ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย... แค่เพียงรายชื่อออกก็พบความต่างที่ชัดเจนระหว่างสองทีม
ทีมงานฝ่ายข้อมูลของเอฟเวอร์ตันเดินมากระซิบบอกกับผมแต่แรกแล้วว่า "วันนี้เราจะไม่มีแจ็ค (กรีลิช) นะเพราะว่ามีอาการป่วยกะทันหัน"
ถูกที่ว่าซีซั่นนี้ แจ็ค กรีลิช ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นสักเท่าไร ลงสนามในลีกไป 6 เกมยังไม่มีประตูหรือแอสซิสต์เลย ต่างจากฤดูกาลก่อนที่ย้ายมาแบบยืมตัวจากแมนซิตี้ จ่ายสวยๆ ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ถึงสี่ลูกจากสามเกมแรก
แต่อย่างน้อยมี Super Jack อยู่ในสนามก็ข่มขู่แผงหลังโดยเฉพาะแบ็กขวาฝ่ายตรงข้ามได้
หากมันเป็นสิ่งที่กองเชียร์เอฟเวอร์ตันทุกคนสะท้านดีนับแต่ตลาดซื้อขายปิดตัวลง ไม่มีกองหน้าตัวใหม่เข้ามา เหลือแค่ เธียร์โน่ แบร์รี่ เป็นกองหน้าอาชีพคนเดียว เช่นกันที่แบ็กซ้ายก็ต้องภาวนาให้ ไวตาลี่ มิโกเลนโก้ ฟิตไปตลอด
นับจากทุกทีมในพรีเมียร์ลีกแล้วนี่คือทีมที่มีขนาดทีมเล็กที่สุด นับแล้วนับอีกก็มีผู้เล่นชุดใหญ่รวม 21 คน (3 ในนั้นเป็นตำแหน่งนายทวาร)
ทางตรงข้ามกับแชมเปี้ยนที่ต่อให้เสีย บูกาโย่ ซาก้า ไปจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยน่าจะพัก 6-8 สัปดาห์ แต่ตัวที่ลงมาแทนก็มีดีกรีระดับทีมชาติอังกฤษเช่นกัน นอกจากนั้นถึง มิเกล อาร์เตต้า จะเปลี่ยนทีม 5 ตำแหน่ง แต่ดูที่สลับลงมา:
เสียงเฮยกแรกจากพวกเจ้าถิ่นดังขึ้นตั้งแต่ตอนที่โฆษกสนามประกาศผลคู่แรกที่วิลล่า พาร์ค ออกมา "Aston Villa 2-1 Man City"
เสียงเฮยกสองดังอย่างรวดเร็วพอบอลเขี่ยได้ 7 นาที จากลูกเตะมุมที่โยนโดย มาร์ติน โอเดการ์ด เข้าไปก่อนที่ เอซรี่ คอนซ่า จะเข้าชาร์จลูกชุลมุน
เสียงที่คุ้นเคย "Set piece again! Set piece again! Ole, ole" กระหึ่มขึ้นทันที
ดรีมสตาร์ตของอาร์เซน่อลแต่เป็นฝันร้ายของผู้มาเยือน
เอฟเวอร์ตันโดนเร็วแต่ก็ใช่ว่าจะยอมให้โดนยำ พวกเขาพยายามตั้งเกม มีโอกาสได้ลุ้นอยู่บ้าง แต่อีกความต่างของสองทีมนี้ พูดอีกอย่างระหว่างทีมตั้งเป้าจะเป็นแชมป์กับกลางๆ ตารางก็คือจังหวะสุดท้าย
สกอร์ยังคาที่ 1-0 จนถึงกลางครึ่งหลัง อาร์เตต้าโชว์ถึงจุดแข็งปืนชุดนี้ด้วยการเปลี่ยนสำรองสามคนรวด คนที่ลงมาก็เป็นตัวจริงก่อนนี้ ได้แก่ บรูโน่ กิมาไรส์, ริคคาร์โด้ คาลาฟิโอรี่ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ อีกไม่กี่วินาทีต่อมาก็ได้ประตูที่เรียกว่าตอกฝาโลงเอฟเวอร์ตันก็ได้ แม้ทั้งสามคนที่เปลี่ยนจะไม่ได้มีส่วน แต่ภาษาบอลเรียกว่า "เข้าตำรา"
สามแต้มสบายๆ ในเกมที่มีการโรเตชั่น และก็ใช่ว่าจะเล่นได้ดีมากอะไร เป็นเอฟเวอร์ตันต่างหากที่ไม่ได้สร้างความอันตรายให้มากพอ
สองประตูของปืนได้จากสองเซนเตอร์ฮาล์ฟ หนึ่งในนั้นจากเตะมุม อีกหนึ่งจากการโยนด้านข้างเข้าไปโถมโหม่ง มันไม่ใช่การต่อบอลสวยงาม แต่ใครจะแคร์ครับในเมื่อมันทำให้ทีมได้ชัยชนะพร้อมไปทำแต้มเท่าแมนฯ ซิตี้ บนหัวตาราง
มันคือการชนะแบบแชมเปี้ยน
ถามถึงโอกาสที่พวกเขาจะได้ชูถ้วยติดต่อกันในซีซั่นนี้?
ก็ต้องตอบว่า "สูง"
คู่แข่งน่ากลัวที่สุดส่อแววเจอลงโทษตัดแต้มหนักจนตกชั้น ส่วนเชลซีภายใต้ ชาบี อลอนโซ่ ที่มีคนมองว่าอาจจะมา โดยส่วนตัวยังมองว่าเร็วไปหน่อย
เสียงสุดท้ายที่ดังเป็นเสียงเฮของเหล่ากูนเนอร์สหลังนกหวีดยาว เป็นเกมที่ทุกๆ อย่างเป็นไปตามที่คาดเดา ไม่ต่างเลยจากคนที่รู้ว่าฝนจะตกแต่ก็ไม่พกร่มติดตัวไป
"ไก่ป่า"