โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีม คริสตัล พาเลซ ผงาดเป็นเต็งหนึ่งในสายตาของร้านรับพนันและสื่อที่จะได้ตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังการตกเก้าอี้ของ รูเบน อโมริม
จากการสำแดงฝีมือในการคุมทีม อินทรีผงาดฟ้า สองปี กุนซือชาวออสเตรียกำลังจะหมดสัญญากับถิ่น เซลเฮิร์ส พาร์ค หลังจบซีซั่นนี้ และเขาไม่มีท่าทีต้องการต่อสัญญาใหม่
กลาสเนอร์ ส่อเค้าเตรียมลุกจากเก้าอี้บิ๊กบอส ดิ อีเกิ้ลส์ ด้วยไม่พอใจที่สโมสรไม่ให้การสนับสนุนในการเสริมทัพ และส่งผลให้แชมป์ เอฟเอ คัพ มีผลงานที่ตกลงอย่างน่าใจหายในซีซั่นนี้
ในฐานะแชมป์ถ้วยน็อกเอาต์ คริสตัล พาเลซ ซึ่งได้โทรฟี่ใบแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรจากการพิชิต แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ กลาสเนอร์ ไม่อาจสานต่อผลงานในซีซั่นนี้ได้ดังจะเห็นว่าทีมลูกหนังของกรุงลอนดอนรั้งอันดับ 12 ของตาราง พรีเมียร์ลีก ในขณะนี้
ด้วยสถานการณ์ที่เป็นไปส่งผลให้นายใหญ่วัย 51 ปีพร้อมมองหางานชิ้นใหม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาจะเป็นอิสระในช่วงซัมเมอร์ซึ่งต้องรอดูกันว่า ผีแดง พร้อมรอแต่งตั้่งเขาในซีซั่นหน้า หรือว่าจะพร้อมจ่ายเงินชดเชยให้กับ คริสตัล พาเลซ ทันที
แต่ที่แน่ๆ กลาสเนอร์ คุมทีม อินทรีผงาดฟ้า ลงเล่นในระบบ 3-4-3 เช่นเดียวกับ อโมริม อันเป็นแนวทางการเล่นที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าใช้ไม่ได้เลยกับถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด
จากที่เคยประกาศว่าแม้แต่พระสันตปาปาก็ไม่อาจขอร้องให้เขาเปลี่ยนระบบการเล่นได้ อโมริม กลับกลืนน้ำลาย และหันมาส่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นในสไลต์ 4-4-2 พร้อมทั้งพาทีมคว้าผลลัพธ์ได้อย่างน่าพอใจ
จากฟอร์มที่ดีขึ้นทันตาเห็น แฟนบอล ผีแดง พากันแฮปปี้ที่เห็นทีมรักเล่นกันได้อย่างเข้าท่ามากขึ้นภายใต้ระบบแบ็คโฟร์เนื่องจากแผนการเล่นหลังสามก่อให้เกิดช่องโหว่โดนคู่แข่งโจมตีได้ง่าย
อย่างไรก็ดี ฝันกลางวันของสาวก เร้ด อาร์มี่ กลับพังลงอย่างรวดเร็วเมื่อ อโมริม หวนกลับมาใช้ระบบหลังสามอีกจนได้ทั้งๆที่เคยเผยกับสื่อว่าพร้อมปรับเปลี่ยน และส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอในสองเกมหลังกระทั่งเจ้าตัวตกเก้าอี้ในที่สุด
ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบ 3-4-3 ไม่ได้ทำให้ อโมริม โดนไล่ออกเนื่องจากสโมสรยืนยันอยู่ก่อนแล้วว่าพร้อมอดทนรอดูความสำเร็จในระยะยาวของเขาแม้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่แฮปปี้กับนายใหญ่หัวแข็งรายนี้
หากแต่เป็นการให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังเกมเสมอกับ ลีดส์ 1-1 ที่ เอลแลนด์ โร้ด ต่างหากเนื่องจากเขาจงใจฟาดงวงฟาดงาใส่บอร์ดของสโมสรโดยเฉพาะ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลที่ไม่คิดสนับสนุนการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าจะไม่มีการจ่ายตลาดในเดือนม.ค.ทั้งๆที่ไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งเผยกับสื่อว่าสโมสรพร้อมมองดูทุกตัวเลือก
ต่อการปลด อโมริม แมนฯ ยูไนเต็ด แถลงผ่านเว็บไซต์ว่าอดีตโค้ชทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน พ้นไปจากตำแหน่ง "เฮดโค้ช" ของทีมแล้วหลัง อโมริม ระบุกับสื่อในเกมบู๊กับ ยูงทอง ว่าเขาเป็นผู้จัดการทีม ไม่ใช่แค่โค้ช และจะไม่ลาออกเด็ดขาด
เท่ากับว่า อโมริม ไม่แฮปปี้ที่ไม่ได้เลือกซื้อนักเตะด้วยตัวเอง และไม่ได้ตัวพ่อค้าแข้งที่เข้ากับระบบ 3-4-3 ของเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสริมทัพหนล่าสุดเมื่อช่วงซัมเมอร์ มีการกล่าวอ้างว่ากุนซือชาวเมืองฝอยทองต้องการได้ โอลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าทีม แอสตัน วิลล่า มารับบทหัวหอก แต่สโมสรมอบ เบนยามิน เชชโก้ ศูนย์หน้าจอมทื่อให้เขาใช้งานแทน
จะอย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือในเมื่อปลด อโมริม ไปแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด กลับถูกลือว่าสนใจดึง กลาสเนอร์ มาคุมทีมทั้งๆที่เขาทำงานด้วยระบบ 3-4-3 เช่นกันอันเป็นแนวทางที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถิติที่ตกต่ำติดดินในทุกๆด้าน
ต่อกรณีนี้ เดอะ ซัน อ้างถึงแหล่งข่าวระดับสูงใน โรงละครแห่งความฝัน ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องระบบการเล่นเนื่องจากพวกเขามี วิลค็อกซ์ รับผิดชอบในการเซ็นสัญญากับนักเตะ และเน้นดึงตัวพ่อค้าแข้งสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นได้ในหลายตำแหน่งเป็นหลักอันมี ไบรอัน เอ็มเบอโม่ กับ มาเตอุส คุนญ่า เป็นสองตัวอย่างล่าสุด
สำหรับ กลาสเนอร์ หากเต็มใจย้ายมารับงานกับ ผีแดง เขาจะต้องยอมสวมบท เฮดโค้ช เช่นกัน แต่จะมีสิทธิ์เสนอชื่อนักเตะที่ต้องการให้ วิลค็อกซ์ พิจารณาว่าพร้อมเห็นชอบด้วยหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ แม้จะเห็นได้ชัดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด สมควรเล่นในระบบ 4-4-2 มากกว่าเช่นเดียวกับทีมส่วนใหญ่ใน พรีเมียร์ลีก ยุคนี้ที่เล่นในระบบแบ็คโฟร์แทบทั้งนั้นแม้อาจเป็นสไตล์ 4-3-3 เนื่องจากกองหลังจะไม่แบกรับความกดดันมากเท่ากับระบบหลังสาม แต่อย่างที่บอก ปีศาจแดง วางนโยบายซื้อนักเตะอเนกประสงค์เป็นหลักให้เฮดโค้ชนำไปใช้งานในสไตล์ไหนก็ได้ทั้งนั้น
ขณะเดียวกัน สื่อลูกหนังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าอันที่จริง อโมริม อยากโดนไล่ออกมานานแล้วหลังตระหนักดีว่าไม่อาจพาทีมประสบความสำเร็จได้ตามแนวทาง 3-4-3 ที่เขาถนัดเพราะยิ่งอยู่คุมทีมนานขึ้น ชื่อเสียงที่เขาสร้างไว้กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก็จะถูกกลบฝังดินตามไปด้วย
จึงไม่แปลกที่เจ้าตัวเคยประกาศกับสื่อว่า ปีศาจแดง จะต้องมองหากุนซือคนอื่นหากหวังให้ทีมเล่นในระบบอื่นเนื่องจากเขาคุมทีมลงเล่นได้แค่แนวทางเดียว
เท่านั้นไม่พอ กุนซือโปรตุกีสเคยแม้กระทั่งระบุกับสื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรหลังพาทีมจบอันดับ 15 และไม่ได้เล่นฟุตบอลยุโรปซึ่งจะเป็นการยอมรับผลงานของตัวเองแต่โดยดี หรือหวังประชดประชันก็ตามที
จนในที่สุด อโมริม ก็ตกเก้าอี้สมใจหลังระเบิดอารมณ์ผ่านสื่อด้วยการเหน็บไปถึงบอร์ดโดยเขาอาจเห็นตัวอย่างหมาดๆว่า เอ็นโซ่ มาเรสก้า ประสบความสำเร็จได้อำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังงัดข้อกับผู้บริหารทีม เชลซี กระทั่งพ้นไปจากหน้าที่แบบทันทีทันใด