ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขายหุ้นส่วนน้อยให้กลุ่มนักลงทุนที่นำโดย อมิต บาเทีย โดยมีรายงานว่า เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon ได้รับการทาบทามให้ร่วมลงทุนด้วย แม้ยังไม่มีข้อสรุป แต่หากดีลสำเร็จ อาจทำให้มูลค่าของ "หงส์แดง" พุ่งเกิน 4,500 ล้านปอนด์
กระแสข่าวการลงทุนใน ลิเวอร์พูล กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังมีรายงานว่า เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon และหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลก ได้รับการทาบทามให้เข้าร่วมกลุ่มนักลงทุนที่กำลังเจรจาเพื่อซื้อ หุ้นส่วนน้อย ของสโมสร
กลุ่มนักลงทุนดังกล่าวนำโดย อมิต บาเทีย นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย ซึ่งก่อนหน้านี้ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (FSG) เจ้าของสโมสร ลิเวอร์พูล ยืนยันแล้วว่า มีการเจรจากับกลุ่มทุนรายดังกล่าวจริง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ การเจรจาครั้งนี้เป็นการลงทุนในรูปแบบการถือหุ้นส่วนน้อย ไม่ใช่การขายสโมสร และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
รายงานจาก Sky Sports ระบุว่า อมิต บาเทีย ได้พูดคุยกับ เจฟฟ์ เบซอส เพื่อเชิญชวนให้เข้าร่วมกลุ่มนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่า เบซอส จะตอบรับการลงทุนครั้งนี้หรือไม่
ปัจจุบัน เบซอส วัย 62 ปี มีทรัพย์สินสุทธิราว 257,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการประเมินของ Forbes ทำให้เขาเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของโลก
ก่อนหน้านี้ เขาเคยตกเป็นข่าวสนใจลงทุนในวงการกีฬา โดยเฉพาะทีม Seattle Seahawks และ Washington Commanders ในศึก NFL แต่สุดท้ายไม่ได้ปิดดีลกับทั้งสองสโมสร
การลงทุนครั้งนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับข้อตกลงที่ ลิเวอร์พูล ทำกับ Dynasty Equity เมื่อปี 2023
ครั้งนั้น FSG เปิดทางให้กองทุนดังกล่าวเข้ามาถือหุ้นส่วนน้อยของสโมสรในฐานะ Strategic Investment ก่อนที่ Dynasty Equity จะเข้าถือหุ้นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์
รายงานจาก Sky Sports ระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มทุนของ บาเทีย อาจเข้าซื้อหุ้นได้สูงสุดประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หากการเจรจาประสบความสำเร็จ
FSG ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ขณะนี้กำลังหารือกับกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย อมิต บาเทีย
"กลุ่มนักลงทุนที่มี อมิต บาเทีย เป็นตัวแทน ได้แสดงความประสงค์ที่จะเข้าร่วมลงทุนในสโมสรลิเวอร์พูล"
แม้จะมีการเจรจา แต่ FSG ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าต้องการขายสโมสรทั้งหมด และยังคงมีแผนบริหาร ลิเวอร์พูล ต่อไปในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่
การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านหลายด้าน
ทั้งการเริ่มต้นยุคของ อันโดนี่ อิราโอล่า ในตำแหน่งผู้จัดการทีม รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บริหาร หลัง ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ อำลาบทบาทซีอีโอฝ่ายฟุตบอล และ ริชาร์ด ฮิวจ์ส ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับงานในซาอุดีอาระเบีย
ขณะเดียวกัน FSG ก็ยังคงมองหาแนวทางเพิ่มศักยภาพทางการเงินของสโมสร เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป
รายงานจาก Financial Times ระบุว่า หากการเจรจาระหว่าง FSG กับกลุ่มทุนของ อมิต บาเทีย บรรลุข้อตกลง จะทำให้ ลิเวอร์พูล มีมูลค่ากิจการมากกว่า 4,500 ล้านปอนด์ (ประมาณ 198,000 ล้านบาท)
ด้าน The Telegraph รายงานว่า การเจรจายังคงอยู่ในขั้นตอนหารือ และการเปิดรับนักลงทุนรายใหม่ไม่ได้หมายความว่า FSG ต้องการถอนตัวจากการเป็นเจ้าของสโมสร
หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ลิเวอร์พูล ในการเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน และตอกย้ำสถานะของสโมสรในฐานะหนึ่งในแบรนด์กีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก