หลังจากช่วงคริสต์มาสไปจนถึงวันส่งท้ายปี 2025 ที่ค่อนข้างเงียบ ลิเวอร์พูล ต้องเผชิญกับโปรแกรมเดือนมกราคมที่หนักหน่วง โดยมีการแข่งขันถึง 9 นัด จาก 3 รายการ ภายในระยะเวลาเพียง 31 วัน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันอังคารนี้เป็นต้นไป
ทีมของกุนซืออาร์เน่อ สล็อต มีโปรแกรมช่วงปลายปีที่เงียบผิดปกติ โดยลงเล่นเพียง 2 นัดในช่วงเวลา 18 วัน แต่ความเงียบนั้นเป็นเพียงความสงบก่อนพายุจะเกิด เพราะหลังจากนี้แทบไม่มีเวลาพักให้ได้หายใจเลย
ทัพ "หงส์แดง" จะลงแข่งขันในพรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเอฟเอ คัพ ในเดือนนี้ โดยมีเกมในแอนฟิลด์ 5 นัด และเกมนอกบ้านอีก 4 นัด
แน่นอนว่านี่ถือเป็นบททดสอบสำคัญในช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับ อาร์เน่อ แอนด์ โค. ซึ่งต้องบริหารจัดการเวลาลงสนามของนักเตะในทีมให้สมดุล พร้อมกับเก็บชัยชนะเพื่อไต่ขึ้นบนตารางคะแนน และผ่านเข้ารอบต่อไปในรายการฟุตบอลถ้วยต่าง ๆ
1 มกราคม : ลีดส์ ยูไนเต็ด (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก
เปิดฉากปีมะเมีย ลิเวอร์พูล ต้องปะทะกับ ลีดส์ ซึ่งพวกเขาเพิ่งจะเจอกันเมื่อไม่นานมานี้ โดยแมตช์ดังกล่าวบรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" ยังรู้สึกเสียดายไม่หายที่ไม่สามารถคว้า 3 แต้มได้ทั้งๆ ที่อยู่ในมือแล้วแท้ๆ สำหรับเกมนี้ "หงส์แดง" ต้องทำผลงานให้ดีกว่าเกมแรก เพื่อเปิดการเอาฤกษ์เอาชัยสำหรับปีใหม่ และยังเป็นโอกาสในการเริ่มต้นใหม่สำหรับเกมต่อๆ ไปที่จะต้องเผชิญ แน่นอนว่าชัยชนะเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ
4 มกราคม : ฟูแล่ม (เยือน) - พรีเมียร์ลีก
เกมเยือนแมตช์แรกของปี 2026 ก็คือการกรีฑาทัพไปยังกรุงลอนดอน เพื่อเผชิญหน้ากับทีมของกุนซือ มาร์โก ซิลวา ซึ่งเป็นทีมที่อันตราย แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวา โดยทัพ "เจ้าสัวน้อย" มี แฮร์รี่ วิลสัน เด็กเก่า ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มพีค แต่กระนั้นผลงานโดยรวมของทีมก็ยังไม่ค่อยดีนัก นั่นหมายความว่า "เดอะ เร้ดส์" มีลุ้นที่จะคว้าชัยชนะได้ อย่างไรก็ตาม ฟูแล่ม ไม่ค่อยมีโปรแกรมลงเล่นก่อนหน้านี้ ดังนั้นพวกเขามีความสดพอๆ กัน
8 มกราคม : อาร์เซน่อล (เยือน) - พรีเมียร์ลีก
สี่วันหลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ต้องกลับไปที่ลอนดอนอีกครั้ง โดยครั้งนี้ต้องไปเยือนถิ่นเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม โดย "หงส์แดง" เก็บชัยชนะเหนือทีมของมิเกล อาร์เตต้า มาแล้วหนึ่งครั้ง และหากคว้าชัยได้อีกหนก็คงถือเป็นของขวัญคริสต์มาสที่มาช้าแต่มีความหมาย ทว่าการจะทำเช่นนั้นได้ ทีมของอาร์เน่อ สล็อต จำเป็นต้องยกระดับผลงานให้ดีกว่าที่ผ่านมาอย่างมาก
12 มกราคม : บาร์นลี่ย์ (เหย้า) - เอฟเอ คัพ
"หงส์แดง" ได้กลับมาเล่นในแอนฟิลด์อสำหรับเกมเอฟเอ คัพแมตช์แรกของซีซั่น โดยรับมือ บาร์นลี่ย์ สโมสรระดับ ลีก วัน ซึ่งครั้งล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันต้องย้อนไปเมื่อปี 2008 แน่นอนว่า โค้ชอาร์เน่อ คงมีการโรเตชั่นทีมสำหรับเกมนี้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์อาการบาดเจ็บของนักเตะเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งขันย่อมถูกคาดหวังว่าจะดีกว่าที่เกิดขึ้นในเกมลีก คัพ นัดล่าสุดอย่างแน่นอน! โดยถือเป็นโปรแกรมที่มาได้ถูกจังหวะ เพื่อหวังจะได้พักผู้เล่นบางราย
17 มกราคม : เบิร์นลี่ย์ (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก
จากนั้นศึกพรีเมียร์ลีกจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง โดย ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ ซึ่งกำลังจมอยู่กับการดิ้นรนหนีตกชั้นในฤดูกาลแรกที่กลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดในเกมเลกแรก ทัพ "เดอะ เร้ดส์" ต้องอาศัยจุดโทษช่วงท้ายเกมถึงจะคว้า 3 คะแนนมาได้ และความหวังคือเกมที่ แอนฟิลด์ จะสบายกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เบิร์นลี่ย์ เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีสถิติการเล่นเกมเยือนที่ย่ำแย่ที่สุดในลีกซีซั่นนี้
21 มกราคม : โอลิมปิก มาร์กเซย (เยือน) - ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
หากทีมชาติอียิปต์ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ (18 ม.ค.) เกมนี้จะเป็นนัดแรกที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะกลับมาลงสนามให้ลิเวอร์พูล โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องกลับมาโดยไม่มีอาการบาดเจ็บ การบุกไปเยือนในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ใช่งานง่ายสำหรับ "หงส์แดง" แต่หากคว้าชัยชนะได้ ก็อาจช่วยให้ทีมการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ทันที โดยไม่ต้องไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ที่สำคัญนี่คือเกมแรกที่ทั้งสองทีมได้ดวลกันหลังเคยเจอกันล่าสุดต้องย้อนไปในปี 2008
24 มกราคม : บอร์นมัธ (เยือน) - พรีเมียร์ลีก
หลังจากพักได้แค่สองวันจากการไปเยือน มาร์กเซย พวกเขาต้องเดินทางลงใต้เพ่อไปพบกับ บอร์นมัธ โดยเกมนี้ทีมอาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องความฮอตของ อองตวน เซเมนโย่ เพราะนักเตะน่าจะย้ายไปเล่นกับ แมนฯ ซิตี้ แล้ว แต่กระนั้นนี่ก็ไม่ใช่งานง่ายสำหรับลูกทีมของโค้ชอาร์เน่อ เนื่องจาก "เดอะ เชอร์รี่ส์" มักทำผลงานได้ดีเวลาเจอกับ "หงส์แดง"
28 มกราคม : คาราบัค (เหย้า) - ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
จากนั้น "หงส์แดง" เตรียมลงเล่นเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส นัดสุดท้ายรับมือ คาราบัค สโมสรจากประเทศอาเซอร์ไบจาน โชคดีที่ "เดอะ เร้ดส์" ได้เล่นเป็นเจ้าบ้านในเกมนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวตัดสินว่าพวกเขาจะจบในอันดับท็อป 8 และผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติ หรือจะต้องไปเล่นเพลย์ ออฟ แบบเหย้า-เยือนในเดือนกุมภาพันธ์ ด้านทีมเยือนยังมีลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเช่นกัน ดังนั้นเกมนี้จึงมีความหมายสำหรับพวกเขาไม่น้อย เพราะหากแพ้ขึ้นมา ก็มีแนวโน้มสูงว่าจะต้องตกรอบ
31 มกราคม : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (เหย้า) - ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
อเล็กซานเดอร์ อีซัค ถูกคาดหมายว่าจะตกเป็นประเด็นให้พูดถึงอีกครั้ง เมื่อ นิวคาสเซิ่ล บุกมาเยือนแอนฟิลด์เพื่อปิดฉากเดือนที่เต็มไปด้วยโปรแกรมแน่นเอี้ยด แม้ กองหน้าชาวสวีดิช จะไม่มีส่วนร่วมในเกมนี้ หลังจากเข้ารับการผ่าตัดข้อเท้าและกระดูกน่องแตก แต่ชื่อของเขาต้องถูกยกมาเป็นหนึ่งในไฮไลต์ก่อนเกมแน่นอน และเชื่อว่าขุนพล "สาลิกาดง" รวมทั้งแฟนบอลของพวกเขาคงบุกมาเยือนพร้อมกับความกระเหี้ยนกระหือรือ.ที่อยากกระซวก "หงส์แดง"
✍️ 𝐓𝐎𝐌𝐌𝐘 𝐓𝐄𝐄