วินิซิอุส จูเนียร์ ต่อสัญญา เรอัล มาดริด ถึงปี 2032 หักอก อาร์เซน่อล ที่พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยแสนปอนด์ วิเคราะห์เบื้องหลังการเจรจา ประเด็นดราม่าเบอร์ 7 ของ ซาก้า และเหตุผลที่สาวกเดอะ กูนเนอร์ส รู้สึกเหมือนถูกใช้เป็นเครื่องมือ
เขาว่ากันว่า "ความหวัง" ก็เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด โดยเฉพาะเมื่อความหวังนั้นผูกติดอยู่กับนักเตะระดับปรากฏการณ์ที่ชื่อว่า วินิซิอุส จูเนียร์
สำหรับสาวกเดอะ กูนเนอร์ส ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้เพียงแค่เพ้อฝัน แต่มันคือความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับความจริงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายปี
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายตอนจบของมหากาพย์นี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่า เมื่อยอดดาวเตะบราซิลเลียนจรดปากกาต่อสัญญากับ เรอัล มาดริด ออกไปจนถึงปี 2032
คำถามที่ตามมาท่ามกลางเสียงด่าท่อและอาการ “สลิ้งแตก” ของแฟนบอลคือ... เกิดอะไรขึ้นในห้องเจรจา?
และทำไม อาร์เซน่อล ถึงยอมเดิมพันหมดหน้าตักกับดีลที่เป็นไปได้ยากขนาดนี้? ติดตามกับ SIAMSPORT
เดิมพันของ "ผู้ล่า" รายใหม่
อาร์เซน่อล ในยุคของ มิเกล อาร์เตต้า ไม่ใช่ทีมที่รอคอยเซ็นนักเตะที่หมดสัญญาจากสโมสรอื่นอีกต่อไป
พวกเขาเดินเข้าหา วินิซิอุส ด้วยสถานะ “แชมป์พรีเมียร์ลีก” และ “รองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก” พร้อมข้อเสนอมหาศาลที่พร้อมจะทำลายเพดานค่าจ้างของสโมสร
อาร์เซน่อล เสนอค่าเหนื่อยพื้นฐานมากกว่า 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ พร้อมแผนการปั้นให้เขาเป็น “Face of the Premier League”
อธิบายสั้น ๆ ง่าย ๆ ประมาณ พวกเขาจะทำให้ วินิซิอุส เป็นหน้าตาของลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกนั้นแหละ และเพื่อยกระดับแบรนด์ของตัวนักเตะให้พุ่งทะยานสูงขึ้น รวมถึงมีโอกาสคว้า บัลลงดอร์ มากที่สุด
อย่างไรก็ดี บอร์ดบริหารของ อาร์เซน่อล ก็มั่นใจในดีลนี้มาก ๆ เพราะตัวนักเตะเองก็แสดงท่าทีว่าพร้อมจะย้ายมาอังกฤษ หากการเจรจากับ เรอัล มาดริด ไม่บรรลุผล
บ้านที่ตัดไม่ขาด
ในขณะที่ อาร์เซน่อล พยายามจีบอย่างหนัก เรอัล มาดริด ก็แสดงให้เห็นว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก?
แม้การเจรจาจะยืดเยื้อมานานถึง 18 เดือน แต่ด้วยบารมีของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ที่มอง วินิซิอุส เป็น “ลูกรัก” ประกอบกับการมาถึงของกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ยืนยันว่า วินิซิอุส คือหัวใจสำคัญในโปรเจกต์ใหม่ ร่วมกับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ทำให้สถานการณ์พลิก
การต่อสัญญาฉบับประวัติศาสตร์จนถึงปี 2032 คือการปิดตายโอกาสของ อาร์เซน่อล อย่างถาวร
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้แฟนบอลปืนใหญ่รู้สึกเหมือนถูก “ตบหน้า” กลางสี่แยก
ทางผ่านหรือความล้มเหลว?
สิ่งที่ทำให้ แฟนบอลอาร์เซน่อล หัวเสียที่สุด ไม่ใช่แค่การพลาดตัวนักเตะเก่ง ๆ แต่มันคือความรู้สึกว่าสโมสรถูก “ใช้”
แฟนบอลทีมคู่แข่งต่างออกมาล้อเลียนว่า วินิซิอุส และเอเยนต์ใช้ความสนใจจาก อาร์เซน่อล เป็นเครื่องต่อรองเพื่อบีบให้ มาดริด ยอมจ่ายค่าเหนื่อยตามที่ต้องการ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นดราม่าภายในที่ทำให้แฟนบอลกัดกันเอง เมื่อมีกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้ บูกาโย่ ซาก้า ยอมสละเสื้อเบอร์ 7 ให้ วินิซิอุส หากเขาย้ายมาจริง
พฤติกรรมนี้ถูกมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติลูกหม้อที่เป็นหัวใจของทีมตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นความขัดแย้งในโซเชียลมีเดีย
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทีมมัวแต่ไล่ล่า “ความฝันที่ไกลตัว” อย่าง วินิซิอุส ทำให้พวกเขาพลาดเป้าหมายสำคัญรายอื่น ๆ เช่น มอร์แกน โรเจอร์ส ที่ย้ายไปทีมคู่แข่งแทน
แม้ดีลนี้จะจบลงด้วยความผิดหวัง แต่อีกมุมหนึ่งมันก็ทำให้เห็นว่า อาร์เซน่อล กลับมามี “แรงดึงดูด” มากพอที่จะทำให้ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกต้องหยุดฟังข้อเสนอ