มาเรสก้ารับแมนซิตี้เล่นไม่เอาไหน! ชี้แพ้ฟอเรสต์เพราะขาดความเข้มข้น

มาเรสก้ารับแมนซิตี้เล่นไม่เอาไหน! ชี้แพ้ฟอเรสต์เพราะขาดความเข้มข้น
เอ็นโซ่ มาเรสก้า นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผิดหวังทัพ "เรือใบสีฟ้า" บุกพ่าย น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 รับครึ่งแรกสู้ไม่ได้ทั้งการดวลแย่งบอลและเก็บบอลจังหวะสอง จนทีมแพ้พรีเมียร์ลีก 3 นัดรวด

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่าทีมของตนเล่นได้ไม่ดีพอ โดยเฉพาะเรื่องความเข้มข้นและการดวลแย่งบอลในช่วงครึ่งแรก ในแมตช์แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา 

ทัพ "เรือใบสีฟ้า" กำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก หลังแพ้ในเกมลีก 3 นัดติดต่อกัน ส่งผลให้มีคะแนนตามหลัง อาร์เซน่อล จ่าฝูงอยู่ 6 แต้ม ขณะที่ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ยังมีโอกาสแซงหน้าพวกเขาขึ้นไปได้ หากคว้าชัยชนะในเกมวันอาทิตย์นี้

มาเรสก้า เปิดใจว่า แมนฯ ซิตี้ ขาดความเข้มข้นในการสู้กับทัพ "เจ้าป่า" พร้อมชี้ว่าการพยายามเร่งเครื่องกลับมาทำผลงานให้ดีขึ้นในช่วงหลังจากนั้นก็สายเกินไปแล้ว "ในช่วงครึ่งแรก เมื่อคุณเล่นด้วยความเข้มข้นไม่เท่ากับคู่แข่งและแพ้ในการดวลแย่งบอลทุกจังหวะ มันก็เป็นเรื่องยาก จากนั้นเมื่อเราต้องการตอบสนอง มันก็สายเกินไปแล้ว"  

"ในเกมลักษณะนี้ คุณจำเป็นต้องสู้ด้วยความเข้มข้นที่เท่าเทียมกันและเอาชนะในการดวลแย่งบอลให้ได้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะกลายเป็นเรื่องยากเสมอ ครึ่งแรกเราไม่ดีพอในการดวลแย่งบอล รวมถึงการเก็บบอลจังหวะสอง เราแพ้แทบทุกจังหวะ"

"จากนั้นเมื่อเราพยายามตอบสนอง สกอร์ก็กลายเป็น 0-2 ไปแล้ว ซึ่งในเกมฟุตบอล การตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นทำให้ทุกอย่างยากขึ้นเสมอ ประตูแรกเกิดขึ้นจากจังหวะที่เราพยายามต่อบอลขึ้นเกมจากแดนหลัง ส่วนประตูที่สองเราแพ้ในการดวลแย่งบอลบริเวณกลางสนาม"

"ขณะที่ประตูที่สามเราก็แพ้ในการดวลแย่งบอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของพวกเขา เราจำเป็นต้องเล่นด้วยความเข้มข้นให้เท่ากับคู่แข่งในเกมแบบนี้ ครึ่งหลังเราทำได้ดีขึ้น แต่เราไม่ควรรอจนเสียประตูหนึ่งหรือสองลูกก่อนแล้วค่อยตอบสนอง เราจำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่นตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม"

"นี่คือฟุตบอล เราเคยคว้าชัยชนะ 7 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตอนนี้เรากลับแพ้ 3 นัดติดต่อกัน นี่แหละคือฟุตบอล เราต้องพยายามทำผลงานให้ดีขึ้นในทุก ๆ เกม" มาเรสก้า กล่าวทิ้งท้าย



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport