ลิเวอร์พูล-อาร์เซน่อล โดนเต็มๆ! พรีเมียร์ลีก รับเปาตัดสินผิด 3 จังหวะสำคัญเกมพรีเมียร์ลีก นัด 2

ลิเวอร์พูล-อาร์เซน่อล โดนเต็มๆ! พรีเมียร์ลีก รับเปาตัดสินผิด 3 จังหวะสำคัญเกมพรีเมียร์ลีก นัด 2
พรีเมียร์ลีก ยอมรับว่า ผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกมีการตัดสินผิดพลาดถึง 3 จังหวะในเกมการแข่งขันนัดที่สองของฤดูกาล 2026/27 ซึ่งบางเกมส่งผลทำให้ผลการแข่งขันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ลิเวอร์พูล-อาร์เซน่อล โดนเต็มๆ! พรีเมียร์ลีก รับเปาตัดสินผิด 3 จังหวะสำคัญเกมพรีเมียร์ลีก นัด 2

พรีเมียร์ลีก ยอมรับว่า ผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกมีการตัดสินผิดพลาดถึง 3 จังหวะ ในเกมการแข่งขันนัดที่สองของฤดูกาล 2026/27 ซึ่งบางเกมส่งผลทำให้ผลการแข่งขันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ในฤดูกาลนี้ พรีเมียร์ลีกได้เปิดเผยผลการพิจารณาของ คณะกรรมการพิจารณาเหตุการณ์สำคัญในการแข่งขัน (KMI Panel) ซึ่งประกอบด้วยอดีตผู้ตัดสิน นักฟุตบอล และโค้ช โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะประเมินทุกจังหวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประตู จุดโทษ และใบแดง ที่เกิดขึ้นตลอดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

สำหรับการแข่งขันแมตช์ที่สองในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ฤดูกาล 2026/27 คณะกรรมการแถลงการณ์ยอมรับว่าผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกตัดสินผิดถึง 3 ครั้ง แต่มีเพียง 1 จังหวะเท่านั้นที่ VAR ควรเข้ามาแทรกแซงและแก้ไขคำตัดสิน

สรุป 3 จังหวะตัดสินผิดพลาดจาก KMI Panel

1. แอสตัน วิลล่า 0-1 อาร์เซน่อล

แม้ว่าการตัดสินส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในเกมสัปดาห์ที่สองจะได้รับการยืนยันว่าถูกต้อง แต่คณะกรรมการมองว่า อาร์เซน่อล ถูกปฏิเสธการได้จุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอย่างไม่ถูกต้อง ในเกมที่พวกเขาบุกชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 ที่วิลล่า พาร์ค

บรูโน่ กีมาไรส์ ล้มลงหลังถูก เอียน มาตเซ่น เข้าสกัดแบบลักษณะขาหนีบเป็นกรรไกร โดยก่อนหน้านี้ ฟูลแบ็กชาวดัตช์ ได้รับใบเหลืองไปแล้ว แต่ จาเร็ด จิลเล็ตต์ ผู้ตัดสินในเกมดังกล่าว โบกมือให้เกมดำเนินต่อไป ซึ่งคณะกรรมการมองว่านั่นเป็นความผิดพลาด และควรได้รับการแก้ไขโดย เจมส์ เบลล์ ผู้ตัดสิน VAR

คำแถลงจากคณะกรรมการ:

"ผู้ตัดสินในสนามควรเป่าให้ อาร์เซน่อล ได้จุดโทษ จากจังหวะเข้าสกัดแบบรุนแรงของ มาตเซ่น ใส่ กีมาไรส์ มีการปะทะกันอย่างชัดเจนบริเวณขาข้างที่นักเตะกำลังยืนอยู่ และ มาตเซ่น ไม่ได้สัมผัสบอลแต่อย่างใด นอกจากนี้ พวกเขายังมีความเห็นว่า VAR ควรเข้ามาแทรกแซง เนื่องจากการไม่ให้จุดโทษถือเป็นความผิดพลาดที่ชัดเจน"

จังหวะดังกล่าวยังจะส่งผลให้ มาตเซ่น ได้รับใบเหลืองที่สอง กลายเป็น ใบแดง และต้องถูกไล่ออกจากสนามอีกด้วย

2. ลิเวอร์พูล 2-2 น็อตติงแฮม ฟอเรสต์

สำหรับความผิดพลาดในเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล พบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่แอนฟิลด์ คณะกรรมการพิจารณาว่ามีความผิดพลาดสำคัญเกิดขึ้นจริง แต่ไม่เข้าข่ายเกณฑ์ที่ VAR ควรเข้ามาแทรกแซง

จังหวะที่ ฟอเรสต์ ได้จุดโทษในเกมที่พวกเขาบุกเสมอ "หงส์แดง" 2-2 นั้น แซม บาร์ร็อตต์ เป่าให้จุดโทษ ก่อนที่ มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ จะสังหารเข้าไป หลังจาก เนโก วิลเลี่ยมส์ ถูก อลีสซง เบ็คเกอร์ ปะทะจนล้มลงอย่างแรง แม้จังหวะยิงของเขาจะหลุดกรอบประตูไปแล้วก็ตาม

สำหรับจังหวะดังกล่าว VAR ยืนยันคำตัดสินให้จุดโทษ แต่คณะกรรมการระบุว่า:

  • การตัดสินในสนาม: "การตัดสินให้จุดโทษของผู้ตัดสินในสนามนั้นไม่ถูกต้อง การปะทะจาก อลีสซง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อันเป็นผลมาจากแรงส่งของเขาขณะพยายามเซฟบอล โดยการปะทะดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะรุนแรงหรือประมาทเลินเล่อ และไม่ถึงระดับที่ควรเป็นจุดโทษ"

  • การทำงานของ VAR: "อย่างไรก็ตาม การที่ VAR ไม่เข้ามาแทรกแซงคำตัดสินนั้น ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ เนื่องจากจังหวะดังกล่าวไม่ถือเป็นความผิดพลาดที่ชัดเจนและเห็นได้อย่างแจ่มแจ้ง"

3. ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 เบรนท์ฟอร์ด

ส่วนอีกจังหวะความผิดพลาดของผู้ตัดสินเกิดขึ้นในเกมที่ เบรนท์ฟอร์ด เสมอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยทัพ "เดอะ บีส์" มองว่าพวกเขาควรได้จุดโทษจากจังหวะที่ เจย์เดน โบเกิล ทำฟาวล์ใส่ เควิน ชาเด้อ

คณะกรรมการมีคำตัดสินถึงประเด็นนี้ว่า:

"คณะกรรมการเห็นว่า ควรเป็นจุดโทษ มีการปะทะกันระหว่างเท้าของผู้เล่นทั้งสองคน โดยจังหวะดังกล่าวเกิดจาก โบเกิล เป็นฝ่ายเข้าปะทะ และมีแรงปะทะมากเพียงพอที่จะให้เป็นจุดโทษ"

"อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับการแทรกแซงของ VAR คณะกรรมการเห็นว่าคำตัดสินของผู้ตัดสินในสนามควรคงเดิม เนื่องจากจังหวะดังกล่าว ไม่ถือเป็นความผิดพลาดที่ชัดเจนและเห็นได้อย่างแจ่มแจ้ง"



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport