โคล พาลเมอร์ ฟอร์มกระฉูดแน่! คาดไลน์อัพ เชลซี หาก เลียม โรซีเนียร์ กุมบังเหียน

โคล พาลเมอร์ ฟอร์มกระฉูดแน่! คาดไลน์อัพ เชลซี หาก เลียม โรซีเนียร์ กุมบังเหียน
เชลซี กำลังเดินหน้าหาผู้จัดการทีมคนใหม่อีกครั้ง หลังสโมสรแยกทางกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ช่วงวันปีใหม่ โดยตอนนี้ตัวเก็งเต็งหนึ่งได้แก่ เลียม โรซีเนียร์ กุนซือคนใหม่ไฟแรงชาวอังกฤษ

 โรซีเนียร์ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับ สตราส์บูร์ก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสโมสรภายใต้เครือ BlueCo และนั่นทำให้ชื่อของเขาได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาสานต่องานในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

 อดีตกุนซือฮัลล์ ซิตี้ จะเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 6 ในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ที่ ท็อดด์ โบห์ลี และ  เบห์ดาด เอ็กห์บาลี่ เข้ามาบริหาร "สิงโตน้ำเงินคราม" โดยถ้า โรซีเนียร์ ได้รับงานนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในอาชีพโค้ชของเขาอย่างมาก เพราะก่อนที่จะคุม สตราส์บูร์ก เขาเคยทำงานกุมบังเหียน ฮัลล์ เท่านั้น ส่วน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ แค่ทำหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ

 ผลงานของ โรซีเนียร์ ในการปลุกปั้น สตราส์บูร์ก เข้าตา โบห์ลี และ เอ็มห์บาลี่ มากๆ ดังนั้นการที่เขาจะได้รับการแต่งตั้งให้คุม เชลซี จึงไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้  และถ้าเจ้าตัวมาทำงานจริงๆ คงมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง โดยจะเป็นแบบการพัฒนาต่อยอดมากกว่าการปฏิวัติทีมครั้งใหญ่

  โรซีเนียร์ ก็เหมือนกับ มาเรสก้า นั่นก็คือเขานิยมใช้ระบบการเล่นแบบครองบอลเป็นหลัก โดยเริ่มต่อเกมจากแดนหลังตั้งแต่ผู้รักษาประตู อย่างไรก็ตาม ยังมีความแตกต่างสำคัญในด้านแท็กติคโดย มาเรสก้า ยึดติดกับระบบ 4-2-3-1 อย่างเคร่งครัด ขณะที่ เฮดโค้ชชาวอังกฤษ วัย 41 ปีชื่นชอบระบบ 3-4-2-1 ที่สตราส์บูร์ก แม้จะมีการปรับใช้ระบบ 4-3-1-2 เป็นครั้งคราวก็ตาม

  เมื่อพิจารณาถึงปัญหาในเกมรับของเชลซี รวมถึงความฝืดในพื้นที่สุดท้ายของเกมรุก ระบบดังกล่าวอาจช่วยสร้างความมั่นคงมากขึ้นให้กับบรรดาดาวดังที่ฟอร์มกำลังสะดุด อย่าง โคล พาลเมอร์ 

 ตามทฤษฎีแล้ว ระบบ 3-4-2-1 จะเปิดพื้นที่ให้ทั้ง ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ และ เอสเตเวา แนวรุกดาวรุ่งชาวบราซิเลียน ได้ยืนอยู่ด้านหลังหน้าเป้า ขณะที่ พาลเมอร์ จะได้รับอิสระอย่างเต็มที่ในการขยับตำแหน่งและสร้างสรรค์เกม

  พาลเมอร์ จะได้รับอิสระอย่างเต็มที่ในการขยับตำแหน่งไปทั่วสนาม โดย โรซีเนียร์ จะวางโครงสร้างทั้งทีมขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้ พาลเมอร์ ได้ครองบอลในพื้นที่ "ฮาล์ฟสเปซ"

 ลองย้อนกลับไปตอนที่ พาล์มเมอร์ ทำงานภายใต้การกุมบังเหียนของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เขาโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยการสัมผัสบอลราว 65 ครั้งต่อ 90 นาที บทบาทของเขาสำคัญถึงขั้นที่แฟนบอลคู่แข่งมักเรียกเชลซีในช่วงนั้นว่า "พาลเมอร์ เอฟซี" (Palmer FC)

 อย่างไรก็ตาม ภายใต้ระบบของ มาเรสก้า ที่เน้นการครองบอลเป็นหลัก และมักใช้ฟูลแบ็กขยับเข้ามาเล่นด้านใน ทำให้โดยรวมแล้ว พาลเมอร์ ได้สัมผัสบอลน้อยลง เหลือเพียงราว 57 ครั้งต่อ 90 นาที

 ในส่วนของตำแหน่งหน้าตัวเป้าอาจเป็น ชูเอา เปโดร แต่กระนั้น โรซีเนียร์ ดูเหมือนจะชื่นชอบ เลียม ดีแลป เป็นพิเศษ เพราะเขามีโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องสมัยที่ทำงานร่วมกันตอนที่ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ ฮัลล์ ซึ่งเขาซัดไป 8 ประตูจาก 31 เกม 

 ดีแลป อาจได้รับความไว้วางใจให้กลับมาเป็นแกนหลักของเกมรุกอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความชอบของ โรซีเนียร์ ที่มักใช้หน้าเป้าที่แข็งแกร่ง เล่นตรงไปตรงมา เป็นตัวหลักในแดนหน้า อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวดูจะไม่เหมาะกับบรรดาปีกอย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช่, เปโดร เนโต้ และเจมี่ กิตเท่นส์ 

 แม้ เนโต้ จะแสดงให้เห็นว่าสามารถถูกใช้งานได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก แต่ กิตเท่นส์ และ การ์นาโช่ มักจะถูกใช้งานในบทบาทริมเส้นเป็นหลัก ขณะที่แดนกลางเองก็จะมีภาพลักษณ์ใหม่ แต่แกนหลักยังคงเดิม 

 คู่มิดฟิลด์มูลค่า 220 ล้านปอนด์ (ราว 9,680 ล้านบาท) อย่าง มอยเซส ไกเซโด้ และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มีแนวโน้มจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีม  กระนั้น โรซีเนียร์ ไม่ค่อยชื่นชอบการวางบอลยาวของ เฟร์นานเดซ โดยจะเลือกให้ทีมของเขาเน้นการต่อบอลสั้นๆ ที่คมและแม่นยำมากกว่า

 ขณะเดียวกัน แนวรับโฉมใหม่ในระบบหลัง 5 คน อาจเปิดพื้นที่ให้ มาโล กุสโต้ และ มาร์ค กูกูเรย่า ได้ยืนในตำแหน่งวิงแบ็กริมเส้นตามธรรมชาติ โดยมี รีซ เจมส์, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า และเทรโวห์ ชาโลบาห์ คอยยืนปักหลักอยู่ด้านหน้า โรเบิร์ต ซานเชซ นายทวารชาวสแปนิช

  11 ตัวจริง

ผู้รักษาประตู : โรเบิร์ต ซานเชซ 

กองหลัง :  รีซ เจมส์, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, เทรโวห์ ชาโลบาห์ 

กองกลาง : มาร์ค กูกูเรย่า, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, มอยเซส ไกเซโด้, มาโล กุสโต้

แนวรุก : โคล พาลเมอร์,เอสเตเวา

หน้าเป้า : ชูเอา เปโดร



ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport