ตลาดผู้จัดการทีมในเดือนตุลาคม ปี 2026 เต็มไปด้วยกุนซือชื่อดังมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นโค้ชระดับแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เทรนเนอร์ที่นำทีมชาติทะลุเข้าชิงฟุตบอลโลก หรือโค้ชที่เคยคว้าแชมป์ลีกภายในประเทศ ต่างก็อยู่ในสถานะว่างงานและพร้อมรับความท้าทายครั้งใหม่
ตลาดผู้จัดการทีมในเดือนตุลาคม ปี 2026 เต็มไปด้วยกุนซือชื่อดังมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นโค้ชระดับแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เทรนเนอร์ที่นำทีมชาติทะลุเข้าชิงฟุตบอลโลก หรือโค้ชที่เคยคว้าแชมป์ลีกภายในประเทศ ต่างก็อยู่ในสถานะว่างงานและพร้อมรับความท้าทายครั้งใหม่
ทำให้ ณ ปัจจุบัน มีตัวเลือกกุนซือที่น่าสนใจสำหรับสโมสรและทีมชาติที่กำลังมองหาผู้เข้ามาวางแนวทางและยกระดับทีม โค้ชบางรายเพิ่งสิ้นสุดภารกิจคุมทีมชาติ ขณะที่บางคนแยกทางกับสโมสรยักษ์ใหญ่หลังผ่านฤดูกาลที่ยากลำบาก ส่วนอีกหลายรายเลือกพักจากงานคุมทีมชั่วคราว
ต่อไปนี้คือ 7 กุนซือ มากประสบการณ์ที่น่าจับตามอง พร้อมย้อนดูเส้นทางอาชีพและวิเคราะห์ว่าอะไรอาจเป็นก้าวต่อไปในเส้นทางผู้จัดการทีมของพวกเขา
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 หลังคุมทีมมาเป็นเวลา 10 ปี การจากไปของเขาถือเป็นการปิดฉากยุคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร
เขาพาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่รวม 20 รายการ ตลอดช่วงเวลาที่ทำงานในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ก่อนย้ายมาทำงานในอังกฤษ กวาร์ดิโอล่า พา บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ลา ลีกา 3 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์คว้าทริปเปิลแชมป์ในปี 2009
จากนั้นเขายังพาบาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ก่อนเข้ามาพลิกโฉมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนกลายเป็นหนึ่งในทีมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุโรปจนทุกวันนี้
ฟุตบอลของ "เป๊ป" มีเอกลักษณ์อยู่ที่การเล่นตามตำแหน่ง การใช้ทักษะและเทคนิคที่เหนือกว่า การเพรสซิ่งสูง และความสามารถในการควบคุมเกมผ่านการครองบอล ตลอดเวลาที่คุมแมนฯ ซิตี้ เขาปรับแนวทางการเล่นให้เข้ากับนักเตะแต่ละยุคได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างทีมที่ครองความสำเร็จในประเทศและแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์ยุโรปได้อย่างสม่ำเสมอ
กวาร์ดิโอล่าเคยระบุว่าต้องการพักจากงานคุมทีม แม้ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป ในบทบาททูตระดับโลกก็ตาม เขายังคงติดตามผลงานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะกลับมารับงานผู้จัดการทีมเมื่อใด
การตัดสินใจก้าวต่อไปของ กวาร์ดิโอล่า อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีสโมสรที่เหมาะสมว่างอยู่หรือไม่ แต่อาจขึ้นอยู่กับว่าเมื่อใดเขาจะรู้สึกพร้อมกลับมารับความท้าทายบนเก้าอี้กุนซืออีกครั้ง
โรนัลด์ คูมัน แยกทางกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์หลังจบฟุตบอลโลก 2026 เป็นการสิ้นสุดการคุมทีมชาติเป็นครั้งที่สองของเขา โดยก่อนหน้านี้ทัพ "อัศวินสีส้ม" ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูโร 2024 แต่ต้องตกรอบฟุตบอลโลก 2026 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย หลังแพ้โมร็อกโกในการดวลจุดโทษ
เส้นทางการคุมทีมของ คูมัน ผ่านสโมสรชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, เฟเยนูร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เอฟเวอร์ตัน และบาร์เซโลน่า เขาเคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์กับทั้งอาแจ็กซ์และพีเอสวี รวมถึงพา บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ ในปี 2021
ส่วนสมัยเป็นนักเตะ คูมัน เคยคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) กับ บาร์เซโลน่า และแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ "ยูโร 1988" กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์
คูมัน มีประสบการณ์คุมทั้งสโมสรระดับชั้นนำและทีมชาติ แม้เส้นทางอาชีพจะมีทั้งช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จและช่วงที่ต้องเผชิญความยากลำบาก โดยช่วงเวลาที่บาร์เซโลน่าของเขาต้องรับมือกับปัญหาทั้งด้านการเงินและผลงานในสนาม ขณะที่การคุมทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็ต้องผสานนักเตะดาวรุ่งเข้ากับผู้เล่นชุดหลักที่มีอยู่เดิม
หากกลับไปรับงานคุมสโมสร คูมัน จะได้ทำงานร่วมกับนักเตะอย่างใกล้ชิดในทุกวันอีกครั้ง หลังใช้เวลาหลายปีในงานระดับทีมชาติ เขาอาจเหมาะกับสโมสรที่ต้องการกุนซือมากประสบการณ์ ซึ่งคุ้นเคยกับฟุตบอลหลากหลายลีกในยุโรป อย่างไรก็ตาม การรับงานทีมชาติอีกครั้งก็ยังเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้เช่นกัน
ราฟาเอล เบนิเตซ กลายเป็นกุนซือว่างงานในเดือนพฤษภาคม 2026 หลัง พานาธิไนกอส ประกาศยุติความร่วมมือกับเฮดโค้ชชาวสเปนรายนี้ การแยกทางดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเขาสั่งสมประสบการณ์คุมทีมในลีกชั้นนำของยุโรปมาอย่างยาวนาน โดยความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในอาชีพเกิดขึ้นกับลิเวอร์พูลและบาเลนเซีย
เบนิเตซ พา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2005 จากเกมนัดชิงชนะเลิศที่อิสตันบูล ก่อนคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในปี 2006 ขณะที่สมัยคุมบาเลนเซีย เขาพาทีมคว้าแชมป์ลา ลีกา ในปี 2002 และ 2004 ส่วนผลงานในเวลาต่อมายังรวมถึงการคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก กับ เชลซี ในปี 2013 และความสำเร็จในฟุตบอลถ้วยภายในประเทศกับนาโปลี นอกจากนี้ เขายังเคยคุมเรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน, นิวคาสเซิล และเอฟเวอร์ตัน
ชื่อเสียงของ "ราฟา" มาจากการเตรียมทีมอย่างละเอียด การจัดระเบียบเกมรับ และประสบการณ์อันโชกโชนในฟุตบอลยุโรป ทีมของเขามักมีบทบาทหน้าที่ของนักเตะแต่ละคนอย่างชัดเจน พร้อมปรับแท็กติกให้เหมาะกับคู่แข่ง แม้ว่าผลงานจากการคุมทีมในช่วงหลังจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอเหมือนในช่วงพีกของอาชีพก็ตาม
ในวัย 66 ปี เบนิเตซ มีโปรไฟล์แตกต่างจากกุนซือรุ่นใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างสร้างชื่อ สโมสรที่ต้องการยกระดับระบบการเล่นอย่างรวดเร็ว เพิ่มประสบการณ์ในเวทียุโรป หรือแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบากระหว่างฤดูกาล อาจพิจารณาเขาเป็นตัวเลือก โดยเฉพาะทีมที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าโครงการพัฒนาระยะยาว
อาร์เน่อ สล็อต อำลาลิเวอร์พูลในปี 2026 หลังคุมทีมที่แอนฟิลด์เป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยผลงานในซีซั่นแรกของเขาคือการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่การป้องกันแชมป์ในฤดูกาลถัดมากลับเป็นงานที่ยากลำบากกว่าที่คาด และสโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือ หลังทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับ 5
ก่อนย้ายมาคุมลิเวอร์พูลนั้น สล็อตเคยพา เฟเยนูร์ด คว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ลีก ประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมสร้างชื่อจากแนวทางการเล่นเชิงรุกที่เน้นการเพรสซิ่ง การครองบอลอย่างมีระบบ และการประสานงานในเกมบุกที่สอดคล้องกัน
เมื่อเข้ามาทำงานกับลิเวอร์พูล เขาปรับพื้นฐานทีมที่ได้รับมาจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ให้เน้นการควบคุมเกมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความอันตรายในเกมรุกเอาไว้
ความแตกต่างระหว่างผลงานในสองฤดูกาลที่แอนฟิลด์จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินฝีมือของเขา การคว้าแชมป์ลีกตั้งแต่ปีแรกถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ แต่ผลงานที่ถดถอยลงในฤดูกาลต่อมาก็ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการรักษาความสำเร็จ ท่ามกลางสถานการณ์และองค์ประกอบของทีมที่เปลี่ยนแปลงไป
หลังจากนั้น สล็อต เข้ารับบทบาทผู้สังเกตการณ์ด้านเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) โดยทำหน้าที่วิเคราะห์การแข่งขันฟุตบอลยุโรปและมีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานด้านแท็กติก
สล็อต ยังไม่ได้กลับมารับงานเฮดโค้ช และการย้ายไปคุมสโมสรแห่งใหม่ยังคงเป็นความเป็นไปได้ การไปทำงานในลีกใหญ่ของยุโรปที่แตกต่างออกไปอาจเปิดโอกาสให้เขาฟื้นฟูชื่อเสียง โดยไม่ต้องเผชิญแรงกดดันและการจับตามองอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกับตอนคุมลิเวอร์พูล
ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ อำลาตำแหน่งกุนซือทีมชาติเยอรมนีในเดือนกรกฎาคม 2026 หลังจบฟุตบอลโลก โดยเขาร้องขอให้ยุติสัญญาหลังสิ้นสุดทัวร์นาเมนต์ และสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ) เห็นชอบกับการสิ้นสุดการทำงานของเขา
ก่อนเข้ารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติเยอรมนีในปี 2023 นาเกิลส์มันน์ เคยคุมฮอฟเฟ่นไฮม์, แอร์เบ ไลป์ซิก และบาเยิร์น มิวนิค เส้นทางอาชีพของเขามีแชมป์บุนเดสลีกากับบาเยิร์นเป็นหนึ่งในความสำเร็จสำคัญ อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักจากความยืดหยุ่นด้านแท็กติก การเพรสซิ่งอย่างดุดัน และความกล้าที่จะปรับรูปแบบการเล่นให้เหมาะกับคู่แข่ง
การคุมทีมชาติเยอรมนีช่วยให้เขาได้รับประสบการณ์ทำงานร่วมกับกลุ่มนักเตะระดับแนวหน้าในสภาพแวดล้อมที่มีเวลาเตรียมทีมจำกัด อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลทีมชาติมีความแตกต่างจากการคุมสโมสรอย่างมาก เพราะกุนซือสโมสรสามารถทำงานร่วมกับนักเตะได้ทุกวัน และมีโอกาสพัฒนาระบบแท็กติกที่ซับซ้อนได้ต่อเนื่องกว่า
นาเกิลส์มันน์ เป็นหนึ่งในกุนซืออายุน้อยที่สุดของรายชื่อนี้ และอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสโมสรที่กำลังมองหาโค้ชเพื่อวางรากฐานระยะยาว งานคุมทีมครั้งต่อไปจะช่วยให้เห็นว่าเขาต้องการกลับไปทำงานระดับสโมสรทันที หรือเลือกมุ่งหน้าสู่บทบาทกุนซือทีมชาติอีกครั้งในอนาคต
อันโตนิโอ คอนเต้ แยกทางกับนาโปลีในเดือนมิถุนายน 2026 ด้วยความยินยอมร่วมกัน หลังคุมทีมเป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยเขาพาทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา ในปี 2025 ก่อนเพิ่มความสำเร็จด้วยแชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ ในปีเดียวกัน ตอกย้ำผลงานอันโดดเด่นที่ก่อนหน้านี้มีทั้งแชมป์ลีกกับยูเวนตุส, เชลซี และอินเตอร์ มิลาน
ทีมของคอนเต้ขึ้นชื่อเรื่องวินัยทางแท็กติก การฝึกซ้อมที่เข้มข้น และระบบการเล่นที่กำหนดหน้าที่ของนักเตะแต่ละคนอย่างชัดเจน เขามักใช้แผงหลังสามคนร่วมกับวิงแบ็กที่เติมเกมรุก แม้จะสามารถปรับแนวทางให้เหมาะสมกับผู้เล่นที่มีอยู่ได้ก็ตาม
ช่วงเวลาที่คุมเชลซี, อินเตอร์ มิลาน และนาโปลี แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถยกระดับทีมให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ลีกได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่เข้มข้นระหว่างคอนเต้กับผู้บริหารสโมสรก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติการทำงานเช่นกัน เขาต้องการการเสริมทัพที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่จากผู้บริหาร โดยความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับทิศทางของสโมสรเคยเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การแยกทางมาแล้วในอดีต
คอนเต้ แสดงความต้องการกลับไปทำงานในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง พร้อมระบุว่าอยากคุมสโมสรกำลังหลงทาง โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกพูดถึงในฐานะจุดหมายที่เป็นไปได้ ท่ามกลางแรงกดดันที่มีต่อ ไมเคิ่ล คาร์ริค อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงการคาดการณ์ที่ไม่มีการยืนยัน
หากมีสโมสรที่พร้อมตอบสนองความต้องการของเขา คอนเต้ ก็พร้อมที่จะกระโดดเข้าไปทำงาน อย่าลืมว่าเขาอาจเป็นหนึ่งในกุนซือที่มีผลงานคว้าแชมป์ลีกเป็นเครื่องการันตีมากที่สุดในตลาดผู้จัดการทีม ณ ตอนนี้
ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ปิดฉากการคุมทีมชาติฝรั่งเศสที่ยาวนานถึง 14 ปี หลังจบฟุตบอลโลก 2026 โดยผลงานสำคัญของเขาประกอบด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในปี 2022 และพาทีมเข้าถึงรอบลึกๆ ของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้อย่างสม่ำเสมอ
เขาอำลาตำแหน่งหลังผ่านการทำงานร่วมกับนักเตะชั้นนำหลายรุ่น และมีส่วนสำคัญในการทำให้ ฝรั่งเศส กลับมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของวงการฟุตบอลระดับนานาชาติ
ความสำเร็จในระดับสโมสรของ เดส์ชองส์ ประกอบด้วยการพาโอลิมปิก มาร์กเซย คว้าแชมป์ลีก เอิง และการนำ โมนาโก เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากนี้ เขายังเคยคุมยูเวนตุส ก่อนเข้ารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2012 แม้ว่างานระดับทีมชาติจะเป็นบทบาทหลักของเขามานานกว่าทศวรรษ
ทีมของเดส์ชองส์มักให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบเกมรับ ความสมดุลในสนาม และการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของนักเตะเกมรุกที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด แม้รูปแบบการเล่นของเขาจะไม่ได้รับคำชื่นชมจากทุกฝ่ายในแง่ความสวยงาม แต่ ฝรั่งเศส ก็พิสูจน์ให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นทีมที่เอาชนะได้ยากในทัวร์นาเมนต์สำคัญ
เดส์ชองส์ ไม่ต้องการเร่งรีบรับงานใหม่ หลังใช้เวลาถึง 14 ปีกับทีมชาติฝรั่งเศส การพักจากงานคุมทีมจึงเป็นทางเลือกที่เข้าใจได้
อย่างไรก็ตาม หาก เดส์ชองส์ ตัดสินใจกลับมาคุมสโมสรอีกครั้ง ก็น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่ได้เข้าไปคลุกคลีกับการทำงานในฟุตบอลระดับสโมสรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การรับงานทีมชาติอีกแห่งก็อาจเป็นทางเลือก หากมีข้อเสนอที่เหมาะสม