ดิ แอธเลติก เผยคำพูด อัฟราม เกลเซอร์ เจ้าของร่วม แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้มูลค่าทางธุรกิจสโมสรไม่จำเป็นต้องผูกกับความสำเร็จในสนาม แม้ผลงานตกต่ำและรั้งอันดับ 17 พรีเมียร์ลีก แต่มูลค่ายังสูงถึง 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
"ดิ แอธเลติก" สื่อชื่อดัง เปิดเผยคำพูดของ อัฟราม เกลเซอร์ เจ้าของร่วมสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ออกมาแสดงความเห็นแบบไม่แยแสความรู้สึกแฟนบอล "ปีศาจแดง" ว่ามูลค่าของทีมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลแต่อย่างใด
ทายาทคนโตของตระกูลเกลเซอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของสโมสรที่ได้รับเสียงต่อต้านจากแฟนบอล "เร้ด อาร์มี่" อย่างมาก ได้กล่าวกับผู้เข้าร่วมงานประชุมการลงทุนด้านกีฬาของธนาคารดอยซ์แบงก์ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ในช่วงระหว่างการประชุมที่จัดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน มีผู้เข้าร่วมรายหนึ่งตั้งคำถามถึงผลงานที่ตกต่ำของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในสนาม และความเชื่อมโยงระหว่างผลงานการแข่งขันกับความสำเร็จทางธุรกิจ ซึ่ง เกลเซอร์ ได้ตอบคำถามในประเด็นนี้อย่างหนักแน่น
ลูกชายของ มัลคอล์ม เกลเซอร์ แสดงความเห็นแบบไม่แคร์แฟนผีโปรเจกต์ทั่วโลกว่า แมนฯ ยูฯ ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จในสนาม ก็สามารถรักษาสถานะการเป็นแบรนด์ธุรกิจที่ทรงอิทธิพลและสร้างรายได้มหาศาลได้
ตามรายงานของ "ดิ แอธเลติก" สื่อชื่อดัง ระบุว่า อัฟราม เปรียบเทียบสโมสรกับแฟรนไชส์กีฬาชั้นนำและแบรนด์ระดับโลกอย่าง ดัลลัส คาวบอยส์ ในศึกอเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล กับ นิวยอร์ก แยงกี้ส์ ทีมเบสบอลในเมเจอร์ลีกเบสบอล (เอ็มแอลบี) ซึ่งทั้งสองทีมต่างไม่ได้คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์และเวิลด์ซีรีส์มาเป็นเวลาหลายปี
ดัลลัส คาวบอยส์ คว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลครั้งล่าสุดเมื่อปี 1996 ส่วน นิวยอร์ก แยงกี้ส์ ได้แชมป์เวิลด์ซีรีส์ครั้งล่าสุดในปี 2009 ขณะที่ แมนฯ ยูฯ ไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกเลยนับตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งเป็นปีที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม
สำหรับคำพูดของ อัฟราม มีความคล้ายคลึงกับคำชี้แจงของ เอ็ด วู้ดเวิร์ด อดีตรองประธานบริหารแมนฯ ยูฯ ในการประชุมทางโทรศัพท์กับนักลงทุนเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2018 ว่า "ผลงานในสนามไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งที่เราสามารถทำได้ในด้านธุรกิจเชิงพาณิชย์"
จากรายงานของ "ฟอร์บส์" นิตยสารด้านการเงินชื่อดัง เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2026 จัดอันดับให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งที่ 3 สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุด โดยประเมินมูลค่าไว้ที่ 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 244,800 ล้านบาท)
เป็นรองเพียง บาร์เซโลน่า ที่มีมูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 255,000 ล้านบาท) และ เรอัล มาดริด ซึ่งครองอันดับ 1 ด้วยมูลค่า 9,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 323,000 ล้านบาท)
ขณะที่ในปี 2025 แมนฯ ยูฯ เคยอยู่อันดับ 2 ด้วยมูลค่า 6,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,244 ล้านบาท) โดยมี บาร์เซโลน่า ตามมาเป็นอันดับ 3 ที่ 5,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 192,100 ล้านบาท) ส่วน เรอัล มาดริด รั้งอันดับ 1 ด้วยมูลค่า 6,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 229,500 ล้านบาท)
ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยครองอันดับ 1 สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกมาแล้วในปี 2017 และ 2018 รวมถึงช่วงปี 2007 ถึง 2012
ปัจจุบันสถานการณ์ของแมนฯ ยูฯ น่าเป็นห่วงอย่างมาก เมื่อพวกเขารั้งอันดับ 17 ในตารางพรีเมียร์ลีก ก่อนเปิดบ้านพบ แอสตัน วิลล่า ในวันอาทิตย์นี้ แม้โอกาสตกชั้นจะยังเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็จะส่งผลกระทบทางการเงินต่อสโมสรอย่างมหาศาล