ไขข้อสงสัย : ทำไม เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ถึงกลายเป็น “ศัตรู” ในสายตาแฟนเชลซี?

ไขข้อสงสัย : ทำไม เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ถึงกลายเป็น “ศัตรู” ในสายตาแฟนเชลซี?
เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จากเด็กทองคำ 106.8 ล้านปอนด์ สู่การเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของแฟนเชลซี เปิด 4 ชนวนเหตุทำลายสปิริตทีม รอยร้าวกับบอร์ดบริหาร และบทสรุปการย้ายซบ แมนซิตี้ 125 ล้านปอนด์

ย้อนกลับไปในปี 2022 เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ในวัยเพียง 21 ปี ถือเป็นเด็กที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดระดับนึงในชีวิตการค้าแข้ง

หลังพา ทีมชาติอาร์เจนตินา คว้าแชมป์โลก พร้อมได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งทัวร์นาเมนต์

ณ วันนั้นเขาคือ "เด็กทองคำ" ผู้ก้าวขึ้นมาเขย่าโลกด้วยฝีเท้าอันจัดจ้าน วิสัยทัศน์การผ่านบอลที่เกินวัย และรอยยิ้มซื่อ ๆ ของเด็กหนุ่มจากย่านซาน มาร์ติน ชัยชนะครั้งนั้นปูทางให้เขาก้าวสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฐานะดีลประวัติศาสตร์ด้วยค่าตัวระดับสถิติสหราชอาณาจักร 106.8 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างกับหนังคนละม้วน แฟนบอลสิงห์บลูส์บางส่วนเริ่มส่งเสียงโห่และด่าทอเขา หลังมีข่าวว่าจะย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ 

อะไรที่ทำให้เด็กหนุ่มผู้เคยเป็นดั่ง "พระเจ้า" ของแฟนบอลเชลซี แปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็น "ศัตรูหมายเลขหนึ่ง" 

และทำไมการปิดดีลย้ายซบ แมนซิตี้ ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายครั้งนี้ ถึงเต็มไปด้วยรอยร้าวและคราบน้ำตาที่ไม่มีใครอยากจดจำ?

หาคำตอบพร้อมกันที่ SIAMSPORT

เชลซี ไม่ใช่คำตอบของชีวิต

ปฏิเสธไม่ได้ว่า นโยบายการดึงดาวรุ่งพรสวรรค์สูงมาร่วมทีมของ บอร์ดบริหารเชลซี คือการพยายามสร้างรากฐานที่มั่นคง

พวกเขาจับ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ  เซ็นสัญญายาวถึง 8 ปีครึ่ง ผูกมัดเขาไว้จนถึงปี 2031 โดยตั้งความหวังว่ากลุ่มเด็กหนุ่มเหล่านี้จะเติบโตและประสบความสำเร็จร่วมกัน 

ในแง่ของผลงาน เอ็นโซ่ พาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ในปี 2025 และต่อด้วยถ้วย แชมป์สโมสรโลก ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า

พูดกันตามตรง ดูเหมือนว่าโปรเจกต์นี้จะไปได้สวย แต่ความจริงของโลกฟุตบอลก็คือ เมื่อพายุก่อตัวขึ้น โครงสร้างที่ไร้เสาหลักที่แข็งแกร่งย่อมพังทลายได้ง่ายที่สุด

รอยร้าวเริ่มปริแตกเมื่อ มาเรสก้า ตัดสินใจแยกทางกับสโมสรในช่วงต้นปี 2026 หลังเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับบอร์ดบริหาร เกี่ยวกับนโยบายซื้อขายนักเตะ

บอร์ดบริหารเชลซี ปฏิเสธที่จะดึงกองหลังตัวกลางคนใหม่เข้ามาทดแทน เลวี โคลวิลล์ ที่ได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) จนทีมต้องเผชิญกับวิกฤตแนวรับ

การจากไปของ มาเรสก้า ส่งผลกระทบต่อจิตใจของ เอ็นโซ่ อย่างรุนแรงมาก ๆ

เขาเปิดใจกับสื่ออย่างตรงไปตรงมาว่าการจากไปของกุนซือรายนี้ สร้างความเจ็บปวดให้กับทีมเป็นอย่างมาก และตัดโอกาสการสร้างอัตลักษณ์ของทีมลงกลางคัน

และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาแสดงความสงสัยในแนวทางการทำทีมของบอร์ดบริหารเชลซี

ความร้าวฉานในห้องแต่งตัว

ความซื่อสัตย์และสปิริตในห้องแต่งตัวคือสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างทีมแชมป์ แต่สำหรับ เอ็นโซ่ เขากลับสร้างรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ขึ้นมาเอง

หลังจากการคว้าแชมป์ โกปา อเมริกา 2024 กับ ทีมชาติอาร์เจนตินา เอ็นโซ่ ได้ทำการไลฟ์สดผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว

ภาพที่ปรากฏคือเขากับเพื่อนร่วมทีมชาติร่วมกันร้องเพลงที่มีเนื้อหาเหยียดเชื้อชาติและโฮโมโฟบิกต่อนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส เหตุการณ์นี้ส่งผลรุนแรงมาก เพราะในแคมป์เชลซี เต็มไปด้วยนักเตะสายเลือดฝรั่งเศส

เวสลีย์ โฟฟาน่า ปราการหลังเพื่อนร่วมทีมถึงกับออกมาประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติ 

ขณะที่เพื่อนร่วมทีมหลายคนกดเลิกติดตามอินสตาแกรมของเขาทันที แม้ว่า เอ็นโซ่ จะรีบส่งข้อความขอโทษเพื่อนร่วมทีมเป็นการส่วนตัวและยอมบริจาคเงินจำนวนมากให้กับองค์กรการกุศลเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนลงโทษทางวินัยจากสโมสร

แต่หน้ากาก "รองกัปตันทีมผู้แสนดี" ของเขาก็ได้หลุดลอยไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ

พฤติกรรมในสนามของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป

มีรายงานระบุว่าเ พื่อนร่วมทีมหลายคนเริ่มไม่พอใจกับการที่เขาชอบตะคอกและตำหนิผู้เล่นคนอื่นต่อหน้าสาธารณะระหว่างการแข่งขัน

โดยเฉพาะในเกมนัดสำคัญที่พ่ายแพ้ให้กับ เปแอสเช ในแชมเปียนส์ลีก ซึ่งกล้องจับภาพได้ชัดเจนว่าเขาชี้นิ้วด่าทอ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ผู้รักษาประตูของทีมอย่างดุเดือด

บทเรียนราคาแพง

สถานการณ์ระหว่าง เอ็นโซ่ กับ เชลซี เดินมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเข้าช่วงพักเบรกทีมชาติในต้นปี 2026

เอ็นโซ่ เดินเกมกดดันสโมสรด้วยการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า เขาชื่นชอบการใช้ชีวิตในกรุงมาดริดเพราะมีไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกับบัวโนสไอเรสบ้านเกิด พร้อมทั้งพูดจาหว่านล้อมชื่นชมตำนานของ เรอัล มาดริด อย่าง ลูก้า โมดริช และ โทนี่ โครส เพื่อเป็นการส่งสัญญาณ "อ่อย" ยักษ์ใหญ่จากสเปนอย่างชัดเจน

การกระทำดังกล่าวบวกกับการวิจารณ์บอร์ดบริหารเรื่องการปลด มาเรสก้า ทำให้กุนซือคนใหม่อย่าง เลียม โรเซเนียร์ และบอร์ดบริหารต้องตัดสินใจลงโทษแบนเขาจากการลงสนาม 2 เกม 

เนื่องจากเป็นการกระทำที่ "ล้ำเส้นและละเมิดระเบียบวินัยสโมสรที่ไม่อาจยอมรับได้"

และเมื่อทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 มาถึง เอ็นโซ่ ก็เลือกที่จะสถาปนาตัวเองเป็น "วายร้าย" อย่างเต็มตัวในสายตาแฟนบอลชาวอังกฤษ

ในเกมที่ อาร์เจนตินา เอาชนะ อังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ เอ็นโซ่ แสดงพฤติกรรมยั่วยุด้วยการป้องหูเยาะเย้ยแฟนบอลสิงโตคำรามคาสนาม

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจบเกมเขายังโพสต์ภาพตัวเองหัวเราะร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ เลอันโดร ปาเรเดส บนอินสตาแกรม โดยจงใจใส่เพลง "Wonderwall" ของวง Oasis ซึ่งเป็นดั่งเพลงชาติอย่างไม่เป็นทางการของทัพทรีไลออนส์ เพื่อเป็นการเสียดสีซ้ำเติมแฟนบอลเจ้าถิ่น

นั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้แฟนบอลอังกฤษและแฟนสิงห์บลูส์หมดความอดทน

 และส่งผลให้เขาต้องเจอกับเสียงโห่ด่าทออย่างหนักในทุกสนามที่เขาลงเล่นเมื่อกลับมาอังกฤษ

ปลายทางที่แมนเชสเตอร์ (ซิตี้)

ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะปี 2026 เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ก็ได้สิ่งที่เขาต้องการมาตลอด

นั่นคือการได้ย้ายออกจาก เชลซี เพื่อไปร่วมงานกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า เจ้านายเก่าอีกครั้งที่ แมนซิตี้ ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 125 ล้านปอนด์

ขณะที่ เชลซี เองก็พยายามดึงตัว ลามีน กามาร่า จาก โมนาโก เข้ามาแทนที่แต่ดีลกลับล่มในนาทีสุดท้ายเนื่องจากต้นสังกัดฝั่งฝรั่งเศสกลับคำสัญญา

อย่างไรก็ตาม เชลซี ก็เลือกที่จะปล่อยตัว เอ็นโซ่ ออกไปอยู่ดี เพราะพวกเขาประเมินแล้วว่าการเก็บนักเตะที่ไร้ใจและไร้ความเป็นผู้นำไว้มีแต่จะสร้างผลเสียให้กับทีม

หลังปิดดีลประวัติศาสตร์ เอ็นโซ่ ได้โพสต์ข้อความอำลาแฟนบอลเชลซีผ่านแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ใจความตอนหนึ่งระบุว่า

"ชีวิตคือการตัดสินใจ และตอนนี้ผมต้องเลือกทางที่ยากลำบาก... ผมเข้าใจพวกคุณจริง ๆ ผมรู้ว่าพวกคุณรักและคลั่งไคล้สโมสรห่งนี้มากแค่ไหน และถ้าผมไปยืนอยู่ในจุดเดียวกับพวกคุณ ผมก็คงจะคิดแบบเดียวกันอย่างแน่นอน"

แต่สำหรับแฟนบอลเชลซี ข้อความเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากคำพูดที่เสแสร้งและเห็นแก่ตัว สัญลักษณ์รูป "งูพิษ" ถูกส่งเข้าไปกระหน่ำในช่องคอมเมนต์ของเขาทันที แฟนบอลต่างมองว่าเขาเป็นเพียงนักเตะที่ใช้ความรักของแฟนบอลเป็นสะพานเพื่อก้าวไปสู่จุดที่สูงกว่า และทิ้งความเสียหายไว้เบื้องหลังอย่างไม่ใยดีนั่นเอง



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport