มิกเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ออกมาโต้ตอบกระแสความกังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกายและภาระงาน ของ เดแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์ตัวเก่งอย่างเผ็ดร้อน โดยยืนยันหนักแน่นว่าสโมสรดูแลและปกป้องดาวเตะวัย 27 ปีรายนี้ดีกว่าฤดูกาลไหนๆ ที่ผ่านมา
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างหนัก หลังจากที่ ไรซ์ มีอาการอ่อนล้าแสดงออกมาให้เห็นในช่วงครึ่งหลังของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่เอาชนะ สลาเวีย ปราก เมื่อกลางสัปดาห์ ประกอบกับเจ้าตัวเคยมีปัญหาบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณหลังและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง มาตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก อย่างไรก็ตาม ไรซ์ ยังคงเป็น 1 ใน 5 ขุนพลปืนใหญ่ที่ถูก โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือทีมชาติอังกฤษ เรียกตัวติดทัพสิงโตคำรามชุดล่าสุด
เมื่อถูกสื่อจี้ถามถึงความกังวลว่า ไรซ์ อาจถูกใช้งานหนักเกินไปหรือไม่ อาร์เตต้า ตอบกลับอย่างเด็ดขาดว่า "กังวลเหรอ? คุณลองบอกผมหน่อยสิว่าในทีมชุดนี้ มีผู้เล่นคนไหนอีกบ้างที่ผมตัดชื่อออกจากทีมในศึกคาราบาว คัพ ถึงสองนัดติด ให้เขานอนพักผ่อนอยู่บ้านชิลๆ มีวันหยุดเพิ่มอีก 2 วัน? นั่นแหละคือสิ่งที่ผมคำนึงถึง"
"เรื่องที่ว่าใช้งานเขาหนักเกินไป ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว เราดูแลเขาอย่างใกล้ชิดและดีกว่าทุกๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการซ้อม การเอาใจใส่ และทุกๆ อย่าง แต่นี่คือสโมสรระดับอาร์เซน่อล ความต้องการในสนามมันสูงมาก และเมื่อคุณมีนักเตะระดับเขา ก็ต้องพร้อมรับมือ ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว มีอีกหลายคนที่ได้พักน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญคือเรื่องจิตวิทยา ถ้าคุณเริ่มเอาเรื่องไร้สาระเข้ามาใส่หัว มันจะสร้างความเสียหายเปล่าๆ ลบมันทิ้ง ทิ้งลงถังขยะไปซะ แล้วโฟกัสแค่งานที่คุณต้องทำพอ"
"แกนหลักสายเลือดอังกฤษ" หัวใจสำคัญใน DNA ของปืนยุคใหม่
นอกเหนือจากการปกป้อง ไรซ์ แล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจจากการประกาศรายชื่อทีมชาติอังกฤษชุดนี้ คือการกลับมามีชื่อของ เบน ไวท์ ปราการหลังตัวเก่ง ทำให้ในแคมป์ "สิงโตคำราม" ชุดนี้มีนักเตะอาร์เซน่อลมากถึง 1 ใน 5 ของทีมชาติ โดยรวมไปถึง เอซรี่ คอนซ่า , ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ และ เอเบเรชี่ อีซี่ ด้วย
อาร์เตต้า เปิดเผยว่า การสร้างทีมโดยมี "แกนหลักเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษ" และมีความผูกพันกับสโมสร ถือเป็นหัวใจสำคัญในปรัชญาการทำทีมของเขา
"มันเป็นสิ่งที่ต้องออกมาจากข้างในตัวคุณ มันอยู่ในเส้นเลือดและรากเหง้า"
"เมื่อคุณเป็นคนที่นี่ คุณจะมีความผูกพันอย่างลึกซึ้ง เราเซ็นสัญญากับนักเตะบางคนที่เชียร์อาร์เซน่อลมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งมันมีความหมายที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คุณอาจจะสร้างความรู้สึกรักสโมสรขึ้นมาทีหลังได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีมาก และเราก็มีผู้เล่นแบบนั้นหลายคน แต่ถ้าสิ่งนั้นมันอยู่ใน DNA ของคุณตั้งแต่แรกแล้วล่ะก็... มันจะมีพลังมหาศาล และสำหรับผม นั่นคือสิ่งที่สำคัญมากๆ"