ยุคใหม่ที่แอนฟิลด์อาจได้เห็นบทบาทที่ไม่คุ้นตา ทั้ง โซโบซไล ขยับเล่นริมเส้น, เคียซ่า ยืนหน้าเป้า, ฟริมปง เติมเกมรุกเต็มตัว รวมถึงอีกหลายแข้งที่ อันโดนี่ อิราโอล่า อาจใช้เป็นหมากเด็ดเพื่อยกระดับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลใหม่
การเปลี่ยนเฮดโค้ชมักมาพร้อมแนวคิดและแท็กติกใหม่ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้นักเตะบางรายได้รับบทบาทที่แตกต่างจากเดิม
สำหรับ ลิเวอร์พูล การเข้ามาของ อันโดนี่ อิราโอล่า ทำให้เขาต้องบริหารขุมกำลังที่เต็มไปด้วยคุณภาพ แต่ยังมีจุดที่ขาดความสมดุล โดยเฉพาะตำแหน่งปีกขวาหลังการอำลาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รวมถึงตัวเลือกในแดนหน้าและแนวรับที่ยังมีข้อจำกัด
ต่อไปนี้คือ 6 นักเตะที่อาจถูกปรับไปเล่นในตำแหน่งใหม่ภายใต้การคุมทีมของ อิราโอล่า
1. โดมินิค โซโบซไล: จากกองกลางสู่ปีกขวา
โดมินิค โซโบซไล เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีโอกาสถูกปรับตำแหน่งมากที่สุด หลัง ลิเวอร์พูล ไม่มีปีกขวาตัวหลักที่ชัดเจนภายหลังการจากไปของ ซาลาห์
กองกลางทีมชาติฮังการีเคยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถเล่นริมเส้นได้ ด้วยพละกำลัง การเพรสซิ่ง คุณภาพในการเชื่อมเกม และความขยันในการช่วยเกมรับ
การขยับ โซโบซไล ออกไปทางขวายังอาจเปิดพื้นที่ในแดนกลางให้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ รับบทบาทสำคัญมากขึ้น แม้ตำแหน่งนี้อาจไม่ใช่จุดที่ดีที่สุดของเขา แต่ถือเป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้จากขุมกำลังปัจจุบัน
2. เฟเดรีโก้ เคียซ่า: จากปีกสู่กองหน้าตัวเป้า
ด้วยตัวเลือกในตำแหน่งกองหน้าที่มีจำกัด เฟเดรีโก้ เคียซ่า อาจได้รับโอกาสให้ขยับเข้ามาเล่นตรงกลางมากขึ้น
แนวรุกทีมชาติอิตาลีมีความเร็ว การเคลื่อนที่ และความคล่องตัวที่เหมาะกับการเล่นในแดนหน้า อีกทั้งเคยถูกทดลองในบทบาทกองหน้ามาแล้วระหว่างเกมอุ่นเครื่องกับ ซันเดอร์แลนด์ พร้อมทำประตูได้จากจังหวะเข้าชาร์จเสาแรก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่สภาพร่างกาย เพราะการเล่นเป็นกองหน้าตัวกลางในพรีเมียร์ลีกต้องรับมือกับการปะทะอย่างต่อเนื่อง หากรักษาความฟิตได้ เคียซ่า อาจเพิ่มคุณค่าให้ทีมมากกว่าการเป็นเพียงตัวสำรองริมเส้น
3. เจเรมี่ ฟริมปง: จากแบ็กขวาสู่ปีกขวา
การปรับ เจเรมี่ ฟริมปง ขึ้นไปเล่นปีกขวาไม่ใช่แนวคิดที่แปลกใหม่ เพราะจุดเด่นของเขาอยู่ที่ความเร็ว การเติมเกม และการสร้างโอกาสในพื้นที่สุดท้าย
ก่อนหน้านี้ อาร์เน่อ สล็อต เคยทดลองใช้งาน ฟริมปง ในตำแหน่งสูงขึ้นมาแล้ว และบทบาทดังกล่าวอาจถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในยุคของ อิราโอล่า
ในฐานะปีกขวาที่ถนัดเท้าขวา ฟริมปง สามารถถ่างเกม วิ่งโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับ และเปิดบอลสนับสนุนกองหน้าอย่าง อเล็กซานเดอร์ อีซัค ได้โดยตรง
4. ฟลอเรียน เวียร์ตซ์: จากกองกลางตัวรุกสู่ปีกซ้าย
แม้ตำแหน่งธรรมชาติของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ คือกองกลางตัวรุก แต่เขาอาจถูกวางให้เริ่มต้นเกมจากฝั่งซ้าย
บทบาทนี้ไม่จำเป็นต้องให้ เวียร์ตซ์ ยืนติดริมเส้นตลอดเวลา แต่เปิดโอกาสให้เขาเลี้ยงตัดเข้ากลาง เข้าไปเชื่อมเกม และสร้างสรรค์โอกาสในพื้นที่ที่ถนัด
การจัดตำแหน่งลักษณะนี้ยังช่วยให้ อิราโอล่า สามารถส่ง เวียร์ตซ์ และ โซโบซไล ลงสนามพร้อมกันได้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ มิลอส เคอร์เคซ เติมเกมรุกทางริมเส้นได้อย่างเต็มที่
5. ริโอ เอ็นกูโมฮา: จากปีกซ้ายสู่ปีกขวา
ริโอ เอ็นกูโมฮา เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่อาจถูกโยกไปเล่นฝั่งขวา เพื่อแก้ปัญหาการขาดตัวแทนของ ซาลาห์
ดาวรุ่งรายนี้เคยลงเล่นทางฝั่งขวาให้ทีมชาติอังกฤษ และทำผลงานได้โดดเด่นในเกมพบ นิวซีแลนด์ จนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม
จุดแข็งของ เอ็นกูโมฮา คือความเร็ว ความกล้าในการดวลตัวต่อตัว และการเล่นเกมรุกโดยตรง แต่การตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย รวมถึงคุณภาพในการเปิดบอล ยังเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป
แม้อาจเป็นเพียงทางเลือกชั่วคราว แต่หากทำผลงานได้ดี ลิเวอร์พูล ก็อาจไม่จำเป็นต้องเร่งทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อหาปีกขวาคนใหม่ทันที
6. สเตฟาน บายเซติช: จากกองกลางตัวรับสู่เซนเตอร์แบ็ก
สเตฟาน บายเซติช อาจเป็นตัวเลือกที่เหนือความคาดหมายที่สุด แต่ไม่ได้เป็นแนวคิดที่ปราศจากเหตุผล
เดิมทีเขาเติบโตมาในตำแหน่งกองหลัง ก่อนถูกขยับขึ้นไปเล่นกองกลางตัวรับ และยังเคยลงเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็กระหว่างช่วงที่ถูกปล่อยยืมตัว
เมื่อ ลิเวอร์พูล มีตัวเลือกในแนวรับค่อนข้างจำกัด นักเตะที่มีพื้นฐานเกมรับและสามารถเล่นได้หลายตำแหน่งจึงอาจมีประโยชน์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
บายเซติช อาจไม่ใช่ตัวเลือกหลักในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก แต่สามารถเป็นกำลังสำรองได้ หากรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง
บทบาทใหม่เพื่อแก้สมดุลของทีม
การปรับตำแหน่งนักเตะไม่ใช่ทางออกถาวรสำหรับทุกปัญหา แต่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของ อิราโอล่า ในการดึงศักยภาพของขุมกำลังออกมาให้มากที่สุด
ทั้ง โซโบซไล, เคียซ่า, ฟริมปง, เวียร์ตซ์, เอ็นกูโมฮา และ บายเซติช ต่างมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการรับบทบาทใหม่ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มทางเลือกและสร้างความยืดหยุ่นให้ ลิเวอร์พูล ตลอดฤดูกาล