ไม่ต่างกันเลย ? เหตุผลที่ อิเนออส ไม่ได้ดีไปกว่าตระกูลเกลเซอร์ ในการบริหารแมนยู

ไม่ต่างกันเลย ? เหตุผลที่ อิเนออส ไม่ได้ดีไปกว่าตระกูลเกลเซอร์ ในการบริหารแมนยู
ช่วงซัมเมอร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นเพียงความล้มเหลวในตลาดซื้อขายนักเตะเท่านั้น แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มดูเหมือนว่าเป็นแผนการเสริมทัพที่จงใจให้ความสำคัญกับแดนกลาง ขณะที่ปล่อยให้ปัญหาชัดเจนในแนวรับและแนวรุกยังคงไม่ได้รับการแก้ไข โดยมี ไมเคิ่ล คาร์ริค ต้องเป็นผู้รับผลที่ตามมา

    "ปีศาจแดง" ทุ่มเงินก้อนโตไปกับการเสริมแดนกลาง โดยคว้าตัว ยูริ ตีเลอมันส์, อันเดรย์ ซานโตส และ คาร์ลอส บาเลบา มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวรวมกันประมาณ 155 ล้านปอนด์ (ราว 6,820 ล้านบาท)  

    อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีการเสริมทัพในระดับใกล้เคียงกันสำหรับตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ไม่มีแบ็กซ้ายคนใหม่ และไม่มีตัวแทนสำหรับขุมกำลังแนวรุกที่ขาดหายไปจากการปล่อยตัว ราสมุส ฮอยลุนด์ และ เจดอน ซานโซ่ 

- นี่ไม่ใช่เพียงแค่ตลาดซื้อขายนักเตะที่ล้มเหลว

    ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ ตลาดซื้อขายที่ล้มเหลว หมายถึงสโมสรได้ระบุจุดอ่อนที่เร่งด่วนที่สุดของทีม มองหาวิธีแก้ไขที่สมเหตุสมผล และพยายามดำเนินการแล้ว เพียงแต่ไม่สามารถปิดดีลได้สำเร็จ เรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสโมสร สโมสรต้นสังกัดไม่ยอมขาย นักเตะเลือกไปที่อื่น ค่าตัวสูงเกินสมเหตุสมผล หรือตลาดซื้อขายปิดตัวลงเสียก่อน

    การดำเนินงานของทีมกลับชี้ไปสู่ข้อสรุปที่แตกต่างออกไป อิเนออส (INEOS) กลุ่มทุนเจ้าของร่วมแมนฯ ยูฯ ไม่ได้ปล่อยให้ทุกตำแหน่งขาดการเสริมทัพเพราะมีปัญหาเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของตลาดพ่อค้าแข้งเท่านั้น พวกเขาทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปกับการเสริมผู้เล่นในพื้นที่หนึ่งของทีม ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้จุดเปราะบางเดิมในตำแหน่งอื่นยังคงอยู่

    การปรับโฉมแดนกลางไม่ใช่การเสริมทัพเพียงเล็กน้อยหรือเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ตีเลอมันส์, ซานโตส และ บาเลบา ต่างถูกดึงเข้ามาเพื่อปรับโครงสร้างแดนกลางของทีมภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค "ผีแดง" ยังคว้าตัว คาร์ล ดาร์โลว์ และ ไทแนน ธอมป์สัน ปีกดาวรุ่งมาร่วมทีมด้วย แต่การเสริมทัพสำหรับทีมชุดใหญ่กลับกระจุกตัวอยู่ที่แดนกลางอย่างชัดเจน

    ผลที่ตามมาคือขุมกำลังที่เสียสมดุลอย่างมาก โดยแนวรับและแนวรุกถูกให้ความสำคัญเป็นลำดับรอง การไม่มีแบ็กซ้าย-ขวาคนใหม่เข้ามาถือเป็นเรื่องที่สะท้อนภาพได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษ 

    มีรายงานหลังตลาดซื้อขายปิดระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด รู้ดีว่าตำแหน่งดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการเสริมทัพ และพยายามคว้าผู้เล่นเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งราย แต่ไม่สามารถเดินหน้าดีลกับตัวเลือกที่มีอยู่ได้ คำอธิบายดังกล่าวอาจเป็นความจริง แต่ไม่ได้ทำให้ฝ่ายที่ดำเนินการเรื่องการเสริมทัพในตลาดรอบนี้พ้นจากความรับผิดชอบ 

     หากตำแหน่งฟูลแบ็กเป็นเป้าหมายสำคัญอย่างแท้จริง แล้วเหตุใด แมนฯ ยูฯ จึงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขาย โดยยังต้องพึ่งพาทางออกในนาทีสุดท้าย? เหตุใดจึงไม่มีแผนสำรองที่รัดกุมกว่านี้? และเหตุใดสโมสรจึงจัดสรรงบประมาณจำนวนมากไปกับกองกลางถึงสามราย ก่อนที่จะจัดการแก้ไขปัญหาในตำแหน่งที่มีความกังวลเรื่องสภาพร่างกายและความพร้อมลงสนามมาอย่างยาวนาน?

- คาร์ริค กลายเป็นเกราะกำบังให้ อิเนออส

    นี่คือจุดที่การเปรียบเทียบกับยุคเกลเซอร์สเริ่มกลายเป็นเรื่องที่น่าอึดอัด เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และ อิเนออส เข้ามาพร้อมคำมั่นว่าจะยกระดับการบริหารงานฟุตบอลให้มีความทันสมัย ตัดสินใจได้เฉียบคมยิ่งขึ้น และยุติแนวทางการทำงานแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไร้ทิศทาง ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในยุคเกลเซอร์ส พวกเขาควรทำให้แน่ใจว่าการตัดสินใจด้านฟุตบอลจะเกิดขึ้นจากคนที่รู้จักฟุตบอลจริงๆ โดยยึดแผนระยะยาวเป็นหลัก ไม่ใช่การตื่นตระหนกแล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

    แต่เมื่อผลงานเริ่มย่ำแย่ ความสนใจกลับพุ่งไปที่ คาร์ริค อย่างรวดเร็ว รายงานหลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตฤดูกาลได้น่าผิดหวังระบุว่า อิเนออส ตั้งใจที่จะให้เขาทำหน้าที่ต่อไปในเวลานี้ พร้อมยอมรับว่าแรงกดดันจะเพิ่มขึ้น หากผลงานไม่ดีขึ้น ฟังดูเหมือนเป็นแนวทางที่รอบคอบเมื่อมองจากภายนอก แต่ในความเป็นจริง มันเสี่ยงที่จะทำให้ คาร์ริค กลายเป็นผู้รับหน้าสื่อแทนการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจากผู้มีอำนาจเหนือกว่าเขา

    คาร์ริค สามารถถูกวิจารณ์ได้ เช่นเดียวกับผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกคนที่มีสิทธิ์ถูกวิจารณ์จากการจัดตัวผู้เล่น การเตรียมทีม แท็กติก การเปลี่ยนตัว และผลการแข่งขัน แต่การพูดถึงผลงานของเขาโดยไม่คำนึงถึงขุมกำลังที่ได้รับมานั้นไม่เป็นธรรม

    กุนซือชาวอังกฤษ ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจปล่อยให้แนวรับได้รับการเสริมทัพไม่เพียงพอ เขาไม่ได้เป็นคนตัดสินใจว่าทีมสามารถเสีย ฮอยลุนด์ และ ซานโช่ ไปได้โดยไม่มีตัวรุกระดับทีมชุดใหญ่เข้ามาทดแทนในระดับใกล้เคียงกัน และเขาไม่ได้เป็นคนตัดสินใจทางการเงินที่จะทุ่มเงินราว 155 ล้านปอนด์ไปกับการคว้ากองกลางสามราย

    การตัดสินใจเหล่านั้นเป็นของอิเนออส ตอนนี้ผู้จัดการทีมถูกคาดหวังให้เปลี่ยนแนวทางการเสริมทัพดังกล่าวให้กลายเป็นทีมที่คว้าชัยชนะได้ หากเขาล้มเหลว คนกลุ่มเดียวกับที่สร้างความไม่สมดุลให้กับทีมก็สามารถชี้ไปที่ข้างสนาม แล้วกล่าวว่าโค้ชไม่สามารถดึงศักยภาพจากผู้เล่นออกมาได้มากพอ นี่คือรูปแบบที่คุ้นเคยอย่างยิ่งสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

- การทุ่มเงินไม่ได้หมายความว่าเป็นความทะเยอทะยานเสมอไป

    ข้อแก้ต่างที่ง่ายที่สุดสำหรับ อิเนออส คือเรื่องการใช้เงิน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการทุ่มเงินลงทุนจริง พวกเขาคว้าผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกเข้ามา และลงทุนกับขุมกำลังแกนหลักที่อายุน้อยลง ซึ่งย่อมดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย แต่จำนวนเงินที่ใช้ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสามารถในการบริหารทีม 

     การทุ่มเงิน 155 ล้านปอนด์กับแดนกลาง ขณะที่ไม่เสริมแนวรับหรือหาตัวแทนสำหรับผลงานในเกมรุก ไม่ได้หมายความว่าเป็นการสร้างทีมอย่างทะเยอทะยานเสมอไป แต่อาจเป็นเพียงการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลอย่างไม่ถูกจุด

    ตระกูลเกลเซอร์ส ถูกวิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่เพียงเรื่องการลงทุนที่ไม่เพียงพอในบางช่วงเวลาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้จ่ายโดยปราศจากแนวทางด้านฟุตบอลที่ชัดเจน ค่าตัวที่สูงไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่ทีมที่มีความสมดุลโดยอัตโนมัติ กุนซือมักได้ผู้เล่นที่ไม่เข้ากับระบบ ก่อนจะถูกตำหนิเมื่อจุดอ่อนของทีมปรากฏชัดขึ้น

    อิเนออส กำลังเสี่ยงที่จะทำผิดพลาดแบบเดียวกัน เพียงแต่อยู่ในรูปแบบที่ดูทันสมัยมากขึ้น มีผู้บริหารมากขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น มีการนำเสนอมากขึ้น และการใช้คำพูดที่ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นเกี่ยวกับคำว่า "โครงสร้าง" และ "กระบวนการ"

     แต่หากผลลัพธ์สุดท้ายคือผู้จัดการทีมต้องรับภาระชดเชยจุดอ่อนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะที่นักเตะค่าตัวแพงถูกดึงเข้ามาเสริมในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างที่แฟนบอลมองเห็นก็เป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย โครงสร้างการบริหารแบบสมัยใหม่ควรป้องกันไม่ให้เกิดผลลัพธ์เช่นนั้น ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนชื่อเรียกให้ดูดีขึ้นเท่านั้น

- อิเนออส กำลังเดินตามรูปแบบเดิม   และพวกเขาไม่สามารถใช้ คาร์ริค เป็นเกราะกำบังไปได้ตลอด

    ปัญหาของตระกูลเกลเซอร์ ไม่ใชแค่เรื่องการใช้จ่ายเงินไม่มากพอเท่านั้น เพราะมีช่วงเวลาที่พวกเขาทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเช่นกัน ปัญหาที่ลึกกว่านั้นคือการใช้จ่ายดังกล่าวมักขาดแนวคิดด้านฟุตบอลที่ชัดเจนและเป็นระบบ

    ผู้จัดการทีมต้องเข้ามารับช่วงต่อจากขุมกำลังที่ไม่ลงตัว การเสริมทัพถูกขับเคลื่อนด้วยโอกาสที่เข้ามา โปรไฟล์ของนักเตะ ความน่าสนใจในเชิงธุรกิจ หรือแรงกดดันระยะสั้น มากกว่าจะเป็นแผนฟุตบอลที่ชัดเจน จากนั้นเมื่อผลงานตกต่ำ กุนซือก็กลายเป็นปัญหาที่ทุกคนมองเห็น และวงจรการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

    อิเนออส ให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านั้น พวกเขานำผู้บริหารเข้ามาเพิ่ม พูดถึงการใช้ข้อมูล โครงสร้าง และการวางแผนระยะยาว พร้อมนำเสนอตัวเองในฐานะกลุ่มคนที่จะเปลี่ยน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้กลายเป็นสโมสรฟุตบอลที่บริหารจัดการอย่างเป็นระบบเสียที

    แต่คำกล่าวอ้างเหล่านั้นจะไม่มีความหมายมากนัก หากผลลัพธ์สุดท้ายยังคงเป็นภาพเดิมที่คุ้นเคย นั่นคือผู้จัดการทีมที่กำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น ขุมกำลังที่มีค่าใช้จ่ายสูงแต่ยังไม่สมบูรณ์ และช่องโหว่ที่เห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล

    อิเนออส อาจมีเจตนาที่ดีกว่าครอบครัวเกลเซอร์ พวกเขาอาจมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านฟุตบอลอยู่รอบสโมสรมากกว่า และอาจมีกระบวนการเสริมทัพที่ละเอียดรอบคอบกว่า แต่สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินสำหรับแฟนบอลคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

- คาร์ริค ยืนอยู่ปากเหว

    คาร์ริค อาจไม่ได้ทำหน้าที่ต่อ หากผลงานไม่ดีขึ้น นั่นคือความเป็นจริงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากออกสตาร์ตฤดูกาลได้ย่ำแย่ ตกรอบบอลถ้วยตั้งแต่ไก่โห่ และผลงานในลีกยังตกต่ำต่อเนื่องอีกครั้ง ก็จะทำให้ อิเนออส ต้องตัดสินใจ

    พวกเขาสามารถเปลี่ยนผู้จัดการทีม และนำเสนอการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่ในฐานะการเริ่มต้นครั้งใหม่อีกครั้ง หรือพวกเขาอาจตั้งคำถามว่า แผนงานด้านฟุตบอลที่วางเอาไว้นั้นกำลังทำให้การประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยากเกินความจำเป็นหรือไม่

    การปลด คาร์ริค เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย มันจะสร้างพาดหัวข่าว เปิดโอกาสให้แฟนบอลมีเฮดโค้ชใหม่ที่พวกเขาสามารถฝากความหวังไว้ และช่วยเบี่ยงเบนความสนใจออกจากการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ได้ชั่วคราว

    อย่างไรก็ตาม การปลดเขาจะไม่ได้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ฟูลแบ็กใหม่ ไม่ได้เพิ่มประสบการณ์ให้แนวรับ ไม่ได้ทดแทนขุมกำลังแนวรุกที่ย้ายออกไป และไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดงบประมาณจำนวนมากจึงถูกทุ่มไปกับตำแหน่งเดียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดอยู่แล้ว





ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport