แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศคว้าตัว ไทแนน ธอมป์สัน ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปีจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพด้วยค่าตัว 4 ล้านปอนด์ เจาะลึกฟอร์มการเล่นตัวจี๊ด U-18 สไตล์คล้าย มาร์คัส แรชฟอร์ด พร้อมวิเคราะห์นโยบายกว้านซื้อดาวรุ่งยุค INEOS เจริญรอยตาม เอย์เดน เฮฟเว่น และ ชิโด โอบี มาร์ติน
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า...
1. บ่ายแก่ๆ ที่อากาศร้อนเจียนคลั่งของวันจันทร์ที่ผ่านมา @Line อย่างเป็นทางการของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แจ้งข่าวด่วนให้ทราบ
'เรายินดีที่จะประกาศเรื่องการคว้า ไทแนน ธอมป์สัน ปีกจาก ท็อตแนม มาร่วมทีม
ขอต้อนรับสู่โรงละครแห่งความฝัน'
พร้อมรูปภาพของนักเตะใหม่ผู้นี้ที่แสยะยิ้มชูเครื่องแบบปีศาจแดง
และคำแรกที่ผุดขึ้นในมโนสำนึกของผม
'ใครวะ ???'
2. สารภาพตามตรงว่าผมไม่เคยได้ยินชื่อของนักเตะที่ชื่อ ไทแนน ธอมป์สัน มาก่อนจึงพอจะอนุมานได้ว่าน่าจะเป็นผู้เล่นประเภท 'ลูกกรอกคะนอง' อย่างแน่นอน
เมื่อสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กระชากดารารุ่งชาวอังกฤษวัย 18 ขวบผู้นี้มาจาก สเปอร์ส ในราคา 4 ล้านปอนด์
ตำแหน่ง 'กองหน้ากึ่งปีกซ้าย' แต่เล่นได้ทั้ง 2 เท้า แถมเป็นที่ร่ำลือว่าเขาคือผู้เล่นที่กระฉูดด้วยพรสวรรค์สูงสุดในรุ่น (U-18)
3. หลังจากเข้าไปอ่านความเห็นของสมาชิกชมรมคนรักน้องไก่ในโลกโซเชี่ยล
หลายปากบ่นเสียดาย เพราะว่านักเตะผู้นี้คือดาวรุ่งบรรลัยกัลป์ของ สเปอร์ส
บางคนที่เคยเห็นฟอร์มการเล่นบอกว่าเขาเป็นผู้เล่นฝีเท้าจัดจ้าน สามารถเปิดป้อน และยิงประตู
บางคนบอกสไตล์การเล่นคล้ายๆ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตอนขึ้นมาใหม่ๆ นั่นแหละ
และบางคนยืนกราน...นี้คือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคลับไก่
อืมมมมมม...นะ
ขออนุญาตไม่บรรยายสรรพคุณอะไรไปมากกว่านี้ดีกว่า เพราะเวลาคุณคว้านักเตะดาวรุ่งสักคนที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมาร่วมทีม
แม่งก็เก่งทุกคนแหละ
ดังฉะนั้น รอพิสูจน์ด้วยสายตาตัวเองดีกว่า 5555
4. ชัดเจนนะครับว่านโยบายในการซื้อตัวผู้เล่นใหม่มาเสริมทัพของ 'ปีศาจแดง' ยุคปรับปรุงใหม่ by Ineos
คือจะไม่สักแต่ยอมจ่ายค่าตัวและค่าเหนื่อยแพงๆ เพื่อกระชากร่างกายของนักเตะเข้ามาเหมือนในยุคที่มีหัวหน้าผู้บริหารเฮงซวยอย่าง เอ๊ด วู๊ดเวิร์ด
ควบคู่ไปกับการใช้เงินซื้อดาวรุ่งจากทีมอื่นมาสะสมเอาไว้ในราคาที่ไม่รุนแรงอะไรมากนัก
ตัวอย่างคือ เอย์เดน เฮฟเว่น และชิโด โอบี มาร์ติน ที่บุกไปควักตัวมาจาก อาร์เซน่อล
ในวันที่ผู้เล่นระดับดาวดังค่าตัวแพงเกินจริงแบบบ้าบอ
นี่คือการลงทุนต่ำ แต่อาจได้รับผลตอบแทนที่กระฉูดแตกในอนาคต
หากแหวกมดลูกของนางพญาออกมาไม่ได้ก็ไม่ต้องไปเสียดงเสียดายอะไรมาก
5. แน่นอนว่านี่คือการลงทุน เพื่ออนาคตมากกว่าหวังผลแบบปัจจุบันทันด่วน
ถ้าของเขาดีจริงก็อาจจะเบียดบรรดาตัวหลักขึ้นชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วเหมือน เอย์เดน เฮฟเว่น นั่นแหละ
อย่าลืมว่า แมนยูไนเต็ด จัดเป็นสโมสรที่มักจะถูกโฉลกกับพวกนักเตะดาวรุ่งมาตั้งแต่ยุคสมัยของ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ แล้วนะครับ
หลังจากเสียค่าโง่มาเยอะแล้ว การสะสมดาวรุ่งเอาไว้เยอะๆ แบบนี้ มันก็ไม่มีอะไรจะเสียเหมือนกัน
#บอบู๋