เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และบอร์ดบริหารแมนยู ยืนยันหนุน ไมเคิ่ล คาร์ริค คุมทีมต่อ แม้ออกสตาร์ตซีซั่นน่าผิดหวัง พร้อมมองแผนระยะยาวเป็นหลัก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงยืนยันจุดยืนสนับสนุน ไมเคิ่ล คาร์ริค และไม่มีแผนปลดออกจากตำแหน่ง แม้ผลงานออกสตาร์ตฤดูกาล 2026/27 จะน่าผิดหวังอย่างมาก
เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ผู้ถือหุ้นร่วมของสโมสร รวมถึงบรรดาผู้บริหารระดับสูง ได้หารือภายในหลังทีมแพ้คาบ้าน 2 นัดติดต่อกัน ทั้งการพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากประตูที่เกิดขึ้นในช่วงที่คู่แข่งเหลือ 10 คน และการตกรอบ 3 คาราบาว คัพ ด้วยน้ำมือไบรท์ตัน 2-3 ทั้งที่นำก่อน 2-0
เวลานี้ แรงกดดันจากสื่อและแฟนบอลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จุดยืนของสโมสรยังเน้นความมั่นคงในระยะยาว มากกว่าการตัดสินใจแบบฉับพลันจากผลงานช่วงสั้นๆ โดยแหล่งข่าวระดับสูงภายในสโมสรยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยเรื่องการหาตัวแทนของ คาร์ริค โดยฝ่ายบริหารยังเชื่อมั่นว่าเขาเป็นเฮดโค้ชดาวรุ่งระดับแนวหน้า และสามารถพาทีมเดินหน้าตามโครงการระยะยาวของสโมสรได้
นอกจากนี้ INEOS และบอร์ดยังพยายามไม่นำเสียงวิจารณ์จากภายนอกมาส่งผลต่อการตัดสินใจ เนื่องจากมองว่าหลายเหตุการณ์ในเกมที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโชคร้าย
หนึ่งในประเด็นที่สโมสรยกขึ้นมาอ้างอิงคือคำขอโทษอย่างเป็นทางการจาก Pro Ref ซึ่งยอมรับว่าประตูชัยของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ในเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ควรถูกจับล้ำหน้า รวมถึงเกมกับเอฟเวอร์ตันที่ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองเกมได้มาก แต่กลับเสียประตูจากการยิงสุดสวยถึง 2 ลูก
ขณะเดียวกัน สโมสรยังยอมรับเป็นการภายในว่า ตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาไม่สามารถเติมเต็มตำแหน่งที่ คาร์ริค ต้องการได้ทั้งหมด โดยเฉพาะการเพิ่มความแข็งแกร่งเชิงลึกในแนวรับ
แม้บอร์ดจะยังให้ความไว้วางใจ แต่สถานการณ์ของ คาร์ริค กำลังถูกจับตามองจากหลายด้าน นับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือถาวรด้วยสัญญา 2 ปี เมื่อเดือนพฤษภาคม หลังทำผลงานยอดเยี่ยมในช่วงคุมทีมชั่วคราว 17 นัดและพาทีมจบอันดับ 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา คาร์ริค พาทีม "ปีศาจแดง" คว้าชัยเพียง 2 นัดจาก 6 เกมในทุกรายการ ในฤดูกาลนี้
ขณะเดียวกัน การจัดการระหว่างเกมและการเปลี่ยนตัวของเขากำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งนักวิเคราะห์และแฟนบอล โดยเฉพาะเกมที่ทีมไม่สามารถเจาะแนวรับของ แมนฯ ซิตี้ ที่เหลือ 10 คน และเกมกับไบรท์ตันที่ทีมปล่อยให้คู่แข่งยิงคืน 3 ประตูภายในเวลาเพียง 10 นาที
นอกจากนี้ยังมีประเด็นนอกสนาม เมื่อ เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งวัย 15 ปี ร้องขอยกเลิกสัญญากับสโมสรทันที โดยรายงานระบุว่าการตัดสินใจของ คาร์ริค ที่เลือกเปลี่ยนตัวดาวรุ่งจากอะคาเดมี่รายอื่นลงสนามก่อนหน้าเขาในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมงานของนักเตะตัดสินใจดังกล่าว
ด้าน คาร์ริค ยอมรับต่อสาธารณะถึงความคาดหวังอันหนักหน่วง พร้อมระบุว่าเขา “เข้าใจความรู้สึกของแฟนบอลอย่างเต็มที่” และคาดหวังให้ทีมกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
เกมพรีเมียร์ลีกนัดต่อไปที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะบุกเยือน ฟูแล่ม วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ ถูกจับตามองอย่างมากว่าจะช่วยให้ทีมกลับมาสู่เส้นทางที่ดีขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงเบรกทีมชาติยาวถึง 3 สัปดาห์