บทสรุปผล0-0 สุดจืดชืดในแอนฟิลด์
1 ไร้ไอเดียเกมรุก
2 ลีดส์ วินัยรับแน่น
3 บีบให้ออกข้างก็จบ หมดปัญญาเจาะ
4เพรสครึ่งๆกลางๆ
5 แง่บวกไม่โดนเซตพีสลีดส์ เล่นงาน
เมื่อถึงครึ่งซีซั่น 19 นัด ตารางคะแนนอาจไม่โกหก
แต่วัดวิธีการเล่นแล้ว...ก็ให้ถือว่าคือทีมกลุ่มนี้
ที่น่าติดตามคือ อาร์เน่อ สลอด กับทีมของเขา จะไงต่อ
จะเล่นแบบมีปีกหรือไร้ปีก
เซตพีส เจ้าปัญหา ทั้งรุกและรับ ถึงขั้นปลดโค้ชเซตพีสออก
จริงๆอารอน บริกส์ไม่ใช่โค้ชเซตพีสแต่แรก
เขาคือโค้ชพัฒนาความสามารถนักเตะส่วนตัว
ทีมหลังบ้านประกาศรับสมัครโค้ชเซตพีส ช่วงซัมเมอร์
สุดท้ายไม่โดนสักราย จึงต้องหันมาใช้โค้ช บริกกส์ ทำหน้าที่นี้
แล้วเมื่อผลงานไม่เป็นใจ...เสียจากลูกนิ่ง 12 ลูกมาจาก...
7 เตะมุม
3 ลูกทุ่ม
2 ฟรีคิก
บริกกส์ ก็ต้องโดนโยนใต้รถบัส (เป็นมุกนะครับ)
เดี๋ยวคิดว่าแปล throw someone undeer the bus ผิดดดด
สังเวยการเสียประตูจากลูกนิ่งและไม่ได้ประตูจากลูกนิ่ง
นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งส่งถึง สลอด
นับจากนี้จะต้องแก้ไขปัญหาของทีมให้มันเนี้ยบกว่านี้
กลับมาเล่นให้เหมือนทีมชั้นนำ ไม่ใช่ทีมชั้นตาม
ถ้าทำไม่ได้สิ้นเดือนพ.ค. น่าจะต้องแยกทางจากกันไป
8 นัดไม่แพ้ใครอันดับสี่อย่างนี้ยังไม่พอใจอีกหรือ
ก็ถ้าบอร์ดบริหารมองว่า...ลิเวอร์พูลที่ทุ่มทุนหมื่นล้าน...
เล่นได้เท่านี้...หากคุณเป็นเจ้าของเงินคุณจะพอใจมั้ย
ขนาดแฟนบอลยังโห่หลังจบเกมเสมอลีดส์ 0-0 เลย
เอาเป็นว่า...ถ้าวิธีการเล่นเกมรับและรุกไม่ดีขึ้น
ผมว่าคงพอมองเห็นป้าย EXIT ให้ สลอดเมื่อสิ้นสุดทางเลื่อน
จะบอกว่าแฟนหงส์ยึดติดกับบอล เฮฟวี เมทัล ของJK
คงไม่ผิด...แต่จะเฮฟวี่ หรือไม่เฮฟวี บอลมันต้องเล่นให้สนุก
สปีดบอล, แพสชั่น, ชีวิตชีวาในสนาม
ทั้งนักบอลและแฟนบอล
มันคือเอกลักษณ์ของลิเวอร์พูลมาช้านาน...ไม่ใช่แค่ยุค JK
ดังนั้น...ถ้า สลอด จะมา "สลอดบอล" เนิ่บๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ
ผมว่า...เราคงเห็นคำตอบนั้นแล้ว