ผีต้องผ่าตัดใหญ่! โละแข้งส่วนเกินก่อน แมนยู พังยิ่งกว่าเดิม

ผีต้องผ่าตัดใหญ่! โละแข้งส่วนเกินก่อน แมนยู พังยิ่งกว่าเดิม
สัปดาห์นี้ถือเป็นวาระครบรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผ่าตัดใหญ่! แมนยูฯ จำเป็นต้องโละแข้งส่วนเกินก่อนจะสายเกินไป

สัปดาห์นี้ถือเป็นวาระครบรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี 1986 เฟอร์กูสัน ก้าวเข้ามายัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และพบกับวัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักภายในห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาด

ตัดภาพมาถึงปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด มีขุมกำลังนักเตะที่ทำให้แฟนบอลถึงขั้นส่งเสียงโห่ใส่ และเป็นทีมที่จำเป็นต้องรื้อโครงสร้างครั้งใหญ่

สัญญาณเตือนถึงกุนซือและบทเรียนจากอดีต

ปัญหาเดียวก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคใหม่ที่ขาดทิศทางแห่งนี้ เปรียบเสมือนบาร์แห่งสุดท้ายบนโลกที่เปิดให้ลูกค้านั่งดื่มต่อได้แม้เลยเวลาปิดร้านไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องแยกย้ายดูเหมือนกำลังดังขึ้นสำหรับ ไมเคิล คาร์ริก กุนซือคนปัจจุบัน เมื่อเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ

แต่ไม่ว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็น เอ็ดดี ฮาว, ยูเลียน นาเกลส์มันน์ หรือ อันโตนิโอ คอนเต พวกเขาจำเป็นต้องมีมากกว่าแค่บุคลิกที่สามารถควบคุมห้องแต่งตัวได้ เพราะสิ่งสำคัญคือการมีอำนาจเด็ดขาดมากพอที่จะปล่อยนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในระดับ "ชั้นนำ" ตามคำพูดของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ผู้ร่วมเป็นเจ้าของสโมสร ออกจากทีม

"เซอร์เฟอร์กี" มีคุณสมบัติทั้งสองอย่าง แต่ถึงอย่างนั้น เขายังต้องใช้เวลานานถึง 6 ปีครึ่ง กว่าจะพา แมนฯ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ได้

ไม่มีทางที่เขาจะยอมปล่อยให้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ บรูโน แฟร์นันเดส แสดงพฤติกรรมระเบิดอารมณ์ออกมาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของ คาร์ริก และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงควรต้องพ้นจากตำแหน่ง อย่าคิดว่าผู้จัดการทีมยุคนี้จะไม่สามารถทำตัวเด็ดขาดเหมือน เฟอร์กูสัน ได้อีกแล้ว

มิเกล อาร์เตตา เคยตัดสินใจอย่างเด็ดขาดด้วยการปลด ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ออกจากทีม แม้เจ้าตัวจะสวมปลอกแขนกัปตันทีมอาร์เซนอลก็ตาม และดูผลงานของพวกเขาในวันนี้สิ ตอนนี้กลายเป็นทีมแชมป์แล้ว หลังจาก อาร์เตตา เข้ามาคุมทีมได้ 6 ปีครึ่ง

รายชื่อขุมกำลังที่หมดสภาพและปัญหาตัวหลัก

นักเตะที่เลยจุดที่ควรเก็บไว้กับทีมไปแล้ว (เฉพาะแนวรับ):

  • แฮร์รี แม็กไกวร์

  • นูสแซร์ มาซราอุย

  • ลุค ชอว์

  • ดีโอโก ดาโลต์

รายชื่อผู้เล่นที่ไม่ควรได้สวมเครื่องแบบ "ผีแดง" อีกต่อไป:

  • เมสัน เมานต์

  • มานูเอล อูการ์เต

  • โจชัว เซิร์กซี

  • และอีกหลายๆ ราย

แม้คำวิจารณ์ดังกล่าวอาจฟังดูรุนแรง แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ไม่สามารถคว้าชัยชนะในเกมลีกได้ยาวนานที่สุด นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2025 และนักเตะทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นต่างก็มีชื่ออยู่ในทีมชุดที่จบฤดูกาลด้วยอันดับ 16 พร้อมเก็บได้เพียง 42 คะแนน

หัวใจสำคัญของปัญหาทั้งในเวลานั้นและตอนนี้ก็คือ แฟร์นันเดส เป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างยิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ยอมรับข้อเสนอเงินก้อนโตระดับ 9 หลักจากบรรดาสโมสรในซาอุดีอาระเบีย ทั้งที่มีโอกาสได้รับเงินจำนวนมหาศาล

แฟร์นันเดส เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์เฉพาะตัวอย่างยอดเยี่ยม แต่เขาไม่ใช่ผู้นำที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้ ในเกมพบ เชลซี เขาเสียการครอบครองบอลถึง 31 ครั้ง มากกว่านักเตะคนอื่น ๆ ที่ลงสนามในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เกือบสองเท่า และยังเป็นจำนวนที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับนักเตะทุกคนในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นอกจาก แฟร์นันเดส แล้ว อาหมัด ดิยัลโล ยังพลาดโอกาสทองในช่วงครึ่งแรก ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นประตูได้ เกมนี้อาจถูกตัดสินไปเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนพักครึ่ง หลังจากนั้นในครึ่งหลัง มอร์แกน โรเจอร์ส ก็โชว์ลีลาพาบอลเลี้ยงผ่านใจกลางแนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนยิงให้ เชลซี ขึ้นนำในนาทีที่ 50

จากนั้น มาร์ติเนซ กระโดดเข้าใส่ เวสลีย์ โฟฟานา โดยใช้ศอกนำในจังหวะเตะมุม จนได้รับใบเหลืองที่สองและถูกไล่ออกจากสนาม ซึ่งนั่นควรจะเป็นการลงสนามครั้งสุดท้ายของกองหลังชาวอาร์เจนไตน์วัย 28 ปีกับสโมสรแห่งนี้

วิกฤตหนีตกชั้นและสถิติสุดย่ำแย่

แม้ คาร์ริก อาจถูกปลดออกจากตำแหน่ง แต่ดูเหมือนว่ามีเพียงการตกชั้นเท่านั้นที่จะทำให้กลุ่มนักเตะที่ยังเกาะติดอยู่กับสโมสรชุดนี้ยอมย้ายออกไป!!

สถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายคนกล้าคิดเสียอีก เพราะตอนนี้ไม่ใช่คำถามอีกต่อไปแล้วว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจต้องเข้าไปพัวพันกับการดิ้นรนหนีตกชั้นหรือไม่ เนื่องจากพวกเขากำลังอยู่ในสถานการณ์นั้นแล้ว

สรุปสถิติผลงานสุดย่ำแย่ในปัจจุบัน:

  • ผลงานในลีก 7 นัดหลังสุด: ไม่ชนะใคร (โดยในจำนวนนี้มีถึง 2 เกม ที่ต้องเจอกับคู่แข่งซึ่งเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน)

  • เกมที่ยิงประตูไม่ได้: มีถึง 4 นัด (มีเพียง โคเวนทรี เท่านั้นที่มีจำนวนเกมยิงประตูไม่ได้มากกว่า)

  • การเกมส์รับ: ไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลย

  • ผลงานเกมเยือน: ไม่เคยคว้าชัยชนะในเกมเยือนได้แม้แต่นัดเดียว

ตัวเลขเหล่านี้ฟ้องทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้หมดสภาพ และไม่สามารถที่จะกอบกู้สโมสรกลับมาได้อีกแล้ว ดังนั้นการผ่าตัดครั้งใหญ่จึงมีความจำเป็นอย่างมาก !!




ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport