3 แต้มและคลีนชีตของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล

3 แต้มและคลีนชีตของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล
เจาะลึกเกมพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล บุกชนะ อิปสวิช ทาวน์ 2-0 ชี้ให้เห็นถึงรูปเกม 45 นาทีแรกที่เป็นสเปกฟุตบอลที่ อันโดนี่ อิราโอล่า ต้องการอย่างแท้จริง พร้อมการปลดล็อกคลีนชีตสำคัญสร้างความมั่นใจในเกมรับ

วิธีการเล่นในช่วง 45 นาทีแรกที่พอร์ทแมน โร้ด เมื่อคืนที่ผ่านมาน่าจะเป็นวิธีการที่ อันโดนี่ อิราโอล่า อยากเห็นและพยายามติดตั้งให้กับลูกทีม

ดุดัน ปราดเปรียว เข้มข้น บีบคู่แข่งตั้งแต่แดนบน เล่นเกมรับตั้งแต่ตัวแรกสุด เก็บทุกเม็ดไม่ให้เล็ดรอดออกมาได้

บุกและบุกอย่างต่อเนื่อง แทงบอลขึ้นหน้า กล้าได้ไม่กลัวเสีย และเมื่อเสียจะรีบปรี่เข้ากดดันเอาบอลคืนทันที

ไม่ให้เวลาอีกฝ่ายได้ตั้งหลัก ถ้าช้าก็โดนแย่ง รีบร้อนเตะทิ้งก็ถูกดักจิ้มดักเก็บ เอาบอลมาบุกใหม่

ครึ่งหลังลิเวอร์พูลผ่อนคันเร่งลง เน้นความรัดกุมมากขึ้น ด้วยสถานการณ์ที่คุมไว้ได้อยู่

ไม่มีความผิดพลาดง่าย ๆ ไม่มีพื้นที่เปิดให้เล่นงาน ไม่มีการเข้าปะทะนิ่ม ๆ ที่ดิ้นหลุด

โอกาสของอิปสวิช ทาวน์มี โดยเฉพาะการโยนเข้าเขตโทษ แต่โอกาสจะแจ้งที่ควรจะเป็นประตูยังไม่มี

การเก็บคลีนชีตได้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 14 เกมมีความสำคัญในแง่ความมั่นใจ ฟุตบอลที่ต้องเล่นเพื่อ 3 คะแนนเกมรับสำคัญไม่แพ้เกมรุก

เพราะถ้าเสีย 1 ประตู คุณต้องยิงให้ได้ 2 ลูกเพื่อบรรลุเป้าหมาย

ถ้าเสีย 2 ประตู ก็ต้องยิงให้ได้ 3 ลูกเพื่อสามแต้ม

แต่ถ้าไม่เสียประตู คุณต้องการแค่ลูกเดียวก็เพียงพอต่อการเป็นผู้ชนะ

เกมรับคือพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จจริง ๆ มองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์แทบไม่เคยมีแชมป์ทีมไหนที่มีเกมรับอ่อนหัดเลย

2 เกมแรกของฤดูกาลใหม่ลิเวอร์พูลยังคงเสียประตูแบบมือสมัครเล่นเหมือนฤดูกาลที่แล้ว เกมกับนิวคาสเซิ่ลบอลโต้แรกไร้คนชะลอเกม บอลโต้ที่สองหนักกว่าเก่ามีกองกลางเข้าปะทะแต่หลวมโพรกปล่อยให้เขาหลุดมาได้แถมเซนเตอร์แบ๊กถอยทั้งคู่ไม่มีใครเข้า

เกมกับฟอเรสต์ลูกแรกโดนหวดยาวตูมเดียวถึงหน้าเขตโทษ และยังเข้าปะทะไม่แน่นปล่อยให้เขาปั๊มบอลหลุดมาได้ตามเคย ลูกที่สองเผลอเรอมัวแต่งงไม่รีบกลับไปประจำตำแหน่งปล่อยให้เขาทุ่มเร็ว

4 ประตูที่เสียไป เชื่อว่า อิราโอล่าคงพูดกับลูกทีมว่า "ประตูพวกนี้ที่โดนยิงน่ะ เราป้องกันได้นะ"

เกมเยือนทีมม้าขาวการเข้าปะทะของนักเตะหงส์แดงเน้น ๆ ทุกจังหวะ ไม่เห็นบอลปลิ้นบอลขลุกขลักทะลักไปอยู่กับตีนฝ่ายตรงข้ามพาไปยิง จัดการกับการเสียบอลได้ดี ปิดโอกาสเล่นโต้กลับของเจ้าถิ่นได้

ฮูลิโอ เอนซิโซ่ อับดุล ฟาตาวู ไดเซน มาเอดะ และเอแมร์ซอน 4 ตัวรุกที่ปราดเปรียวของอิปสวิชแทบไม่ได้ทำอันตรายจากบอลโต้ ถูกบีบให้ลงต่ำไปช่วยเพื่อนเล่นเกมรับด้วยซ้ำ

เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่น่าพอใจไม่น้อยเลยสำหรับลูกทีมของอิราโอล่าในนัดนี้

โกดี้ คักโป แสดงให้เห็นอีกเกมว่าเขาไม่ได้แย่อย่างที่โดนดูถูกดูแคลนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซีซั่นนี้ดาวเตะดัตช์ดูผ่อนคลาย เลือกจังหวะได้ถูกต้องว่าควรจ่าย ควรเล่นชิ่ง ควรยิง หรือควรควบพาบอลไปต่อ

มีผิดพลาดบ้างเรื่องธรรมดา อย่างจังหวะหนึ่งที่เร่งเกมเกินไปหน่อยเลี้ยงตัดในแล้ววางบอลข้ามไปทางขวาลึกเกินไปบอลออกหลัง

แต่ในภาพรวมแล้ว เขาลุ้นเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ของเกมได้สบายด้วย 2 แอสซิสต์และอิทธิพลที่มีต่อเกม

บิคตอร์ มูนยอซ จะเป็นขวัญใจเดอะค็อปได้อย่างรวดเร็วแน่ถ้ารักษาความสม่ำเสมอของการเล่นได้แบบนี้ เร็ว คล่อง ขยัน บอลพุ่งไปข้างหน้า กล้าลากกล้าลุย ทั้งยังฟิตปั๋งวิ่งไม่หยุด

การใช้งานปีกของอิราโอล่าตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นน่าสนใจ ทดลองใช้ คักโป กับ ริโอ เอนกูโมอา เล่นฝั่งขวามาแล้ว และเมื่อ มูนยอซ กับ บรัดเล่ย์ บาร์กโกลา นักเตะใหม่สามารถเล่นได้ทั้ง 2 ฝั่งด้วยก็เท่ากับว่าปีก 4 คนของกุนซือสแปนิชสามารถเป็นตัวเลือกได้มากกว่า 1 บทบาท

กับคักโปกลายเป็น 3 บทบาทด้วยซ้ำ เพราะเกมนี้หลังจาก อเล็กซานเดอร์ อิซัค ถูกเปลี่ยนตัวออกไป เขาขยับเข้าไปเป็นกองหน้าตัวเป้า

มีอีก 2-3 จุดที่น่าพูดถึงคือ โฟลเรียน เวียร์ทซ์ โรนัลด์ อาเราโฮ และ อิซัค

ถ้าวิธีการเล่นของทีมในครึ่งแรกคือวิธีการที่อิราโอล่าต้องการเห็นและตั้งใจจะพัฒนาจากจุดนั้นให้ดีขึ้นไปอีก.. 2 ประตูจากอิซัคโดยเฉพาะประตูแรกก็เป็นความเด็ดขาดในการจบสกอร์แบบที่ลิเวอร์พูลต้องการจากเขา

126 ล้านปอนด์ที่จ่ายให้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็เพื่อการสับไกคม ๆ แบบนี้ แบบที่ทำให้เห็นมาครั้งแล้วครั้งเล่าสมัยสวมชุดนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

อิซัคคือกองหน้าที่จังหวะสับไกยิงดี เข้าจุดโฟกัส บอลแรงและเร็วพุ่งเข้าหากรอบประตูราวกับมีเรดาร์ ลิเวอร์พูลก็เคยโดนลูกมหาประลัยจากเขาเล่นงานมาแล้วแบบตาข่ายแทบขาด

กระนั้นไม่เพียงแค่ลูกยิงลักษณะนี้เท่านั้น ประตูที่สองของเขายิ่งบ่งบอกว่าอิซัคคือกองหน้าที่เน้นประสิทธิภาพมาก่อน

ยิงอย่างไรก็ได้ขอเพียงแค่เป็นประตู โฉบเข้ารับบอลแทงทะลุไซด์ก้อยจากคักโป โยกหลอกตัวประกบตัดเข้าใน-คล้องออกนอก แล้วเมื่อเหลือบเห็นนายประตูที่ขยับออกมาปิดเสาแรกไม่มิด ก็แค่แปสวนด้วยเท้าซ้ายส่งบอลไหลเข้าไปตรงช่องนั้น

ไม่ต้องรุนแรงหนักหน่วง แต่สกอร์บอร์ดได้ทำงานเหมือนกัน

ในฤดูกาลที่สภาพร่างกายกลับมาฟิตสมบูรณ์ อิซัคน่าจะเป็นกำลังหลักให้กับทีมในเรื่องการทำประตูได้

สำหรับ อาเราโฮ่ กับบทบาทแบ๊กขวาที่ได้เล่นแทน เฌเรมี่ ฟริมปง ก็นับว่าทำได้ดี สถิติส่วนตัวยอดเยี่ยมทั้งการเข้าสกัด เข้าปะทะ หรือลูกกลางอากาศที่ชนะได้ในระดับ 90-100%

รับผิดชอบเกมรับได้ตามหน้าที่ แทบไม่ผิดพลาดเลย ไม่ต้องเติมเกมมาก ปล่อยให้ มิลอส เคอร์เคซ ฝั่งซ้ายเติมบ่อยกว่า

พอจะพูดได้ว่าเข้ากับแท็คติกที่อิราโอล่ากำหนดไว้ และเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานตามแท็คติกที่อาจปรับเปลี่ยนไปด้วยคู่ต่อสู้ที่ต้องเจอ หากเกมไหนต้องการรุกจัด ๆ แบ๊กขึ้นเติมสุดทั้ง 2 ฟาก ก็อาจเลือกใช้ฟริมปงตามเดิม

ส่วน เวียร์ทซ์ เกมนี้ไม่มีสถิติยิงได้หรือจ่ายให้เพื่อนทำประตู ลูกเปิดสวย ๆ ให้อิซัคเข้าชาร์จตุงตาข่ายก็เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน แถมยังเสียบอลหลายครั้งจากการถูกชนถูกกระแทกรุมซ้อนกินโต๊ะ 2 คน

กระนั้นการเคลื่อนที่และเซนส์การให้บอลของเวียร์ทซ์ยังคงพิเศษ บอลที่ออกจากเท้าของเขาไม่ค่อยเสีย น้ำหนักทิศทางมักสมบูรณ์แม้จะมีความผิดพลาดบ้าง แต่เราสามารถมองเห็นไอเดียว่าเขาต้องการอะไรจากบอลที่ถูกปล่อยออกไป

เวียร์ทซ์ไม่ค่อยเสียบอลที่ตัวเองปล่อยออกจากเท้าเท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วมาจากการถูกรุมปะทะมากกว่า

หลายคนจึงยังเป็นห่วงว่าเขาจะเอาตัวรอดได้ไหมเพราะนี่ก็ผ่านเข้าสู่ฤดูกาลที่สองแล้ว

แต่ที่แน่ ๆ งานของเขายังไม่ได้จบตรงนี้ เวียร์ทซ์กับอิราโอล่าและเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ยังต้องพยายามฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปด้วยกันให้ได้

เดอะค็อปเองก็คงต้องให้กำลังใจเขากันต่อไป และถ้าเวียร์ทซ์สามารถหลุดกำแพงนี้ไปได้จริง ๆ มันก็คงจะยิ่งเป็นฟุตบอลที่น่าดูขึ้นอีกมาก

3 นัด 5 คะแนน และคว้าชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลได้แล้ว โปรแกรมเตะก็เข้าสู่โหมดโหดหินพอดีเพราะคิวเตะแชมเปี้ยนส์ ลีกมาถึง

ไปกันต่อยาว ๆ ครับกับฟุตบอลของอันโดนี่ อิราโอล่า ในฤดูกาลนี้

-ตังกุย-



ที่มาของภาพ : Gettyimages
BY : ตังกุย
ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport