เข้าสู่ช่วงปีใหม่แล้ว และนั่นหมายความว่าอีกเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น คอบอลอังกฤษจะได้เห็นถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกถูกชูขึ้นเหนือศีรษะอีกครั้ง โดยปริศนาเพียงอย่างเดียวที่ยังคงอยู่คือ ทีมใดจะเป็นผู้ได้ชูถ้วยแชมป์
สำหรับตอนนี้ อาร์เซน่อล คือทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง โดยทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า ออกสตาร์ตฤดูกาล 2025/26 ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยพวกเขายึดตำแหน่งจ่าฝูงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และฟอร์มก็ยังคงร้อนแรง รวมทั้งคงเส้นคงวา
ชัยชนะที่แสนยอดเยี่ยม 4-1 เหนือ แอสตัน วิลล่า ซึ่งฟอร์มดีมาตลอดแต่ต้องเสียท่าโดน "ปืนใหญ่" ยิงสลุตยับเยิน ทำให้พวกเขานำจ่าฝูง และหากสามารถรักษาตำแหน่งนี้ไว้ได้จนถึงเดือนพฤษภาคม ก็จะเป็นการยุติการรอคอยอันยาวนานหลังไม่ได้สัมผัสแชมป์ลีกมานานกว่า 2 ทศวรรษ
ขณะที่คู่แข่งสำคัญคงหนี้ไม่พ้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งคว้าแชมป์ลีกเป็นว่าเล่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยทัพ "เรือใบสีฟ้า" ไล่บี้รั้งรองจ่าฝูง พร้อมกับมีแต้มตามหลังเพียง 4 คะแนนเท่านั้น นั่นทำให้การลุ้นแชมป์เต็มไปด้วยความเข้มข้น
ทุกสัปดาห์การแข่งขันย่อมนำมาซึ่งเรื่องราวพลิกผันใหม่ๆ และในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าก็มีแนวโน้มว่าจะไม่แตกต่างกัน งานนี้ขอขันอาสาพาไปดูโปรแกรมการแข่งขันในเดือนมกราคมที่กำลังจะมาถึงของ 2 ทีมเต็งแชมป์กันหน่อย
อาร์เซน่อล
แม้จะมีโปรแกรม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, คาราบาว คัพ และเอฟเอ คัพ จะเข้ามาเป็นสิ่งรบกวนสมาธิอยู่บ้าง แต่ทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" ย่อมให้ความสำคัญสูงสุดกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน
โปรแกรมแรกของพวกเขาในปี 2026 คือการบุกไปเยือน บอร์นมัธ จากนั้นไม่กี่วันถัดมาก็จะกลับมาเล่นในบ้านพบกับ ลิเวอร์พูล แม้ว่าทีมของกุนซืออาร์เน่อ สล็อต จะยังทำผลงานไม่ได้โดดเด่นที่สุดในซีซั่นนี้ แต่การเจอกับแชมป์เก่าก็ยังคงเป็นบททดสอบที่หนักหน่วง
ต่อจากนั้น อาร์เซน่อล มีคิวบุกไปเยือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ อีก 9 วันถัดมา ก่อนจะเปิดศึกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ช่วงปลายเดือน และ อาร์เซน่อล จะปิดท้ายเดือนมกราคมด้วยการออกไปเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่กำลังกลับมาฟอร์มแรงอีกครั้ง ณ สนามเอลแลนด์ โรด
5 เกมต่อไปของ อาร์เซน่อล
วันเสาร์ที่ 3 ม.ค. - บอร์นมัธ (เยือน)
วันพฤหัสบดีที่ 8 ม.ค. - ลิเวอร์พูล (เหย้า)
วันเสาร์ที่ 17 ม.ค. - น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (เยือน)
วันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค. - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เหย้า)
วันเสาร์ที่ 31 ม.ค. - ลีดส์ ยูไนเต็ด (เยือน)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
การบุกไปเยือน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตามปกติแล้วมักเป็นบททดสอบที่ทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องคิดหนักอยู่เสมอ และสุดสัปดาห์นี้ก็คงไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อ เชลซี ไม่มีผู้จัดการทีม หลังการอำลาตำแหน่งของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า สถานการณ์อาจยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก
โปรแกรมสุดหินของพวกเขายังดำเนินต่อไปด้วยการเปิดบ้านพบ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน กลางสัปดาห์ ก่อนที่ "เรือใบสีฟ้า" จะกรีฑาทัพบุกไปเยือน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงกลางเดือนมกราคม สำหรับศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้
เกมเหย้าพบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ทีมบ๊วยของตาราง น่าจะเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมให้ แมนฯ ซิตี้ เก็บสามแต้มเต็ม เช่นเดียวกับการไปเยือน สเปอร์ส แต่เมื่อพิจารณาว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทัพ "ไก่เดือยทอง" มักทำผลงานได้ดีกว่า เป๊ป แอนด์ โค. อยู่บ่อยครั้ง เกมนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคาดหวัง
5 เกมต่อไปของ แมนฯ ซิตี้
วันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค. - เชลซี (เยือน)
วันพุธที่ 7 ม.ค. - ไบรท์ตัน (เหย้า)
วันเสาร์ที่ 17 ม.ค. - แมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน)
วันเสาร์ที่ 24 ม.ค. - วูล์ฟส์ (เหย้า)
วันอาทตย์ที่ 1 ก.พ. - สเปอร์ส (เยือน)