จบครึ่งแรกของศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2025/26 อาร์เซน่อล ยังรักษาตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ได้ด้วยการเปิดบ้านไล่ต้อน แอสตัน วิลล่า ทีมอันดับสามจมธรณี 4-1
ถึงตอนนี้ทีม ปืนใหญ่ ขยับหนี แมนฯ ซิตี้ เป็นห้าแต้มแล้วแม้พวกเขาจะลงสนามมากกว่ารองจ่าฝูงหนึ่งนัด
เท่าที่ผ่านมา กูรูหลายรายตลอดจนซูเปอร์คอมพิวเตอร์รวมทั้งบริษัทรับพนันพากันยืนยันนั่งยันนอนยันมาโดยตลอดว่าทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ไปครองได้อย่างแน่นอน
และนี่คือห้าเหตุผลที่เราสมควรมั่นใจว่า เดอะ กันเนอร์ส จะได้เป็นเจ้าของโทรฟี่ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้
1.ชำระแค้น วิลล่า ไร้ปราณี
ก่อนเกมระหว่างสองทีมที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แอสตัน วิลล่า ของกุนซือ อูไน เอเมรี่ มีผลงานที่ร้อนแรงเกินห้ามใจจากการกำชัยได้ 11 นัดติดต่อกันในทุกรายการ
ยิ่งไปกว่านั้น ในการต่อกรกันที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อช่วงต้นเดือนธ.ค.สิงห์ผงาด เอาชนะ อาร์เซน่อล ได้ 2-1 แต่ก็เป็นไปแบบเฉียดฉิวจากประตูชัยของ เอมิเลียโน่ บวนเดีย ในช่วงทดเวลา
กระทั่งการบู๊กันในเกมส่งท้ายปี อาร์เตต้า พาทีมแก้แค้น วิลล่า ได้อย่างสาสม และเป็นเกมที่ทีมของ เอเมรี่ เสียประตูมากที่สุดในซีซั่นนี้ แถมพวกเขาได้ประตูตีไข่แตกในช่วงทดเวลาด้วยจาก โอลลี่ วัตกิ้นส์
แม้หลังจบเกม 90 นาที เจ้าบ้านจะครองบอลเป็นรองอาคันตุกะ แต่ทีมจ่าฝูงมีสถิติที่เหนือกว่าทั้งโอกาสง้างยิง และการส่งบอลเข้ากรอบซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดที่เหนือกว่าอันเป็นกุญแจสำคัญในการคว้าชัยชนะ
ขณะเดียวกัน ทีมลูกหนังของกรุงลอนดอนแสดงให้เห็นเช่นกันว่าต่อให้ แอสตัน วิลล่า แข็งแกร่งขนาดไหน พวกเขาก็สามารถคว้าชัยชนะได้ในเกมที่มีความหมาย และมันอาจเป็นนัดสำคัญต่อการบ่งบอกว่าทีมไหนเหมาะที่จะได้แชมป์ในซีซั่นนี้ไปครอง
2.แผงกลางที่ดีที่สุดในลีก
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในเกมฟุตบอล แผงมิดฟิลด์มีความสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่งดังจะเห็นว่า แมนฯ ซิตี้ ประสบกับปัญหาหลังปราศจากยอดกองกลางอย่าง โรดรี้ ที่ล้มเจ็บ
ขณะเดียวกัน หากจะย้อนเวลากลับไปในซีซั่น 2003/04 ซึ่งทีม ปืนใหญ่ ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งสุดท้าย พวกเขาได้รับการกล่าวขานว่ามีแผงกลางที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานจากการมีฮาร์ดแมนอย่าง ปาทริค วิเอร่า จอมลีลาอย่าง โรแบร์ ปืแรส และผึ้งงานอย่าง เฟรดริก ลุงเบิร์ก คอยขับเคลื่อนเกม
สำหรับซีซั่นนี้ ทีม ปืนโต มี เดแคลน ไรซ์ กองกลางชั้นยอดของลีกอยู่ในสังกัด และมีการอวยยศกันว่าสตาร์ทีมชาติ อังกฤษ มีคุณสมบัติครบเครื่องทุกด้านพร้อมมูล
ไม่เพียงเท่านั้น เดอะ กันเนอร์ส ยังดึง มาร์ติน ซูบิเมนดี้ มาเสริมทัพด้วยซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ ไรซ์ ขยับจากตำแหน่งหมายเลข 6 ไปเป็นหมายเลข 8 ได้อย่างเต็มตัวจนทำให้เขามีส่วนกับเกมรุกมากขึ้นอย่างที่เห็น
สำหรับเกมบู๊กับ แอสตัน วิลล่า การปราศจาก ไรซ์ ที่บาดเจ็บทำให้ อาร์เซน่อล เป็นรองทีมเยือนในด้านการครองบอลเนื่องจากพวกเขาขาดมิดฟิลด์จอมขยันที่วิ่งพล่านขึ้นลงได้ทั่วสนาม
อย่างไรก็ดี อาร์เตต้า ยืนยันว่า ไรซ์ บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และเขาจะกลับมาลงเล่นให้ทีมได้ในไม่ช้า
3. กาเบรียล เชซุส
แม้ อาร์เซน่อล จะถูกมองว่ามีจุดอ่อนในแดนหน้าโดยเฉพาะ วิคตอร์ โยเคเรส ที่ยังมีฟอร์มไม่น่าประทับใจมากพอ แต่ถึงตอนนี้พวกเขาได้ เชซุส กองหน้าแซมบ้าหายเจ็บเป็นปลิดทิ้งแล้ว
หลังพลาดการได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นก่อน อาร์เซน่อล ถูกวิจารณ์ว่าขาดตัวจบสกอร์ในแดนหน้าโดยเฉพาะหัวหอกขนานแท้ และทำให้ อาร์เตต้า ลงทุนด้วยเม็ดเงิน 63.5 ล้านปอนด์เซ็นสัญญากับศูนย์หน้าทีมชาติ สวีเดน
กระนั้นก็ดี กลายเป็นว่าอดีตดาวยิงทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน ไม่ใช่จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของสโมสรอย่างที่หลายเสียงเชื่อมั่น
แต่ขณะเดียวกัน ข่าวดีของ อาร์เตต้า ก็คือเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพา โยเคเรส อีกต่อไปเนื่องจากการกลับมาของ เชซุส เปรียบเหมือนสโมสรได้ศูนย์หน้าคนใหม่
หลังลงเล่นเป็นตัวสำรองแทนที่หัวหอกผมทอง อดีตหัวหอก แมนฯ ซิตี้ พังประตูเม็ดปิดท้ายเกมยำใหญ่ แอสตัน วิลล่า ได้ทันที และเป็นสกอร์แรกของเขาในซีซั่นนี้
จากความขยันขันแข็ง และการจบสกอร์ที่เด็ดขาดของ เชซุส ทำให้ เจมี่ คาร์ราเกอร์ คอมเมนเตเตอร์ไม่ลังเลที่จะยืนยันว่ากองหน้าชาวเมืองกาแฟเหนือกว่า โยเคเรส อย่างแน่นอน
4.บทเรียนสามปีหลัง
อย่างที่รู้กันว่า อาร์เตต้า ช้ำใจมาตลอดสามปีหลังที่ไม่อาจพา อาร์เซน่อล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เนื่องจากฟอร์มของ เดอะ กันเนอร์ส ออกทะเลยันเตในช่วงโค้งสุดท้าย
ด้วยบทเรียนดังกล่าว หากจะต้องกินน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในเป็นปีที่สี่ติดต่อกันก็คงกระไรอยู่ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นกุนซือสแปนิชก็สมควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการสละเก้าอี้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สโมสรปลดเนื่องจากเขายังแก้ไขจุดบอดของทีมไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ซีซั่นนี้ทีม ปืนโต พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แถมมีทีเด็ดลูกเซ็ตพีซเล่นงานฝ่ายตรงข้ามอีกต่างหากซึ่งแม้ทีมคู่แข่งรู้พิษสงข้อนี้ของ เดอะ กันเนอร์ส เป็นอย่างดี แต่ก็หาวิธีป้องกันได้ยาก
มองดูแล้ว อาร์เซน่อล จึงไม่น่าจะคว้าน้ำเหลวสี่หนติดต่อกัน อีกทั้ง อาร์เตต้า เผยกับสื่อแล้วว่ามีแผนเสริมทัพในเดือนม.ค.เพื่อการันตีว่าพวกเขาจะไม่ทำให้แฟนบอลต้องถูกล้อเลียนหลังจบซีซั่น
5.ขุมกำลังเชิงลึก
จากสถิติที่ผ่านมา อาร์เซน่อล พลาดการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทั้งๆที่พวกเขานำเป็นจ่าฝูงในช่วงคริสต์มาสได้โดยตลอด
สำหรับปีนี้ เดอะ กันเนอร์ส ยังรักษาความคงเส้นคงวาได้เช่นกัน และหากมองไปที่ขุมกำลังก็จะเห็นว่าพวกเขาพร้อมพาตัวเองทะยานสู่เส้นชัยได้ไม่ยาก
ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูซึ่ง ดาบิด ราย่า ยังไม่พลาดการเฝ้าเสาในเกมลีกซีซั่นนี้เลย อีกทั้งพวกเขามี เกปา อาร์ริซาบาลาก้า เป็นตัวสำรองที่สามารถพึ่งพาได้
ในแนวรับ นักเตะอย่าง เบน ไวท์ ,ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ หรือแม้กระทั่ง ไมล์ส ลูอิส สเคลลี่ ล้วนเป็นฟูลแบ็คชั้นดี ขณะที่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คถือเป็นจุดแข็งของทีมขนานแท้แม้ในช่วงที่ วิลเลี่ยม ซาลิบา ล้มเจ็บ พวกเขายังมี คริสเตียน มอสเกร่า และ ปิเอโร่ อินคาปิเอ้ พร้อมเสียบแทน
ขยับมาที่แดนกลาง เอเบเรชี่ เอเซ่ ย้ายมาเพิ่มมิติให้กับทีม ขณะที่ คริสเตียน นอร์การ์ด พร้อมลงบู๊ในยามที่ทีมปราศจาก มาร์ติน โอเดอการ์ด ,มาร์ติน ซูบิเมนดี้ หรือไม่ก็ ไรซ์
นอกจากนี้ในแผงรุกทั้ง บูคาโย่ ซาก้า ,เชซุส ,กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ , โนนี่ มาดูเอเก้ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ สามารถสร้างความหวาดผวาให้กับแผงหลังฝ่ายตรงข้ามทุกขณะ
อีกทั้งอย่าลืมว่า อาร์เซน่อล ยังรอการกลับมาของ ไค ฮาแวร์ตซ์ เช่นเดียวกับ แม็กซ์ ดาวแมน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากดาวรุ่งตัวฉกาจหายเจ็บ เขาก็พร้อมเป็นตัวพลิกเกมของทีมในยามที่สถานการณ์เข้าด้ายเข้าเข็ม