ไม่ได้มีแค่ตำนานการย้ายทีม! 5 เรื่องน่าสนใจของ มิเกล

ยุติเส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพเอาไว้ที่ 35 ปี สำหรับ มิเกล จอห์น โอบี อดีตกองกลางชาวไนจีเรีย หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ภายหลังต้องว่างงานมาโดยตลอดนับตั้งแต่ที่แยกทางกับ คูเวต เอสซี เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน

แน่นอน เรื่องแรกๆ ที่หลายคนจะนึกถึงเมื่อพูดถึง มิเกล ก็คงหนีไม่พ้นตำนานการย้ายทีมที่ตอนแรกเขาเคยตกลงว่าจะย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนถึงขั้นมีการใส่เสื้อกันแล้ว แต่ในเวลาต่อมาเขากลับไปซบ เชลซี ดื้อๆ จนทำให้มันเป็นข่าวใหญ่อยู่พักหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ชีวิตของ มิเกล ก็ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ ให้พูดถึงเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอตัวอย่างสักหน่อยว่ามันมีอะไรกันบ้าง

- ฉายแววเด่นตั้งแต่อายุ 12 ปี

หลายประเทศในทวีปแอฟริกาจะมีโปรเจ็กต์ตามหาดาวรุ่งฝีเท้าดีด้วยการจัดอีเวนท์ทดสอบฝีเท้าของนักเตะทั่วทั้งประเทศ ซึ่งสมัยก่อนนั้น ไนจีเรีย ก็มีโปรเจ็กต์ที่การหาเพชรเม็ดงามที่ชื่อว่า เป๊ปซี่ ฟุตบอล อะคาเดมี่ เหมือนกัน

นี่เองที่เป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับ มิเกล เพราะเขาเคยเข้าร่วมโปรเจ็กต์ที่ว่าตอนอายุ 12 ปี และสุดท้ายเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะที่มีแววเด่นมากที่สุดคนหนึ่ง จากจำนวนเด็กมากกว่า 3,000 รายที่เข้าร่วมโปรเจ็กต์นั้น

- หนึ่งในไม่กี่คนจาก ไนจีเรีย ที่ประสบความสำเร็จกับ ชปล.

แม้ว่า ไนจีเรีย จะเป็นหนึ่งในชาติใหญ่ของวงการฟุตบอลแอฟริกา แต่นักเตะจากชาติของพวกเขาก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับการเล่นรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากนัก โดยมีแค่ 3 คนเท่านั้นที่เคยได้สัมผัสกับถ้วยบิ๊กเอียร์

ใช่แล้ว มิเกล เป็นเพียงแค่หนึ่งใน 3 คนที่ว่า หลังจากเขาเคยได้แชมป์รายการนั้นร่วมกับ เชลซี เมื่อฤดูกาล 2011-12 ส่วนอีก 2 คนได้แก่ เอ็นวานโก้ คานู กับ ฟินิดี้ จอร์จ ที่เคยได้แชมป์ตอนเล่นให้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในซีซั่น 1994-95

- (น่าจะ) ไม่ต้องกลัวชีวิตยากลำบาก

ต่อให้จะเลิกเล่นไปแล้ว มิเกล ก็ไม่น่าจะเจอกับความยากลำบากมากเท่าไหร่ เพราะว่ากันว่าเขาคือนักเตะที่ร่ำรวยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ไนจีเรีย หลังจากเคยได้เงินก้อนโตสมัยเล่นให้ เชลซี แถมทุกวันนี้ก็ยังมีธุรกิจการเดินทางระหว่างรัฐของเมืองจอส รัฐพลาทิว ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเองด้วย

- ผู้มีประเด็นกับชื่อ

หากคุณนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปในช่วงก่อนปี 2003 แล้วไปพูดชม มิเกล ให้แฟนบอลไนจีเรียสมัยนั้นฟังแล้วล่ะก็ คนเหล่านั้นก็อาจจะสับสนว่าคุณพูดเรื่องอะไร เปล่าเลย มันไม่ใช่เพราะว่าตอนนั้น มิเกล ยังไม่โด่งดัง แต่เป็นเพราะตอนนั้นไม่มีนักฟุตบอลที่ชื่อ "มิเกล" ต่างหาก

เรื่องของเรื่องก็คือชื่อเต็มจริงๆ ของ มิเกล ได้แก่ John Michael Nchekwube Obinna อ่านได้ว่า จอห์น ไมเคิ่ล เอ็นเช็ควูเบ้ โอบินน่า แต่ตอนที่เขาต้องลงเล่นศึก ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เมื่อปี 2003 นั้น สหพันธ์ฟุตบอลไนจีเรียดันไปลงทะเบียนเขาด้วยชื่อ "Mikel" ทั้งที่จริงๆ แล้วต้องเป็น "Michael"

แน่นอนว่าตอนนั้น มิเกล ก็สับสนเหมือนกัน และต่อให้จะอยากแก้มันก็ไม่ทันแล้วเพราะเขามารู้เรื่องนี้ในช่วง 20 นาทีก่อนที่จะลงเล่น แต่กลับกลายเป็นว่าในเกมนั้นเขาทำผลงานได้ดีมากๆ จนสุดท้ายเลือกจะให้ชื่อของตัวเองเป็น มิเกล แล้วในเวลาต่อมาก็เปลี่ยนชื่อของตัวเองให้เห็น John Obi Mikel อย่างเป็นทางการ

ไม่หมดแค่นั้น เพราะในช่วงปี 2016 มิเกล ก็เปลี่ยนชื่อของตัวเองอีกครั้ง เพียงแต่หนนี้เป็นการสลับตำแหน่งของคำให้เป็น Mikel John Obi เฉยๆ โดยเขาอยากให้คำว่า Mikel เป็นชื่อที่อยู่ในตำแหน่งตามแบบคนคริสเตียน แต่เขาก็ยังใช้คำว่า Mikel ประดับอยู่บนชุดแข่งของตัวเองต่อไป

- ชวดรางวัลให้ เมสซี่

ย้อนกลับไปเมื่อศึกฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก ปี 2005 ของทาง ฟีฟ่า ไนจีเรีย ที่มี มิเกล เป็นหนึ่งในฟันเฟืองของทีมนั้น ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนสามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ โดยที่ มิเกล ถือว่าเล่นได้โดดเด่นอย่างมากด้วย

ทีมที่รอ ไนจีเรีย อยู่ตรงหน้าเส้นชัยคือ อาร์เจนตินา ที่มี ลิโอเนล เมสซี่ อยู่ในทีมด้วย ซึ่งสุดท้าย อาร์เจนตินา ก็ชนะไป 2-1 จากการเหมาของ เมสซี่ นั่นส่งผลให้ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์ หรือ "โกลเด้น บอล" ไปครอง ขณะที่ มิเกล ได้รางวัล "ซิลเวอร์ บอล" หรือนักเตะยอดเยี่ยมอันดับ 2 ของทัวร์นาเมนท์กลับบ้าน


- เด็กเกร็ดบอล -


ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport