แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุ่ม 50 ล้านปอนด์คว้า อันเดรย์ ซานโตส จากเชลซี แต่เขาจะเข้ามาเปลี่ยนเกมได้อย่างไร? เจาะจุดเด่นทั้งการบิลด์อัพ การเล่นหมายเลข 6 การจับคู่กับ ค็อบบี้ เมนู และเหตุผลที่อาจทำให้ดีลนี้คุ้มกว่าที่หลายคนคิด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงคว้าตัว อันเดรย์ ซานโตส กองกลางชาวบราซิลจาก เชลซี โดยหลายสื่อรายงานตรงกันว่า "ปีศาจแดง" ยอมจ่ายค่าตัวรวมประมาณ 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,200 ล้านบาท) เพื่อดึงตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้
การเสริมทัพครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายสำคัญของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ต้องการปรับโฉมแดนกลาง โดยมี ค็อบบี้ เมนู เป็นแกนหลักสำหรับอนาคต หลัง กาเซมีโร่ อำลาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อหมดสัญญา
ภายใต้การบริหารของ อิเนออส การคว้าตัว ซานโตส ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างแผงมิดฟิลด์ยุคใหม่ โดยเฉพาะหลังดีลของ เอแดร์ซอน จาก อตาลันต้า ต้องยุติลง
แล้วกองกลางวัย 22 ปีรายนี้ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแดนกลางของแมนฯ ยูไนเต็ดได้อย่างไร?
จุดเด่นที่สุดของ ซานโตส คือความสามารถในการ Build-up หรือการสร้างเกมจากแดนหลัง เขาไม่ได้โดดเด่นเพียงเรื่องการจ่ายบอลแม่นยำ แต่ยังมีความเข้าใจเกมในระดับสูง
มิดฟิลด์ชาวบราซิลคอยกำหนดจังหวะการเล่น สั่งการเพื่อนร่วมทีม และสร้างทางเลือกในการต่อบอลอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังอ่านเกมได้ดีในการเล่นบอลแบบหนึ่ง-สอง ช่วยให้ทีมหลุดจากการเพรสซิ่งของคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นคือ การจ่ายบอลแบบหลอกทิศทาง ซึ่งช่วยเจาะแนวเพรสของคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้จะเป็นผู้เล่นที่มีแนวคิดเกมรุก แต่ ซานโตส ไม่ได้เร่งจ่ายบอลขึ้นหน้าทุกจังหวะ เขาเลือกชั่งน้ำหนักระหว่าง ความเสี่ยงกับผลตอบแทน ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมสแกนพื้นที่ก่อนรับบอลอยู่เสมอ ทำให้สามารถเล่นบอลด้วยการสัมผัสเพียงหนึ่งหรือสองจังหวะ และรักษาความต่อเนื่องของเกมได้ดี
ลักษณะดังกล่าวมีความคล้ายกับ อดัม วอร์ตัน มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการแทงบอลทะลุไลน์และการดึงคู่แข่งเข้ามาเพรสก่อนปล่อยบอลในจังหวะที่เหมาะสม
แม้แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดจำนวนไม่น้อยเคยอยากเห็น ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ย้ายมาคุมแดนกลาง แต่เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเชิงสถิติแล้ว ซานโตส มีโปรไฟล์ที่ใกล้เคียงในหลายด้าน โดยเฉพาะเกมรับ
เจ้าตัวเคยอธิบายว่าตัวเองเป็นผู้เล่นหมายเลข 5 ตามระบบฟุตบอลบราซิล ซึ่งเทียบเท่ากับ มิดฟิลด์หมายเลข 6 ในฟุตบอลยุโรป
แม้จะไม่ได้โดดเด่นเรื่องความเร็วหรือพละกำลัง แต่เขาชดเชยด้วย การยืนตำแหน่ง การอ่านเกม การปิดช่องจ่ายบอล และการเก็บบอลจังหวะสอง ได้อย่างยอดเยี่ยม
อย่างไรก็ตาม จุดที่ยังต้องพัฒนาคือ การป้องกันพื้นที่กว้างในช่วงเปลี่ยนผ่านเกมรับ ซึ่งยังเป็นด้านที่ ชูอาเมนี่ เหนือกว่าอย่างชัดเจน
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ดีลนี้น่าสนใจ คือความเป็นไปได้ในการจับคู่กับ ค็อบบี้ เมนู
ซานโตส รับบทเป็นผู้จัดระเบียบเกมจากแดนหลัง ขณะที่ เมนู ถนัดการพาบอลขึ้นหน้า เล่นในพื้นที่แคบ และสร้างความแตกต่างบริเวณพื้นที่สุดท้าย
สถิติก็สะท้อนความแตกต่างของทั้งคู่อย่างชัดเจน โดย ซานโตส มีค่าเฉลี่ยการจ่ายบอลและการสร้างเกมจากแดนตัวเองสูงกว่า ส่วน เมนู มีจำนวนการสัมผัสบอล การเลี้ยงผ่านคู่แข่ง และการสร้างโอกาสมากกว่า
นอกจากนี้ ซานโตส ยังสามารถทำหน้าที่เป็น "กำแพงชิ่ง" ให้เมนูใช้เล่นบอลแบบหนึ่ง-สองได้อย่างลื่นไหล เพิ่มความต่อเนื่องในการขึ้นเกมของทีม
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญยังอยู่ที่ ความแข็งแกร่งทางร่างกาย ของคู่มิดฟิลด์ชุดนี้ เมื่อต้องรับมือกับทีมระดับท็อปที่ใช้ความเร็วและพละกำลังเป็นอาวุธหลัก
หากมองในเชิงแท็กติก ซานโตส ถือเป็นผู้เล่นที่เหมาะกับแนวทางของ ไมเคิ่ล คาร์ริค อย่างมาก
กุนซือชาวอังกฤษเน้นการขึ้นเกมจากแนวรับ การเปลี่ยนเกมเร็ว และการจัดโครงสร้างเกมรุกในรูปแบบ 3-2-5 ระหว่างครองบอล ซึ่งเป็นสไตล์ที่ซานโตสถนัดอยู่แล้ว
ยามไม่มีบอล คาร์ริคมักใช้ระบบ 4-4-2 ในการตั้งรับแบบโซน และด้วยความสามารถในการปิดพื้นที่หน้าแนวรับ อ่านเกม และตัดช่องจ่ายบอล ทำให้ซานโตสสามารถตอบโจทย์แท็กติกดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งหนึ่งในแนวคิดสำคัญของคาร์ริคคือการสร้าง ความเชื่อมโยงระหว่างผู้เล่น ให้ทุกคนกล้ารับบอล เคลื่อนที่ และสร้างทางเลือกในการต่อบอล ซึ่งสอดคล้องกับสไตล์ของมิดฟิลด์ชาวบราซิลรายนี้โดยตรง
แม้ยังมีคำถามว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเสริมมิดฟิลด์ตัวรับที่แข็งแกร่งด้านร่างกายเข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด อันเดรย์ ซานโตส ก็ถือเป็นการลงทุนที่มีเหตุผล ทั้งในแง่ของระบบการเล่น การครองบอล และการวางรากฐานแดนกลางสำหรับอนาคตของทีม