัยเลยว่านักเตะบางคนอาจแอบดีใจเป็นการส่วนตัวที่เห็น อโมริม อำลาทีมไป ขณะที่บางคนอาจรู้สึกตรงกันข้าม งานนี้มาดูกันว่าการเปลี่ยนแปลงกุนซือส่งผลต่อทีมอย่างไร และมีนักเตะบางรายที่จะได้ประโยชน์ ขณะที่อีกหลายคนอาจต้องเผชิญกับคำถามหรืออนาคตที่ไม่แน่นอน

ได้ประโยชน์

ค็อบบี้ เมนู

 ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่ฟอร์มร่วงกราวรูดจากยุคของ เอริค เทน ฮาก มาสู่ยุคของ อโมริม ได้ชัดเจนเท่ากับ เมนู โดยเขาเป็นคนทำประตูในนัดชิงเอฟเอ คัพ และก้าวไปมีบทบาทกับทีมชาติอังกฤษ ในช่วงที่กุนซือชาวดัตช์ยังคุมทีม นักเตะดูเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่อ,ง มั่นใจ และเป็นคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของอนาคตสโมสร

อย่างไรก็ตาม อโมริม ไม่ได้มองแบบนั้น และโอกาสลงสนามของ ดาวรุ่งจากอคาเดมี่ เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นมีข่าวลือเรื่องการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง เขายังไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเลยสักนัดในซีซั่นนี้ แต่สถานการณ์อาจกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อทุกคนในสโมสรยังคงเชื่อมั่นในพรสวรรค์ของเจ้าตัวอย่างเต็มที่

บรูโน่ แฟร์นันด์ส

แม้ในช่วงเวลาที่ผลงานตกต่ำภายใต้การคุมทีมของอโมริม แต่ กัปตันบรูโน่ ก็ยังเป็นหนึ่งในนักเตะเพียงไม่กี่คนที่ยืนหยัดทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ นั่นจึงยิ่งน่าแปลกใจที่เขาเคยมีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายไปซาอุดีอาระเบียด้วยค่าตัวมหาศาล อย่างไรก็ตาม เจ้ายังคงอยู่ต่อ และยังเป็นแกนหลักของทัพ "ปีศาจแดง"

ปัญหาของ แฟร์นันด์ส ในฤดูกาลนี้คือบทบาทที่ต้องถอยลงไปเล่นลึกมากกว่าเดิม โดยถูกใช้งานเป็นหนึ่งในกองกลางคู่ ซึ่งท้ายที่สุดก็จำกัดสิ่งที่เขาสามารถสร้างสรรค์ได้ในพื้นที่สุดท้าย 

เหตุผลสำคัญก็เพราะระบบการเล่นของ อโมริม ไม่มีตำแหน่งหมายเลข 10 แต่สำหรับผู้จัดการทีมคนใหม่มีแนวโน้มจะกลับไปใช้ระบบที่เปิดโอกาสให้ แฟร์นันด์ส ได้ยืนเป็นศูนย์กลางเกมรุก และเล่นในตำแหน่งที่ถนัดที่สุดของเขา

ฟูลแบ็กซ้าย-ขวา

ลองไล่ชื่อดูได้เลย และพวกเขาก็น่าจะพอใจกันแทบทั้งนั้น ยกเว้นอาจเป็น แพทริค ดอร์กู ที่ถูกดึงเข้ามาในช่วงที่ อโมริม คุมทีม ผู้เล่นทุกคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกซื้อตัวมาในฐานะแบ็กแบบดั้งเดิม ดังนั้นเมื่อพวกเขาถูกขอให้ไปเล่นเป็นวิงแบ็ก ซึ่งเป็นตำแหน่งเฉพาะทางมาก มันจึงต้องมีการปรับตัวเยอะพอสมควร

บางคนปรับตัวได้ดีกว่าคนอื่น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นธรรมชาติสำหรับพวกเขาอยู่ดี ดังนั้นนักเตะอย่าง ลุค ชอว์, ดีโอโก้ ดาโลต์ และ นุสแซร์ มาซราวี อาจรู้สึกสบายใจที่รู้ว่าพวกเขากำลังจะได้กลับไปทำหน้าที่ในบทบาทที่คุ้นเคยและถนัดกว่ามาก

ขณะเดียวกัน ผู้เล่นอย่าง อาหมัด ดิยัลโล่ ซึ่งเป็นนักเตะเกมรุกโดยธรรมชาติ ก็จะรู้เช่นกันว่า แทบไม่มีความเสี่ยงที่พวกเขาจะถูกปรับไปเล่นเป็นวิงแบ็กอีกต่อไป และจะได้ใช้ศักยภาพในการเล่นเกมรุกได้อย่างเต็มที่ 

เสียประโยชน์

เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์

เป็นอีกครั้งที่ เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ตัดสินใจพลาด หากเช็กประวัติผลงานของเขามันดูแย่ลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการตัดสินใจใหม่ๆ ก่อนหน้านี้ก็เคยหนุน เทน ฮาก จากนั้นก็ปลด และตอนนี้ก็ปลด อโมริม !!

ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือชายที่มีประสบการณ์ด้านกีฬา แต่ไม่มีประสบการณ์ด้านฟุตบอลโดยตรง และไม่ช้าก็เร็ว ผู้คนจะเริ่มตั้งคำถามว่าเขามีความสามารถมากพอในการตัดสินใจครั้งใหญ่เหล่านี้หรือไม่

สิ่งที่ควรจำไว้คือ บุคคลที่เขาแต่งตั้งให้เข้ามาบริหารสโมสรอย่าง โอมาร์ เบร์ราด้า  และ เจสัน วิลค็อกซ์ ต่างก็ทำงานภายใต้การเห็นชอบของเขา แฟนผีโปรเจ็กซ์อาจคิดว่า "เซอร์จิม" จำเป็นแต่งตั้งคนที่เหมาะสมเพื่อมาแทน อโมริม แต่การแต่งตั้งกุนซือคนต่อไปนี่แหละ อาจเป็นตัวชี้วัดว่าความเป็นเจ้าของสโมสรของเขาจะไปได้สวยหรือไม่

มาร์คัส แรชฟอร์ด

กรณีนี้อาจมองได้สองทาง และขึ้นอยู่กับว่า แรชฟอร์ด คิดอย่างไร ส่วนหนึ่งของเขาอาจโหยหาการกลับมาที่ แมนฯ ยูฯ และการปลด อโมริม อาจช่วยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ในขณะเดียวกัน คนใกล้ชิดของนักเตะก็เคยอ้างว่าการย้ายไป บาร์เซโลน่า คือความฝันของเขา

ตอนนี้ "แรชชี่" อยู่ในถิ่นคัมป์ นู ด้วยสัญญายืมตัว และกำลังมองถึงการย้ายถาวร ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่เข้ามาอาจเห็นผลงานของเขาในสเปนแล้วคิดว่า อาจจะนำศักยภาพชั้นยอดของนักเตะมาสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้อีกครั้ง และนั่นอาจทำให้การย้ายไป ลา ลีกา ถูกชะลอ หรือไม่เกิดขึ้นในที่สุด

อย่างไรก็ตาม หากการย้ายไปตามฝันเพื่อเล่นให้ บาร์ซ่า ถาวร ไม่เกิดขึ้นจริง อย่างน้อยนักเตะก็ได้หวนกลับมาสู่อ้อมอกสโมสรแม่อันเป็นที่รัก ดังนั้นนี่อนาคตที่ยังไม่แน่นอนสำหรับ แรชฟอร์ด จริงๆ 

สมดุลงบการเงิน

แรตคลิฟฟ์ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อพยุงสถานะการเงินของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดพนักงานครั้งใหญ่ และตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เป็นต้น แต่การปลดกุนซือทำให้ทีมต้องจ่ายเงินค่าชดเชยจำนวน 10 ล้านปอนด์ (ราว 440 ล้านบาท) ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในแผนของเขา 

เป็นที่ทราบกันดีว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เงินซื้อนักเตะไปมากมายในช่วงซัมเมอร์ และตอนนี้พวกเขายังต้องควักเงินเพิ่มเพื่อเปลี่ยนเฮดโค้ชอีกด้วย  ดังนั้น "ผีแดง" ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎ "กำไรและความยั่งยืน" หรือ PSR (Profit and Sustainability Rules)  ได้ 

แน่นอนว่าการตัดสินใจปลดกุนซือก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกวางงบประมาณเอาไว้ตั้งแต่แรก แถมหากต้องการโค้ชคนใหม่ถ้ารีบร้อนก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับสโมสรอื่นอีก ดังนั้น เซอร์จิม จำเป็นต้องรอบคอบ เพื่อไม่ให้ทีมต้องเสียเงินไปมากกว่านี้

✍️ 𝐓𝐎𝐌𝐌𝐘 𝐓𝐄𝐄



ที่มาของภาพ : getty images
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport