สามคะแนนของลิเวอร์พูล

สามคะแนนของลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูลเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติด้วยการเก็บคลีนชีต 3 นัดติดต่อกัน

เกมรับที่มั่นคงเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการต่อสู้ในฟุตบอลลีก มันทำให้งานของคุณง่ายขึ้น โจทย์ของทีมรุกไม่ยากจนเกินไป

ยิงแค่ประตูเดียวก็ชนะได้ แทนที่จะต้องเหนื่อยยิง 2 ประตูหรือมากกว่านั้นเพื่อให้ได้ 3 คะแนนหากเกมรับเสียประตู

ผลงานส่วนตัวของ เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ น่าพอใจขึ้นเรื่อย ๆ ปราการหลังวัย 21 ปีแสดงให้เห็นถึงความนิ่ง ความกล้า ความแข็งแรง ทางบอล และคุณภาพในการอ่านเกม

หลายครั้งที่ชิงจังหวะตัดบอลตั้งแต่แรก หลายครั้งที่ยืนดักทางเปิดบอลของฝ่ายตรงข้าม หลายครั้งที่เข้าสกัดคู่แข่งที่กำลังจะเลี้ยงผ่าน จิ้มบอลออกข้างหรือแย่งบอลจากเท้า แรงปะทะดี บอลกลางอากาศไว้ใจได้

เกมนี้ฌักเก้ต์ได้รับเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ ซึ่งคู่ควรกับผลงานที่ดูจะโดดเด่นที่สุดในสนาม

ความวางใจได้ของฌักเก้ต์ทำให้งานของรุ่นพี่อย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ง่ายลงไปด้วย ในวันที่ร่างกายโรยราลงไป ฟาน ไดค์ ต้องการคู่หูที่สดชื่น ไม่ผิดพลาดง่าย เอาตัวรอดได้ด้วยตัวเอง และบางครั้งอาจช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำ

หลังจากเสีย 4 ประตูใน 2 เกมแรกกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เกมรับของลิเวอร์พูลดีขึ้นด้วยการไม่เสียประตูเลยตลอด 3 เกมต่อมาในลีกที่บุกชนะอิปสวิช ทาวน์ 2-0 เสมอฟูแล่ม 0-0 และเกมนี้ที่บุกชนะบอร์นมัธ 1-0

เป็นทิศทางที่น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากผลงานของฟูลแบ๊กทั้ง 2 ฝั่งที่ยังไม่ลงตัวนัก

แบ๊กขวาอาชีพอย่าง เฌเรมี่ ฟริมปง ที่ควรจะเป็นตัวจริงยาว ๆ กลายเป็นตัวสำรองของ โรนัลด์ อาเราโฮ เซนเตอร์แบ๊กที่ถูกถ่างมายืนแบ๊กขวาจำเป็นไปแล้ว ขณะที่ทางซ้าย มิลอส เคอร์เคซ ยังมีลูกล้น ๆ ทำให้ไม่นิ่งในจังหวะสุดท้ายอยู่ แต่ คอสตาส ซิมิกาส ก็ยังธรรมดาเกินไปที่จะเบียดขึ้นไปยึดตำแหน่งตัวจริง

เคอร์เคซยังมีปัญหาในการตัดสินใจและการเล่นในจังหวะสุดท้าย เกมนี้มีจังหวะหนึ่งที่เขาได้บอลทะลุขึ้นไปตรงกลาง แต่ลังเลที่จะไหลให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ก่อนตัดสินใจยิงเองจากระยะไกลซึ่งโอกาสเป็นประตูมีไม่มาก

แบ๊กซ้ายฮังกาเรียนอาจไม่มั่นใจที่จะไหลบอลให้อิซัคเพราะเห็นกองหลังตามเพื่อนอยู่ แต่จังหวะนั้นคนเป็นกองหน้าพร้อมรับบอลเพื่อเอาชนะกองหลังเข้าไปทำประตูอยู่แล้ว และความมั่นใจของดาวยิงสวีเดนเวลานี้อย่างน้อยถ้าได้บอลจากเคอร์เคซในพื้นที่กรอบเขตโทษก็ยังน่าจะได้ลุ้นประตูมากกว่าการยิงไกล

นั่นคือเรื่องที่ยังต้องปรับจูนกันให้เข้าที่เช่นกัน

โกดี้ กักโป ไม่ได้มีเกมที่หวือหวาหรือโชว์ลีลาเป็นพระเอกอะไร แต่เขามีส่วนสำคัญกับประตูโทนของเกม ฟอร์มและอิทธิพลของเขาในฤดูกาลนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังเข้าที่เข้าทาง เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น และมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

จังหวะม้วนกลับขึ้นไปข้างหน้าแล้วกระชากผ่านผู้เล่นบอร์นมัธ 2 คนเข้าไปเปิดบอลให้ โฟลเรียน เวียร์ทซ์ ทำแอสซิสต์ให้อิซัคคือการสร้างโอกาสทำประตูครั้งสำคัญอีกครั้งของดาวเตะดัตช์ในฤดูกาลนี้

กับบทบาทตัวรุกทางฝั่งขวา แม้จะยังไม่มีฤทธิ์เดชเท่าฝั่งซ้าย แต่ก็เป็นการทดลองที่น่าสนใจของอิราโอล่าที่มีต่อกักโป

เช่นเดียวกับที่เขาลองใช้ ริโอ เอนกูโมอา ข้ามมาเล่นทางขวาในบางเกม หรืออย่างเกมนี้ที่ใช้ผู้เล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ถึง 3 คน จาก เวียร์ทซ์ เป็น โดมินิก โซโบซไล และสุดท้าย ไรอัน กราเฟนแบร์ก

กับเวลาที่ผ่านไปเพียง 6 นัดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล เราจึงได้เห็นอิราโอล่าลองใช้นักเตะในตำแหน่งอื่นจากที่คุ้นเคยไปแล้วหลายคน ตั้งแต่ใช้ เฟเดริโก เคียซ่า ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าช่วงปรีซีซั่นด้วยซ้ำ ริโอก็ถูกโยกไปเล่นปีกขวาในบางเกมช่วงอุ่นเครื่องมาจนถึงซีซั่นจริง

โรนัลด์ อาเราโฮ กับตำแหน่งแบ๊กขวาที่ก็ทำได้ดีสมกับที่ได้รับมอบหมาย เล่นง่าย ไม่ฝืน แข็งแรงพอที่จะเอาชนะตัวต่อตัว และยังมีความเร็วพอที่จะไล่กวดตามปีกฝ่ายตรงข้าม

ถ้านักเตะที่มีในมือสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง มันจะมีส่วนช่วยให้การทำงานของเขายืดหยุ่นขึ้น หยิบจับใช้สอยได้ดีขึ้น

เพราะฉะนั้นในระหว่างที่จะต้องคุมทีมเก็บผลที่ต้องการให้ได้แล้ว อิราโอล่าก็กำลังสร้างทีมของเขาไปในตัว โครงสร้างต่าง ๆ เริ่มชัดเจนขึ้น

ที่ยังต้องลุ้นอีกพอสมควรคือเวียร์ทซ์ เพราะความคาดหวังจากทุกคนกับผลงานจริงที่ออกมานั้นแตกต่างกันมาก

เกมที่ดีน คอร์ท หรือไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอาทิตย์เป็นอีกเกมหนึ่งที่เพลย์เมกเกอร์เยอรมันเล่นไม่ค่อยออก ถูกปะทะ และเสียบอลง่าย

อิราโอล่าเองก็พยายามให้โอกาสเวียร์ทซ์เต็มที่ในหลาย ๆ เกม เพราะภาพของทีมเวลานี้ชัดเจนแล้วเรื่องตัวริมเส้นกับกองหน้า กักโป-บรัดเล่ย์ บาร์กโกล่า-ริโอ เอนกูโมอา-บิคตอร์ มูนยอซ แย่งพื้นที่ริมเส้นขวา-ซ้าย ส่วนอิซัคเป็นหน้าเป้ารอการกลับมาของ อูโก้ เอกิติเก้

โฟลเรียน เวียร์ทซ์ คือเบอร์ 10 ในแผนงานของกุนซือชาวสเปน และเขายังพยายามให้โอกาสเด็กหนุ่มวัย 23 คนนี้เต็มที่เพื่อให้ปรับจังหวะเข้ากับทีมได้เร็วที่สุด

สุดท้ายแล้วก็ต้องรอให้เวลามอบคำตอบกับเราในเรื่องเวียร์ทซ์ แฟนบอลบางคนอาจจะหมดความอดทนแล้วและเรียกร้องให้อิราโอล่าใช้คนอื่นขึ้นมาเล่นแทน แต่บางคนยังเชื่อมั่น และบางคนแล้วแต่การตัดสินใจของโค้ช

แน่นอนครับ คนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ย่อมเป็นอิราโอล่าคนเดียว ไม่มีใครมาบังคับเขาได้ ช่วงนี้เวียร์ทซ์ยังอยู่ในระยะเวลาที่อิราโอล่ามอบให้ เพียงแต่สิ่งที่เราทุกคนไม่อาจรู้ได้เลยก็คือระยะเวลาที่เหมาะสมในใจของเขานั้นนานแค่ไหน

กับความกดดันที่เกิดขึ้น กับเสียงวิจารณ์ในแต่ละเกมที่ผ่านไป ยิ่งน่าเอาใจช่วยดาวเตะเจ้าของค่าตัว 116 ล้านปอนด์ให้มาก ๆ เพราะเวลานี้ดูเหมือนเวียร์ทซ์จะยังสลัดไม่หลุดจากความกดดันและเกมอันเข้มข้นของพรีเมียร์ลีก

ในภาพรวมของ 3 คะแนนที่ไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม ลิเวอร์พูลจึงไม่ได้ชนะแบบเอาท์คลาสหรือด้วยเกมรุกที่จัดจ้านฉกาจฉกรรจ์ หากเป็นเกมรับที่มั่นคงไม่ผิดพลาดและการจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ให้วุ่นวายจนเกินไป รวมไปถึงการเอาตัวรอดได้จากช่วง 20 นาทีแรกที่บอร์นมัธโหมลุยอย่างเข้มข้นดุดัน

ซูเปอร์เซฟของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ทิ้งตัวปัดลูกชาร์จของเอวานิลสันในนาทีที่ 18 เป็นการป้องกันสำคัญของเกม และหลังจากที่บอร์นมัธเริ่มผ่อนเกมลงไป ลิเวอร์พูลจึงค่อย ๆ ตั้งหลักได้และดีขึ้นเรื่อย ๆ จนควบคุมสถานการณ์ได้ในที่สุด

ขุมกำลังเชิงลึกที่ไม่ได้ใหญ่มากนักอาจเป็นปัญหาระยะยาวของทีมเชอร์รี่ส์ การไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 127 ปีของสโมสรคือความภาคภูมิใจแต่ในอีกทางหนึ่งมันส่งต่อภารกิจอันหฤโหดให้ มาร์โก โรเซอ และลูกทีม

เกมรับมือลิเวอร์พูลเมื่อวันอาทิตย์ 11 ตัวจริงของบอร์นมัธเปลี่ยนแปลงเพียงคนเดียวคือ ไรอัน คริสตี้ ได้เล่นแทน จัสติน ไคลเวิร์ต ที่มีปัญหาบาดเจ็บ

ที่เหลืออีก 10 คนเป็นชุดเดียวกับที่บุกไปเอาชนะ เรอัล โซเซียดาด มาทั้งหมด ในขณะที่ลิเวอร์พูลหมุนผู้เล่นได้ถึง 8 คนจากเกมทุบ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในคาราบาว คัพ

ระยะยาวที่ต้องเล่นทั้งเกมลีกและยูโรปา ลีกอีก 7 นัดเป็นอย่างน้อยจะกระทบต่อผลงานของบอร์นมัธขนาดไหน เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

ส่วนลิเวอร์พูล ผ่านไป 5 เกมยังไม่แพ้ใครด้วยสถิติชนะ 2 เสมอ 3 ก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก

อันโดนี่ อิราโอล่า กำลังวางรากฐานฟุตบอลของเขาอยู่ ยังไม่ลงตัวหรอกแต่ก็พอจะมองเห็นวิธีการบางอย่างที่ชัดขึ้น

พักเบรกทีมชาติ 3 สัปดาห์แล้วกลับมาลุยกันต่อในเดือนตุลาคม ด้วยคู่แข่งทีมแรกที่รออยู่คือจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้..

#ตังกุย



ที่มาของภาพ : Reuters
BY : ตังกุย
ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport