เจาะวิสัยทัศน์ ท็อดด์ โบห์ลี่ เหตุผล เชลซี ทุ่มกว่า 13,000 ล้านล่าผลผลิตอะคาเดมี่ แมนซิตี้

เจาะวิสัยทัศน์ ท็อดด์ โบห์ลี่ เหตุผล เชลซี ทุ่มกว่า 13,000 ล้านล่าผลผลิตอะคาเดมี่ แมนซิตี้
เปิดกลยุทธ์เสริมทัพของ เชลซี ในยุค ท็อดด์ โบห์ลี่ หลังใช้งบรวมราว 296.5 ล้านปอนด์ หรือกว่า 13,000 ล้านบาท คว้านักเตะที่เคยผ่านอะคาเดมี่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างน้อย 7 ราย โดยมีความสำเร็จของ โคล พาลเมอร์ เป็นตัวอย่างสำคัญของแนวทางสร้างทีมระยะยาว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังกลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตนักเตะสำคัญให้กับ เชลซี ทั้งทางตรงและทางอ้อม หลัง “สิงห์บลูส์” ในยุคของ ท็อดด์ โบห์ลี่ เดินหน้าคว้าผู้เล่นที่เคยผ่านระบบอะคาเดมี่ของ “เรือใบสีฟ้า” มาร่วมทีมอย่างต่อเนื่อง

จนถึงปัจจุบัน เชลซี เซ็นสัญญากับนักเตะที่มีพื้นฐานจากศูนย์ฝึกเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างน้อย 7 ราย โดยใช้งบประมาณรวมที่มีการประเมินไว้ราว 296.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 13,046 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นี่ไม่น่าจะเป็นเพียงความบังเอิญในตลาดซื้อขาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สร้างทีมระยะยาว ซึ่งมองเห็นคุณค่าของนักเตะที่ผ่านระบบพัฒนาเยาวชนระดับชั้นนำ แม้บางรายจะยังไม่ได้รับโอกาสอย่างเต็มที่ในทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ซิตี้

เริ่มตั้งแต่ดาวรุ่งวัย 14 ปี

ผู้เล่นรายล่าสุดคือ ไอแซค แม็คกิลวารี กองกลางตัวรุกวัยเพียง 14 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีอนาคต ก่อนย้ายเข้าร่วมทีมเยาวชน เชลซี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2025

แม็คกิลวารี เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม และไม่ได้เป็นดีลที่สร้างความสนใจจากมูลค่าการย้ายทีม แต่การคว้าตัวเขาสะท้อนว่า เชลซี ไม่ได้รอให้นักเตะจากอะคาเดมี่ แมนฯ ซิตี้ แจ้งเกิดในระดับทีมชุดใหญ่ก่อนแล้วจึงค่อยขยับเข้าหา

ตรงกันข้าม พวกเขากำลังขยายการสรรหาลงไปถึงระดับเยาวชน เพื่อดึงนักเตะที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบของสโมสรตั้งแต่ช่วงต้นของเส้นทางอาชีพ

7 แข้งจากสายผลิตนักเตะ แมนฯ ซิตี้

ดีลที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือ มอร์แกน โรเจอร์ส ซึ่งย้ายมา เชลซี ด้วยค่าตัว 117 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,148 ล้านบาท กลายเป็นสถิติค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร

รองลงมาคือ โรเมโอ ลาเวีย ค่าตัว 58 ล้านปอนด์, เจมี่ กิตเท่นส์ 51.5 ล้านปอนด์, โคล พาลเมอร์ 40 ล้านปอนด์ และ เลียม ดีแลป 30 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ยังมี โทซิน อดาราบิโอโย ซึ่งย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว และ เจดอน ซานโช่ ที่เข้ามาด้วยสัญญายืมตัว

เมื่อนับเฉพาะดีลที่เปิดเผยมูลค่าชัดเจน เชลซี ใช้งบรวมกับผู้เล่นกลุ่มนี้ประมาณ 296.5 ล้านปอนด์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างมากต่อคุณภาพของระบบเยาวชน แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ทำไมต้องเป็นอะคาเดมี่ แมนฯ ซิตี้?

เหตุผลสำคัญคือ อะคาเดมี่ของ แมนฯ ซิตี้ ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบพัฒนาเยาวชนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในอังกฤษ ทั้งในด้านเทคนิค ความเข้าใจเกม และการเตรียมความพร้อมสำหรับฟุตบอลระดับสูง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่ในถิ่นเอติฮัด สเตเดียม ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนักเตะดาวรุ่งต้องแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกจำนวนมาก

นั่นทำให้นักเตะที่มีคุณภาพหลายคนอาจไม่ได้รับเวลาในสนามมากเพียงพอ แม้จะมีพื้นฐานและศักยภาพสำหรับการเล่นในพรีเมียร์ลีกก็ตาม

ในมุมของ เชลซี สถานการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นโอกาสในการดึงผู้เล่นที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี เข้ามาพัฒนาต่อในสภาพแวดล้อมที่สามารถมอบบทบาทและโอกาสลงสนามได้มากกว่า

โคล พาลเมอร์ ต้นแบบของความสำเร็จ

โคล พาลเมอร์ คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าแนวคิดนี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้

ระหว่างอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ พาลเมอร์ ได้รับการจับตามองในฐานะดาวรุ่งพรสวรรค์สูง แต่โอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอมีจำกัดจากการแข่งขันภายในทีมที่เข้มข้น

หลังย้ายมา เชลซี ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ เขากลับแจ้งเกิดอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีม

ความสำเร็จของ พาลเมอร์ จึงอาจทำให้ฝ่ายบริหาร เชลซี เชื่อว่า นักเตะจากอะคาเดมี่ แมนฯ ซิตี้ ยังมีศักยภาพซ่อนอยู่ หากได้รับบทบาท ความไว้วางใจ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

แนวคิดสำคัญจึงไม่ซับซ้อน หากการดึงนักเตะจากระบบเดียวกันหนึ่งรายสามารถสร้างกำลังหลักระดับแถวหน้าได้ เหตุใดสโมสรจึงไม่พยายามทำซ้ำด้วยผู้เล่นรายอื่น

เดิมพันกับผู้เล่นที่ยังมีมูลค่าเติบโต

อีกหนึ่งปัจจัยที่สอดคล้องกับแนวทางของ ท็อดด์ โบห์ลี่ คือการลงทุนกับผู้เล่นอายุน้อย ซึ่งยังมีโอกาสพัฒนาทั้งในด้านฝีเท้าและมูลค่าในตลาด

แม้ เชลซี จะต้องจ่ายเงินสูงกับนักเตะบางราย แต่หากผู้เล่นสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นกำลังหลักได้ สโมสรจะได้รับประโยชน์ทั้งในสนามและเชิงธุรกิจ

นักเตะเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพรออยู่ข้างหน้า และสามารถเป็นแกนหลักของทีมได้หลายฤดูกาล หากพัฒนาไปตามแผนที่วางไว้

แมนฯ ซิตี้ ได้ประโยชน์ทางการเงิน

ในฝั่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ การปล่อยนักเตะที่เคยผ่านอะคาเดมี่ออกไปยังสร้างผลตอบแทนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ

แม้นักเตะบางรายจะย้ายออกไปอยู่กับสโมสรอื่นก่อนเข้าร่วม เชลซี แต่ภาพรวมสะท้อนว่า ระบบเยาวชนของ แมนฯ ซิตี้ ไม่เพียงผลิตผู้เล่นสำหรับทีมชุดใหญ่เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างมูลค่ามหาศาลในตลาดซื้อขาย

รายได้จากนักเตะที่อาจไม่สามารถแทรกขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ ยังช่วยสนับสนุนการบริหารทีมภายใต้กฎการเงิน และเปิดพื้นที่ให้สโมสรลงทุนกับขุมกำลังชุดใหญ่ต่อไป

กลยุทธ์นี้ยังมีความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม การลงทุนกับนักเตะอายุน้อยย่อมไม่ได้รับประกันความสำเร็จในทุกดีล

ค่าตัว 117 ล้านปอนด์ของ มอร์แกน โรเจอร์ส หรือ 58 ล้านปอนด์ของ โรเมโอ ลาเวีย ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ โดยนักเตะต้องพิสูจน์ว่าสามารถรักษาฟอร์ม พัฒนาตัวเอง และสร้างผลงานได้อย่างสม่ำเสมอในระดับสูงสุด

ความสำเร็จของ พาลเมอร์ อาจเป็นต้นแบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เล่นทุกคนที่ผ่านอะคาเดมี่ แมนฯ ซิตี้ จะเดินตามเส้นทางเดียวกันได้ทั้งหมด

สุดท้ายแล้ว กลยุทธ์ของ เชลซี อาจกลายเป็นหนึ่งในโมเดลสร้างทีมแห่งอนาคตของพรีเมียร์ลีก หากนักเตะกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาเป็นแกนหลักได้ตามความคาดหวัง

แต่หากการพัฒนาไม่เป็นไปตามแผน เงินลงทุนมากกว่า 13,000 ล้านบาทก็อาจกลายเป็นหลักฐานของการเดิมพันครั้งใหญ่ที่มีต้นทุนสูงไม่แพ้กัน



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport