การกลับมาของสองดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษสู่แคมป์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งกรณีของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่อนาคตยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และ ค็อบบี้ เมนู มิดฟิลด์ดาวรุ่งที่เพิ่งผ่านช่วงเวลากลืนไม่เข้าคายไม่ออกในศึกฟุตบอลโลก 2026
'คาร์ริค' เลี่ยงตอบอนาคต ยัน "แรชฟอร์ด ก็เหมือนคนอื่น"
ไมเคิล คาร์ริค กุนซือปีศาจแดง มีโอกาสหลายต่อหลายครั้งที่จะยืนยันว่า แรชฟอร์ด จะยังคงเป็นนักเตะของ ยูไนเต็ด ต่อไปหลังจากตลาดซื้อขายปิดตัวลงในวันที่ 1 กันยายน ทว่าเขากลับเลือกที่จะเลี่ยงและทำเพียงพูดซ้ำๆ ว่า "เขาคือนักเตะของเรา"
นอกจากนี้ คาร์ริค ยังพยายามสยบกระแสวิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์พิเศษ โดยเน้นย้ำว่า แรชฟอร์ด ไม่ใช่นักเตะคนเดียวในทีมที่เขาเคยร่วมงาน หรือเคยลงเล่นด้วยในฐานะเพื่อนร่วมทีม
"นี่ไม่ใช่สถานการณ์พิเศษอะไรเลย และเราก็ปฏิบัติกับเขาเหมือนกับนักเตะคนอื่นๆ ในทีมอย่างเท่าเทียม" คาร์ริค กล่าว
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลจำนวนไม่น้อยยังคงไม่พอใจกับท่าที "เฉยชา" ที่แรชฟอร์ดมีต่อสโมสร ระหว่างที่เขาถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ แอสตัน วิลล่า และ บาร์เซโลน่า ที่หลายคนคาดว่าจะเป็นรังเหย้าใหม่ของเขาในฤดูกาลนี้
เป็นที่ยอมรับกันว่า ตัวตนของ แรชฟอร์ด ในยุคของ รูเบน อโมริม ที่ดูหมดไฟ กับ แรชฟอร์ด ในเวอร์ชันท็อปฟอร์ม ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นผลผลิตจากอคาเดมีที่ดีที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือเมื่อปี 2013 นั้น... ราวกับเป็นคนละคน
ประจวบเหมาะอย่างยิ่งที่การกลับมาสวมเสื้อปีศาจแดงอีกครั้งของ แรชฟอร์ด มีโอกาสสูงที่จะเป็นการเผชิญหน้ากับ เอซี มิลาน ของ รูเบน อโมริม ในเกมอุ่นเครื่องที่ประเทศโปแลนด์
คาร์ริค เชื่อมั่นว่าตัวรุกวัย 28 ปีรายนี้ ยังมีดีพอที่จะสร้างประโยชน์ให้ทีม
"ฟุตบอลมันมีหลายทิศทาง การจะยืนระยะในอาชีพได้ 10 ถึง 15 ปี คุณต้องผ่านร้อนผ่านหนาวและรับมือกับมันให้ได้ มันไม่มีทางราบรื่นตลอดเวลาหรอก"
"แต่เราต้องก้าวไปข้างหน้า ถ้าเอาแต่มองย้อนกลับไปข้างหลัง มันไม่ได้เกิดประโยชน์กับใครเลย การมีมาร์คัสอยู่กับเราในสัปดาห์นี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เขาคือนักเตะของเรา เขาเป็นผู้เล่นที่ดี และเขามอบมิติที่แตกต่างให้กับทีมเราได้"
ไม่เสียเที่ยว! คาร์ริค หนุน 'เมนู' ประสบการณ์บอลโลกจะทำให้แกร่งขึ้น
แรชฟอร์ด ไม่ใช่นักเตะอังกฤษเพียงคนเดียวที่เดินทางกลับมารายงานตัวกับทีม เพราะ ค็อบบี้ เมนู ก็เดินทางกลับมาสมทบเช่นกัน
สำหรับ คาร์ริค แล้ว มันเหมือนเป็นการนับหนึ่งใหม่อีกครั้งกับกองกลางดาวรุ่งรายนี้ นับตั้งแต่นายใหญ่ชาวอังกฤษเข้ามาคุมทีมต่อจาก อโมริม (หลังจาก ดาร์เรน เฟลตเชอร์ คุมขัดทัพ 2 นัดในเดือนมกราคม) เขาต้องเร่งฟื้นฟูความมั่นใจของมิดฟิลด์พรสวรรค์สูงที่เคยถูกอดีตผู้จัดการทีมมองข้ามอย่างสิ้นเชิง
อย่างน้อยที่สุด เมนู ยังเคยถูกส่งลงเป็นตัวสำรองในยุคของ อโมริม บนเวทีพรีเมียร์ลีก แต่ในศึกฟุตบอลโลกภายใต้การทำทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล เขากลับไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยสักนาที ทั้งที่สถิติชี้ชัดว่าอังกฤษกำลังต้องการนักเตะที่มีจุดเด่นเรื่องการครองบอลและดึงจังหวะเกมอย่างเขาในช่วงท้ายของการแข่งขัน
คาร์ริค เข้าใจความรู้สึกนี้ของ เมนู เป็นอย่างดี เพราะเขาเองเคยถูก ฟาบิโอ คาเปลโล่ เมินใส่ในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้เช่นกัน
โดย คาร์ริค ได้ติดต่อพูดคุยกับ เมนู ตลอดช่วงฟุตบอลโลก และยืนยันว่าดาวรุ่งรายนี้ยังมีสภาพจิตใจที่ดีเยี่ยม
"ผมคุยกับเขาตลอดช่วงฟุตบอลโลก อาจจะไม่บ่อยมาก แต่ก็คอยทักทายเรื่อยๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายนะ คนนอกอาจจะมองเห็นแค่ความหรูหรา สปอร์ตไลท์ และด้านที่สวยงามของฟุตบอล"
"แต่นักฟุตบอลก็คือมนุษย์คนหนึ่ง เราทุกคนต่างมีช่วงเวลาที่ขึ้นและลง สิ่งสำคัญคือเราต้องซัพพอร์ตกัน มันเป็นประสบการณ์ที่ดีของค็อบบี้ การได้ไปฟุตบอลโลกคือสเต็ปที่ยิ่งใหญ่มาก เขายังเด็กมากแต่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว การก้าวมาถึงจุดนี้ได้ก็นับเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งแล้ว"
แฟนบอล"ปีศาจแดง" ต้องติดตามว่า คาร์ริค จะปลุก แรชฟอร์ด กลับมาได้หรือไม่รวมทั้งช่วย เมนู มีโมเมมตัมที่ดีเหมือนช่วงท้ายซีซั่นที่แล้วก่อนลุยฟุตบอลโลกได้ดีแค่ไหน?