แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปิดดีลคว้าตัว เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จาก เชลซี ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ (ราว 5,500 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการย้ายทีมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก แต่การย้ายทีมระดับบล็อกบัสเตอร์ครั้งนี้ก็มีเรื่องที่น่ากังวลตามมา
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เฟร์นานเดซ เป็นกองกลางระดับคุณภาพ และนักเตะยังได้กลับมาร่วมงานกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือที่เคยทำงานร่วมกับเขาอย่างใกล้ชิดสมัยอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์
อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องการเพิ่มนักเตะฝีเท้าดีเข้าสู่ขุมกำลังเท่านั้น เพราะสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือทัพ "เรือใบสีฟ้า" จะสามารถทำให้ เฟร์นานเดซ มีความสุขและมีสมาธิกับทีมในระยะยาวได้หรือไม่
มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดแชมป์เวิลด์ คัพ 2022 ย้ายมาอยู่กับ เชลซี เมื่อเดือนมกราคม 2023 ด้วยค่าตัว 106 ล้านปอนด์ (ราว 4,664 ล้านบาท) ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดในอังกฤษ
แม้ เฟร์นานเดซ จะสร้างผลงานสำคัญหลายครั้งในช่วงค้าแข้งกับทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" แต่ช่วงเวลาของเขากับสโมสรก็ถูกบดบังด้วยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตเป็นระยะๆ
ตามรายงานของ "เดอะ ซัน" แท็บลอยด์ชื่อดังในเมืองผู้ดี ระบุว่า เฟร์นานเดซ เคย แสดงท่าทีสนใจย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด อย่างเปิดเผย โดยมีรายงานว่ายักษ์ใหญ่จากสเปนคือจุดหมายปลายทางที่เขาต้องการมากที่สุด
สุดท้าย "ราชันชุดขาว" แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่เดินหน้าคว้าตัวเขาในช่วงซัมเมอร์นี้ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางต่อไป
ดังนั้นเรื่องนี้น่าจะทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องหยุดคิดและพิจารณาให้รอบคอบ
กองกลางรายนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า เป้าหมายในอาชีพของเขาอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่สโมสรที่เล่นในปัจจุบัน และตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ ก็ทุ่มเงินมหาศาลถึง 125 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติค่าตัวแพงสุดในอังกฤษเทียบเท่า อเล็กซานเดอร์ อีซัค เพื่อดึงตัวเขามาร่วมสังกัด
แน่นอนว่าทัพ "สำเภาทอง" ไม่ต้องการให้เกิดมหากาพย์การย้ายทีมขึ้นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ฤดูกาล!!
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเกี่ยวกับ อุปนิสัยและอารมณ์ ของนักเตะด้วย โดย เฟร์นานเดซ เคยตกเป็นประเด็นดราม่าหลายครั้งตลอดเส้นทางอาชีพ รวมถึงเหตุการณ์ฉลองชัยของทีมชาติอาร์เจนตินา ในปี 2024 (ร้องเพลงเชิงเหยียดผิว) ซึ่งสร้างเสียงวิจารณ์จากทั่วโลก โดยเฉพาะเพื่อนร่วมทีม เชลซี
หลังจากนั้นเขาได้ออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เรื่องนี้ก็สร้างความวุ่นวายและเป็นสิ่งรบกวนสมาธิให้กับทุกคนๆ ในสโมสรมาตลอด
สถิติด้านวินัย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ แมนฯ ซิตี้ จำเป็นต้องบริหารจัดการ โดย เฟร์นานเดซ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 หลังได้รับใบเหลืองแรกจากการประท้วงคำตัดสิน จากนั้นก็ทำฟาวล์น่าเกลียดจนโดนใบเหลืองที่สอง ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของเขาในช่วงที่มีความกดดันสูง
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า เฟร์นานเดซ จะล้มเหลวกับ แมนฯ ซิตี้ ตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ มาเรสก้า อาจมีบทบาทสำคัญในการดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของเจ้าตัวออกมาก็ได้