ผลบอล เบรนท์ฟอร์ด 3-0 เชลซี: ผึ้งต่อยสิงห์ยับ! ปลดล็อกชัยในบ้านรอบ 88 ปี ขึ้นที่ 3 พรีเมียร์ลีก

ผลบอล เบรนท์ฟอร์ด 3-0 เชลซี: ผึ้งต่อยสิงห์ยับ! ปลดล็อกชัยในบ้านรอบ 88 ปี ขึ้นที่ 3 พรีเมียร์ลีก
88 ปีที่รอคอย! "เดอะ บีส์" ปลดล็อกชัยชนะในบ้านเหนือ เชลซี ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1938 หลังเปิดบ้านถล่มขาดลอย 3-0 ขยับสถิติไร้พ่ายพุ่งขึ้นรั้งอันดับ 3 ของตาราง ส่วน "สิงห์บลูส์" ฟอร์มยังดิ่งลงต่อเนื่องไม่ชนะในลีก 3 นัดติด พร้อมยืดสถิติเสียประตูทุกนัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดฟรายเดย์ไนท์ เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าบ้าน เบรนท์ฟอร์ด เสมอมา 3 นัดติด รั้งอันดับ 7 มีอยู่ 6 คะแนน เปิดจีเท็ค คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม รับมือ เชลซี ที่มีอยู่ 7 คะแนน รั้งอันดับ 6 ของตาราง หลังผลงานสองเกมล่าสุดไม่ชนะทีมใด

ช่วง 45 นาทีแรก รูปเกมค่อนข้างสูสี ครองบอลใกล้เคียงกัน แต่เป็นเจ้าบ้าน เบรนท์ฟอร์ดที่มีโอกาสยิงรวมถึง 7 ครั้ง ส่วนเชลซี แค่ 4 ครั้ง โดยมีโอกาสยิงเข้ากรอบกันที่ 2 ครั้งเท่ากัน ก่อนจบครึ่งแรกยังทำอะไรไม่ได้ 0-0

ครึ่งหลังผ่านไปครบหนึ่งชั่วโมง แฟน "เดอะ บีส์" ได้เฮกันลั่นสนามเมื่อ เบรนท์ฟอร์ด เจ้าถิ่นชิงขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะเตะมุม มิกเกล ดาร์มสการ์ด เปิดไปเสาไกลให้ ยานนิค ชูสเตอร์ โขกชงเข้ากลางให้ เจดอน แอนโธนี่ ขึ้นโหม่งจ่อๆ คนเดียวไม่ถึง 2 หลาเข้าไปง่ายๆ

ท้ายเกม นาที 83 เควิน ชาเด้อ หลุดเข้าไปซัดติดเซฟ เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ ก่อนบอลเลยมาเข้าทางปืน อีกอร์ ติอาโก้ ซ้ำเข้าไป ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แล้วยืนยันให้ประตูเจ้าถิ่นนำห่าง 2-0

ช่วงทดเจ็บเจ้าบ้านมาได้ประตูที่สามปิดท้ายจากตัวสำรอง ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ ในนาที 90+5 ซัดปิดกล่องพา เบรนท์ฟอร์ด ไล่ถล่มเอาชนะ เชลซี ไปอย่างขาดลอย 3-0 คว้าสามแต้มเก็บเพิ่มเป็น 9 คะแนน ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตาราง พร้อมปลดล็อคเอาชนะ เชลซี ในบ้านได้เป็นครั้งแรกในรอบ 88 ปี นับตั้งแต่ ปี 1938 

ส่วน เชลซี ไม่ชนะ 3 นัดติด แถมเสียประตูทุกเกมนับแต่เปิดพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ แต้มหยุดที่ 7 คะแนน หล่นมารั้งอันดับ 7 ของตาราง

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

เบรนท์ฟอร์ด (4-2-3-1) : ควีวิน เคลเลเฮอร์ - ไมเคิ่ล คาโยเด้, ยานนิค ชูสเตอร์, คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์, คีน ลูอิส-พอตเตอร์ - วิตาลี่ ยาเนลต์, เยกอร์ ยาร์โมลูค - เควิน ชาเด้อ, มิกเกล ดาร์มสการ์ด, เจดอน แอนโธนี่ - อีกอร์ ติอาโก้

เชลซี (3-4-2-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ - เวสเลย์ โฟฟาน่า, มักซ็องซ์ ลาครัวซ์, ลีวาย โคลวิลล์ - เปโดร เนโต้, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, วาเลนติน บาร์โค, เป๊ป ชาวาร์เรีย - โคล พาลเมอร์, มอร์แกน โรเจอร์ส - แดนนี่ เวลเบ็ค






ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport