เปิดลำดับเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รูเบน อโมริม กับบอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่คริสต์มาส ปัญหางบเสริมทัพ ระบบ 3-4-3 จนถึงจุดแตกหัก
ความสัมพันธ์ระหว่าง รูเบน อโมริม กับฝ่ายบริหาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มสั่นคลอนอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงคริสต์มาส ก่อนลุกลามเป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง และจบลงด้วยการแยกทางในที่สุด
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นหลังเกมที่ ยูไนเต็ด บุกชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-1 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่สนามโมลินิวซ์ เมื่อมีภาพ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ พูดคุยอย่างเคร่งเครียดกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการ และ โอมาร์ เบร์ราดา ซีอีโอของสโมสร ทันทีหลังทีมเสียประตูตีเสมอช่วงต้นครึ่งหลัง แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ถูกขยายความในเวลานั้น
หลังจากนั้นทีม "ปีศาจแดง" ต้องเสียผู้เล่นสำคัญอย่าง อาหมัด ดิยัลโล่, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ นุสแซร์ มาซราวี ไปทำศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ขณะที่กัปตันทีม บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีอาการบาดเจ็บในเกมแพ้ แอสตัน วิลล่า ที่วิลล่า พาร์ก
อโมริม เริ่มส่งสัญญาณแรกถึงความไม่พอใจในงานแถลงข่าวคืนคริสต์มาสอีฟ ก่อนเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด โดยยอมรับว่าอาจไม่ได้รับงบประมาณมากพอสำหรับการเสริมทัพเพื่อทำให้ระบบ 3-4-3 สมบูรณ์แบบ
หลังเกมบ็อกซิ่ง เดย์ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ นิวคาสเซิ่ล 1-0 กุนซือชาวโปรตุกีสยังให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความเห็นที่ไม่ตรงกันกับฝ่ายบริหารด้านการซื้อขาย โดยกล่าวว่า “ผมมีแนวคิดหนึ่ง ขณะที่ เจสัน และบอร์ดมีอีกแนวคิดหนึ่ง ทุกการตัดสินใจจำเป็นต้องหาจุดร่วม เพราะคุณไม่สามารถสร้างทุกอย่างเพื่อผู้จัดการทีมเพียงคนเดียวได้ เนื่องจากผู้จัดการทีมสามารถเปลี่ยนแปลงได้”
บรรยากาศตึงเครียดยิ่งชัดเจนขึ้นในวันที่ 2 มกราคม ที่สนามซ้อมแคร์ริงตัน เมื่อ อโมริม แสดงท่าทีเคร่งเครียดผิดปกติในงานแถลงข่าว และปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์งบเสริมทัพ โดยกล่าวเพียงว่า “ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น ผมโฟกัสแค่เกมกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด”
สองวันถัดมา ความอัดอั้นดังกล่าวปะทุขึ้นอย่างรุนแรงหลังเกมเสมอ ลีดส์ 1-1 เมื่อ อโมริม แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสื่อ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการส่งสารตรงถึงฝ่ายบริหาร
รายงานเพิ่มเติมยังระบุว่า คริสโตเฟอร์ วิเวลล์ หัวหน้าฝ่ายสรรหานักเตะของสโมสร เคยเรียกร้องให้ อโมริม ปรับระบบการเล่น หลัง มาร์โก ซิลวา กุนซือฟูแล่ม อธิบายอย่างละเอียดถึงวิธีรับมือแผนของเขาในเกมเสมอ 1-1 ที่คราเวน ค็อทเทจ ตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม
แม้ฝ่ายบริหารของยูไนเต็ดจะพยายามสื่อสารภาพลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวภายในสโมสร แต่ถ้อยคำและท่าทีของ อโมริม สะท้อนชัดว่า เขาเชื่อว่าเงื่อนไขและขอบเขตของงานที่ได้รับเมื่อตอนเข้ามารับตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน 2024 ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งกลายเป็นรอยร้าวที่ไม่อาจประสานได้ในท้ายที่สุด